เสียงโลหะกระทบกันครั้งเดียวอย่างเฉียบคมในความเงียบงัด คือคำตอบสุดท้ายที่คีรินมอบให้กับความวุ่นวายทั้งหมดในห้องสอบสวน กุญแจมือเย็นเฉียบถูกสวมลงบนข้อมือหนาโดยที่เขาไม่แม้แต่จะขัดขืน ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มยังคงรักษาความสง่างามไว้อย่างน่าประหลาด แม้สถานะในวินาทีนี้จะพลิกผันจากผู้กุมความลับทั้งหมด กลายเป็นผู้ต้องหาในคดีอุกฉกรรจ์ที่ไม่อาจหลบ
รินรดายืนนิ่งอยู่หลังกระจกเงาทางเดียว แสงไฟภายในห้องสอบสวนสะท้อนเงาใบหน้าของเธอที่ซีดเซียวจนแทบไร้สีเลือด นิ้วเรียวทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวโพลน เสื้อกาวน์สีขาวที่เธอสวมใส่ซึ่งมักเป็นเกราะป้องกันทางจิตวิทยาเสมอ บัดนี้กลับรู้สึกราวกับบางเบาและไร้ค่า เมื่อต้องมองผ่านกระจกแผ่นนั้นไปยังดวงตาคมกริบทรงอำนาจของคีริน—ดวงตาคู่ที่กำลังทอดมองมายังทิศทางที่เธอยืนอยู่ ราวกับเขารู้ว่าเธอกำลังซ่อนตัวอยู่หลังเงาเหล่านั้น
"คุณกำลังทำบ้าอะไร คีริน" เสียงกระซิบของรินรดาลอดผ่านริมฝีปากที่สั่นเทาเล็กน้อย แม้เธอจะพยายามควบคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบตามวิชาชีพจิตแพทย์นิติเวชที่ยึดถือมาตลอดชีวิต แต่หัวใจข้างในกลับถูกบีบอัดจนแทบแหลกสลาย
ความเงียบงันภายในห้องสอบสวนถูกคั่นด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นของผู้กำกับการที่เดินเข้าไปใกล้โต๊ะสอบสวน สีหน้าของนายตำรวจใหญ่เต็มไปด้วยความเคลือบแคลงระคนแปลกใจ การมอบตัวอย่างไร้เงื่อนไขของชายผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเครือข่ายธุรกิจสีเทานี้ เป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด และมันง่ายดายเกินไปจนน่ากลัว
"ผมคิดว่าเอกสารชุดนี้ น่าจะเพียงพอสำหรับการปิดคดีทั้งหมดที่คุณตามหาแล้วนะผู้กำกับ" คีรินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม เรียบเฉย ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของเขาไม่ใช่รอยยิ้มของผู้พ่ายแพ้ แต่เป็นรอยยิ้มของคนที่กำลังเดินหมากตาสำคัญ
เขายื่นแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะที่ซ่อนหลักฐานทางการเงินและการโอนถ่ายอำนาจทั้งหมดให้พนักงานสอบสวน รอยเลือดเก่าๆ ที่ติดอยู่บนปกเสื้อสูทของเขาคือร่องรอยเดียวที่บ่งบอกว่า เขากเพิ่งผ่านพ้นคืนอันตรายมาหมาดๆ แต่สิ่งที่รินรดารู้ดีกว่าใครคือ เอกสารชุดนั้นไม่ใช่หลักฐานที่มัดตัวเขา... แต่มันคือ "เกราะ" ที่เขาจงใจสร้างขึ้นเพื่อเบี่ยงเบนเป้าหมายทั้งหมดออกจากตัวเธอ
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ภาพเหตุการณ์เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนยังคงเด่นชัดในความทรงจำ คืนที่เสียงกระสุนนัดแรกดังขึ้นในคฤหาสน์ตระกูลคีริน คืนที่ความจริงเกี่ยวกับคดีของพ่อเธอเกือบจะถูกเปิดเผยทั้งหมด แลกมาด้วยลมหายใจและการเดิมพันด้วยอิสรภาพของชายหนุ่มผู้นี้
*เขายอมรับผิดแทนเธอ...*
ความคิดนั้นทำให้ลมหายใจของรินรดาสะดุด เธอผลุนผลันออกจากห้องสังเกตการณ์ เดินดุ่มๆ ไปยังประตูห้องสอบสวนด้วยแรงอารมณ์ที่อยู่เหนือเหตุผลทั้งหมด เสื้อกาวน์สีขาวสะบัดตามจังหวะก้าวเดินที่รวดเร็วและเด็ดเดี่ยว
ปัง!
ประตูห้องสอบสวนถูกผลักเปิดออกเสียงดังสนั่น สายตาทุกคู่ในห้องหันมามองเป็นตาเดียว ผู้กำกับการขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความดุดันและเปี่ยมด้วยอำนาจวิชาชีพของจิตแพทย์สาวผู้กุมกุญแจสำคัญของคดีนี้
"คุณเข้ามาไม่ได้ หมอรินรดา นี่คือพื้นที่ควบคุมพิเศษ" ผู้กำกับเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเข้ม
"ฉันมีสิทธิ์ในฐานะพยานผู้เชี่ยวชาญ และเป็นผู้ร่วมตรวจสอบสำนวนคดีนี้" รินรดากล่าวสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยน้ำแข็ง เธอก้าวเข้าไปยืนประชิดโต๊ะสอบสวน สายตาคมปลาบจ้องมองตรงไปยังคีรินที่เงยหน้าขึ้นสบตาเธอกลับพอดี
ไม่มีคำทักทาย ไม่มีคำตัดพ้อ มีเพียงกระแสอารมณ์อันรุนแรงที่สื่อสารผ่านการสบตากันเพียงเสี้ยววินาที คีรินมองเธอด้วยแววตาที่อ่านยาก—ลึกซึ้ง เจ็บปวด และดื้อรั้นในเวลาเดียวกัน นัยน์ตาคู่นั้นกำลังบอกเธอเป็นนัยว่า *'หยุด... และปล่อยให้ทุกอย่างจบลงที่ผม'*
"หมอ... ไม่ควรอยู่ที่นี่" คีรินเอ่ยขึ้นเป็นประโยคแรก น้ำเสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อยแต่ยังคงความนุ่มนวลอย่างเป็นสุภาพบุรุษ แม้ในยามที่ข้อมือทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยเหล็กกล้า
"ฉันควรอยู่ที่นี่ ตั้งแต่วินาทีที่คุณตัดสินใจเล่นเกมโง่ๆ นี่แล้ว คีริน" รินรดากล่าวตอบ เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความอัดอั้น "คุณคิดว่าการเอาตัวเข้ามาแลกกับอิสรภาพของฉัน มันจะทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นอย่างนั้นเหรอ? คุณคิดว่าความตายหรือคุกตารางพวกนี้ มันจะลบล้างความจริงที่ว่าพ่อของฉันตายเพราะอะไรได้งั้นเหรอ!"
บรรยากาศในห้องสอบสวนเงียบกริบลงทันที เจ้าหน้าที่ตำรวจและนายเวรต่างหันหน้าหนี ทำเป็นมองไม่เห็นการปะทะคารมที่เต็มไปด้วยนัยยะทางอารมณ์นี้
คีรินระบายลมหายใจยาวนาน แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงชั่วขณะ เขยิบตัวเข้าหาขอบโต๊ะเล็กน้อย แม้จะมีกุญแจมือพันธนาการ แต่ท่าทีของเขากลับยังคงสง่างามและเปี่ยมด้วยความมั่น
"ริน..." เขาเรียกชื่อเธอด้วยเสียงที่เบาจนแทบ
กระซิบ มีเพียงเธอเท่านั้นที่ได้ยิน "ผมไม่ได้แลกมันเพื่อความรู้สึกผิด... และไม่ได้ทำเพื่อไถ่บาปอะไรทั้งนั้น"
"แล้วคุณทำทำไม!" เธอกัดฟันกรอด น้ำตาอุ่นๆ เอ่อคลอเบ้าตาคู่สวย แต่ถูกเธอสะกดกลั้นไว้ด้วยความเยือกเย็นที่เหลืออยู่ "คุณกำลังปกป้องใคร... หรือกำลังปกป้องหลักฐานชิ้นไหนที่ยังอยู่ในมือพวกมันกันแน่!"
คีรินไม่ตอบทันที เขายกมือขึ้นเล็กน้อย แม้จะติดพันธนาการ แต่สายตาของเขากลับกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งที่รินรดา รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลับและความหมายที่ซ่อนเร้น
"เพราะถ้าไม่มีผมอยู่ในเกมนี้ คนที่จะไม่ได้เดินออกจากตึกนี้... ไม่ใช่ผม แต่เป็นคุณ" คีรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงจังอย่างที่สุด "ความจริงเกี่ยวกับคดีของพ่อคุณ มันไม่ได้ซ่อนอยู่ในเอกสารพวกนั้นหรอกหมอ... แต่มันอยู่ใน 'คน' ที่กำลังยืนมองเราอยู่ข้างนอกต่างหาก"
คำพูดนั้นทำให้รินรดารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านไปทั่วไขสันหลัง เธอนิ่งง้ำไปชั่วขณะ สมองที่เฉียบคมประมวลผลอย่างรวดเร็ว เธอหันขวับกลับไปมองที่กระจกเงาทางเดียวด้านหลังทันที
เงาสสะท้อนจากกระจกบานใหญ่เผยให้เห็นความว่างเปล่า... แต่ทว่า มีรอยนิ้วมือเปื้อนคราบกาแฟใหม่เอี่ยมประทับอยู่บนขอบกระจกด้านนอก ทั้งที่ห้องสังเกตการณ์นั้นควรจะไม่มีใครอยู่ตั้งแต่ผู้กำกับการเดินเข้ามาในห้องนี้แล้ว!
เสียงฝีเท้าแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของมัจจุราช ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอกห้องสอบสวน เป็นจังหวะเดียวกับที่ไฟฉุกเฉินสีแดงในอาคารกะพริบวาบขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งชั้น ระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมดถูกตัดขาดในเสี้ยววินาที
คีรินขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ข้อมือจะถูกล่ามไว้ แต่แววตากลับคมกริบราวกับเสือดาวที่พร้อมล่าเหยื่อ "ดูเหมือนว่า... แขกที่เราไม่ได้เชิญ จะมาถึงเร็วกว่าที่คิดนะฃรับ"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สายลมแผ่วเบา
ดีลลับฉบับคนอันตราย: รักนี้เดิมพันด้วยลมหายใจ•ตอนที่ 25
เดิมพันสุดท้าย
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนอันตราย: รักนี้เดิมพันด้วยลมหายใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!