กลิ่นอายจางๆ ของชาเอิร์ลเกรย์ผสมกับความเย็นเยียบจากระบบปรับอากาศในห้องทำงานส่วนตัวของแพทย์หญิงรินรดา ดูจะไร้ความหมายไปถนัดตา เมื่อความเงียบงันระหว่างคนทั้งสองทำหน้าที่กดทับบรรยากาศให้หนักอึ้งเสียยิ่งกว่าน้ำหนักของเอกสารคดีฆาตกรรมบนโต๊ะ
"คุณกำลังใช้จิตวิทยาแบบไหนอยู่ครับ, คุณหมอ..."
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย้ยหยันนิดๆ ดังขึ้นทำลายความเงียบ คีรินขยับตัวเล็กน้อย โครงร่างกำยำในชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับนั้นดูขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงกับความเปราะบางในแววตาคู่คมที่มักซ่อนเร้นความลับเอาไว้เสมอ เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีชา ฝ่ามือหนาวางนิ่งอยู่บนที่วางแขน ราวกับเสือร้ายที่กำลังประเมินระยะห่างระหว่างมันกับเหยื่อ
รินรดาไม่เงยหน้าขึ้นจากแฟ้มประวัติการรักษา เธอยังคงถือปากกาหมึกซึมด้ามหรูในมือ หมุนมันช้าๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอเพื่อควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจที่เริ่มผิดจังหวะตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้
"ฉันไม่ได้ใช้จิตวิทยาอะไรทั้งนั้นค่ะ... เอ๊ย... ครับ" รินรดาชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อเผลอใช้สรรพนามความคุ้นเคยเดิม ก่อนจะดึงน้ำเสียงให้กลับมานิ่งสนิทตามวิสัยของจิตแพทย์นิติเวช "ผมแค่กำลังวิเคราะห์ความจำส่วนที่ขาดหายไปของคุณ ตามหน้าที่ของแพทย์ผู้ดูแล"
"แพทย์ผู้ดูแล?" คีรินทวนคำ น้ำเสียงของเขากลั้วหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความสุขโดยสิ้นเชิง ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเธออย่างรวดเร็วโดยที่รินรดาไม่ทันได้ตั้งตัว กลิ่นอายเฉพาะตัวของผู้ชายที่ผ่านความเป็นความตายมาโชกโชนแผ่ซ่านเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว จนเธอรู้สึกได้ถึงแรงกดดันทางอากาศที่เปลี่ยนไป
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอยังคงนั่งหลังตรง ตรึงสายตาไว้ที่เอกสารตรงหน้าเพื่อสร้างกำแพงกั้น แต่เงาสูงใหญ่ที่ทาบทับลงมาทำให้รู้ว่ากำแพงนั้นบางเบาแค่ไหน
"แพทย์ผู้ดูแลเขาจ้องมองคนไข้ด้วยสายตาแบบนี้เหรอครับ..." คีรินโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นๆ เจือกลิ่นมินต์เจือจางปะทะเข้ากับผิวแก้มของเธอ รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ และในวินาทีนั้นเอง เธอก็พบว่าตัวเองติดอยู่ในวังวนของนัยน์ตาสีสนิมที่ลึกล้ำและอันตรายเกินกว่าจะหาทางออก
ไม่มีร่องรอยของความหวาดระแวง มีเพียงความเวิ้งว้างและความต้องการบางอย่างที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้ความเย็นชา ซึ่งกำลังกร่อนเซาะเกราะป้องกันของเธอทีละน้อย
"คุณคีริน... ถอยไปหน่อยครับ เรากำลังข้ามเส้น..." รินรดาเอ่ยเตือน เสียงของเธอนุ่มนวลเกินกว่าจะเป็นการปฏิเสธ มันสั่นพร่าเล็กน้อยจนคนฟังจับพิรุธได้
"เส้นเหรอครับ?" คีรินทวนคำ เสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นของเธอก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตา "เส้นที่ใครขีดไว้ล่ะครับ... กฎหมาย จรรยาบรรณแพทย์ หรือความกลัวในใจของคุณเอง"
ปลายนิ้วอุ่นจัดของชายหนุ่มเอื้อมมาแตะที่ปลายคางของเธออย่างแผ่วเบา ราวกับเกรงว่าเธอจะแตกสลายคามือ รินรดาสะดุ้งเฮือก ร่างกายแข็งทื่อด้วยความตกใจ ทว่าเธอกลับไม่ขยับหนี สัมผัสนั้นไม่ได้คุกคาม แต่มันเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ดึงดูดสติสัมปชัญญะของเธอให้หลุดลอย
"ผมไม่ได้มาที่นี่ในฐานะฆาตกรที่คุณต้องสงสัย... และคุณก็ไม่ได้อยู่ในฐานะผู้บริสุทธิ์ที่ปลอดภัยจากผมอีกต่อไปแล้ว, รินรดา" คีรินกระซิบชิดริมใบหู น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่อาบยาพิษ "เราต่างก็รู้ดีว่า... เกมนี้มันเลยจุดที่จะถอยหลังกลับไปได้ตั้งนานแล้ว"
หัวใจของรินรดาเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความทรงจำเกี่ยวกับคดีของพ่อที่เธอพยายามตามหาความจริง ภาพเหตุการณ์นองเลือดในอดีต และคราบมลทินที่เธอแบกรับไว้ ถูกความร้อนผ่าวจากสัมผัสของชายหนุ่มหลอมละลายจนเลือนราง เหลือเพียงสภาวะอารมณ์ดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความสัมพันธ์อันบิดเบี้ยวนี้
เธอไม่ใช่แพทย์ และเขาไม่ใช่คนไข้คดีอาชญากรรมอีกต่อไปแล้ว...
รินรดาตัดสินใจทำในสิ่งที่แม้แต่ตัวเธอเองก็คาดไม่ถึง มือเรียวบางที่เคยสั่นเทาเอื้อมขึ้นไปจับข้อมือของคีรินที่ยังแตะอยู่บนคางของเธอ ออกแรงดึงให้เขาลดมือลงเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประจันหน้ากับเขาในระยะประชิด ความสูงที่ต่างกันทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นมอง แต่แววตาของเธอกลับไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความท้าทายที่ถูกจุดขึ้นในความมืด
"ถ้ามันเลยจุดนั้นไปแล้ว..." รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท ทว่าแฝงความเย้ายวนอย่างร้ายกาจ "...คุณแน่ใจเหรอครับว่าคุณเป็นคนคุมเกมนี้อยู่ฝ่ายเดียว?"
คีรินชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นช้าๆ เป็นรอยยิ้มที่แท้จริงครั้งแรกในรอบหลายเดือน แววตาดุดันฉายแววพึงพอใจระคนทึ่ง เขากำลังจะเอաբปากเอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดออกมาตอบโต้
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ทำลายบรรยากาศอันตึงเครียดและร้อนรุ่มในห้องลงทันที
ก่อนที่ทั้งสองจะได้ผละออกจากกัน ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างของนายตำรวจหนุ่มผู้ควบคุมสำนวนคดีก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าซีดเผือด หอบหายใจราวกับเพิ่งวิ่งหนีตายมา มือถือสมาร์ทโฟนในมือสั่นเทาขณะยื่นหน้าจอมาตรงหน้าทั้งคู่
"ผู้หมวด... เกิดเรื่องแล้วครับ!" ตำรวจหนุ่มละล่ำละลักพูดโดยไม่ทันสังเกตเห็นระยะห่างอันตรายของคนทั้งสอง "ศพพยานปากเอกในคดีลับของคุณพ่อคุณหมอ... ถูกพบเป็นฆาตกรรมอำพรางในเซฟเฮาส์กลางกรุงเมื่อห้านาทีที่แล้ว... และสภาพศพ... ถูกจัดฉากให้ใช้รหัสลับเดียวกับองค์กรของคุณคีรินครับ!"
รินรดาลืมตาโพรง ความรู้สึกราวกับถูกกระชากตกลงสู่เหวลึก ความอบอุ่นเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความหนาวยะเยือกที่เกาะกุมไขสันหลัง ขณะที่คีรินหรี่ตาลงมองหน้าจอโทรศัพท์ นัยน์ตาสีสนิมคู่นั้นวาบแสงอันตรายขึ้นมาวับหนึ่ง ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกยิ้มขึ้นอย่างเหี้ยมเกรียม
"ดูเหมือนว่าจะมีใครบางคน..." คีรินกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นขณะที่หันมามองหน้าเธอช้าๆ "...กำลังเล่นเกมซ้อนเกม เพื่อส่งสารมาหาเราสองคนโดยเฉพาะแล้วล่ะครับ"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สายลมแผ่วเบา
ดีลลับฉบับคนอันตราย: รักนี้เดิมพันด้วยลมหายใจ•ตอนที่ 18
ระยะห่างที่หายไป
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนอันตราย: รักนี้เดิมพันด้วยลมหายใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!