คราบเขม่าดินปืนบนปลอกกระสุนขนาดเก้ามิลลิเมตรไม่ได้ให้กลิ่นที่รัญจวนใจนัก แต่มันคือกลิ่นอายเดียวที่หลงเหลืออยู่บนโต๊ะทำงานสเตนเลสในห้องสอบสวนคดีพิเศษ รินรดายกปลายนิ้วขึ้นแตะขอบแก้วกาแฟที่เย็นชืดจนหยดน้ำเกาะพราว สายตาของเธอนิ่งสนิท ทอดมองผ่านกระจกกันกระจกเงาสองด้านไปยังร่างสูงโปร่งที่นั่งไขว่ห้างอยู่เบื้องล่าง แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดทังสเตนสะท้อนสันจมูกโด่งเป็นสันและเงาทอดทับดวงตาคู่คมที่ยากจะคาดเดาของคีริน
"คุณกำลังเล่นเกมที่อันตรายเกินกว่าจะถอนตัวนะหมอ"
เสียงทุ้มต่ำผ่านเครื่องขยายสัญญาณไร้สายดังขึ้นในหูฟังของเธอ มันไม่ได้เจือแววหวาดกลัว ตรงกันข้าม น้ำเสียงนั้นเรียบเฉย ราวกับชายหนุ่มกำลังพูดคุยถึงสภาพอากาศในฤดูร้อน มากกว่าการเป็นผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมอำพรางที่ทางการต้องการตัวมากที่สุด
รินรดากดปุ่มไมโครโฟนบนโต๊ะ เสียงของเธอราบเรียบและเยือกเย็นไม่แพ้กัน "เกมนี้เริ่มต้นตั้งแต่คืนที่พ่อของฉันตายแล้วต่างหากล่ะคุณคีริน... และคุณก็รู้ดีว่าฉันไม่ใช่ตุ๊กตาไขลานที่จะยอมให้ใครมาบงการกระดานนี้ฝ่ายเดียว"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ เป็นความเงียบที่อัดแน่นด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยา ทั้งสองต่างยืนอยู่คนละฟากฝั่งของกฎหมายและศีลธรรม ทว่ากลับถูกผูกพันไว้ด้วยเงื่อนงำแห่งอดีตที่เน่าเฟะขององค์กรลับที่พวกเขากำลังขุดคุ้ย
คีรินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อสูทสีดำสนิทขยับเข้าใกล้กระจกเงาด้านที่เธออยู่ ราวกับเขารู้ว่าเธอกำลังจ้องมองเขาผ่านแผ่นกระจกนั้น ดวงตาคู่นั้นกวาดมองตรงมายังจุดที่เธอซ่อนตัวอยู่ แม้จะรู้ว่าเป็นเพียงกระจกทึบฝั่งเดียว แต่นัยน์ตาคู่นั้นกลับคมกริบจนรินรดารู้สึกเหมือนถูกมองทะลุผ่านเสื้อกาวน์สีขาวและเกราะป้องกันทั้งหมด
"ความแค้นมันหนักเกินไปนะรินรดา..." คีรินเอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาลง แต่กลับก้องกังวานในความรู้สึกของแพทย์หญิงนิติเวช "คุณถือมันไว้ในมือ นานเข้ามือคู่นั้นก็จะเลือดโชกเสียเอง... ปล่อยให้มันเป็นหน้าที่ของผมเถอะ"
"หน้าที่ของคุณคือการรอดชีวิตออกไปจากที่นี่ไม่ใช่หรือไง?" รินรดากัดฟันแน่น สันกรามของเธอขยับเกร็งจนเห็นเป็นสันนูน เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเช่นกัน มือเรียวกำแฟ้มเอกสารลับในมือจนยับยู่ยี่ "อย่ามาทำเป็นพูดเรื่องความเสียสละกับฉัน ในเมื่อคุณเองก็มีความลับบางอย่างที่ซ่อนไว้ใต้รอยแผลเป็นพวกนั้น!"
บทสนทนาหยุดชะงักลงเมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นที่ด้านหลังของห้องควบคุม ประตูเหล็กเปิดผางพร้อมกับการปรากฏตัวของสารวัตรภูมิพัฒน์ นายตำรวจมือปราบผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในเขตพื้นที่ สีหน้าของเขาเคร่งเครียด แววตาเต็มไปด้วยความลังเลและความกดดันจากเบื้องบน
"หมดเวลาแล้วหมอ" ภูมิพัฒน์เอ่ยเสียงเครือ "คำสั่งด่วนจากอธิบดี... คืนนี้จะมีการย้ายตัวผู้ต้องหาไปยังเรือนจำความมั่นคงสูง และคุณไม่มีสิทธิ์เข้าใกล้เขาอีกเป็นอันขาด"
รินรดานิ่งอึ้งไปชั่ววินาที หัวใจกระตุกวูบ เรือนจำความมั่นคงสูงหมายถึงหลุมศพดีๆ นี่เอง หากคีรินเข้าไปอยู่ในเงื้อมมือของพวกมัน โอกาสที่ความจริงเรื่องพ่อของเธอจะถูกเปิดเผยจะกลายเป็นศูนย์ทันที
"ไม่ได้นะสารวัตร! เขายังต้องให้การเรื่อง..."
"นี่คือคำสั่ง!" ภูมิพัฒน์ตัดบทเสียงแข็ง ดวงตาคมกริบมองเธอด้วยความเห็นใจเจือความระอา "ถ้าคุณยังดึงดันจะขุดคุ้ยเรื่องนี้ต่อ ชีวิตของคุณเองก็จะปลิวหายไปกับสายลมเหมือนกัน... กลับบ้านไปซะ หมอ"
รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความรู้สึกโกรธแค้นและคับแค้นใจพวยพุ่งขึ้นมาจุกที่ลำคอ เธอมองผ่านกระจกไปยังคีรินอีกครั้ง ชายหนุ่มไม่ได้แสดงความตื่นตระหนก เขากลับยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เศร้าสร้อยและเปี่ยมด้วยความหมายลึกซึ้ง
ริมฝีปากของคีรินขยับโดยไร้เสียง แต่รินรดาอ่านมันออกได้อย่างแม่นยำ
*‘ลาก่อน... ที่รัก’*
ภาพของคีรินถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโดสองนายเข้าประกบล็อกตัวและสวมกุญแจมือ ก่อนจะถูกพาตัวเดินหายลับไปจากห้องสอบสวนผ่านทางประตูด้านหลัง รินรดารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกจนหมดสิ้น ขาทั้งสองข้างแทบจะทรงตัวไม่อยู่ เธอทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ปล่อยให้ความเงียบงันและความอ้างว้างเข้ากัดกินหัวใจ
นี่คือการจากลาชั่วคราว เพื่อรอเวลาชำระแค้น เธอบอกตัวเองเช่นนั้นในใจ
รินรดาก้มลงมองแฟ้มเอกสารที่คีรินแอบทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบได้ มันเป็นแฟ้มหนังสีดำเก่าๆ ที่มีสัญลักษณ์รูปเข็มทิศสลักไว้ที่มุมขวา ลายเส้นที่คุ้นเคยทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด มันคือสัญลักษณ์เดียวกับแหวนวงที่พ่อของเธอก่อนตายเคยกำไว้แน่น
มือเรียวสั่นเทาขณะเปิดแฟ้มออก เอกสารแผ่นแรกไม่ใช่รายงานคดี แต่เป็นจดหมายด้วยลายมือหวัดๆ ที่เขียนด้วยหมึกสีดำสนิท มีข้อความสั้นๆ ทิ้งไว้ว่า...
*"ถ้าคุณเปิดอ่านหน้านี้ แสดงว่าผมคงไม่ได้อยู่ข้างกายคุณแล้ว... จงไปที่ตู้เซฟหมายเลข 404 ที่สถานีรถไฟใต้ดินเก่า ความจริงทั้งหมดรอคุณอยู่ที่นั่น และระวังตัวให้ดี คนที่สั่งฆ่าพ่อคุณ... นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดียวกับคนที่คุณเพิ่งคุยด้วยเมื่อครู่นี้เอง"*
รินรดาเบิกตากว้าง ความหนายะเยือกแล่นพล่านไปตามสันหลังเมื่อสมองประมวลผลคำว่า *'คนที่คุณเพิ่งคุยด้วย'*
เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งกำลังก้าวเข้ามาใกล้ประตูห้องสอบสวนอย่างเชื่องช้า... ทว่ามั่นคง พร้อมกับเสียงเคาะประตูด๊อกๆ สามครั้งที่ดังขึ้น ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความตาย
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สายลมแผ่วเบา
ดีลลับฉบับคนอันตราย: รักนี้เดิมพันด้วยลมหายใจ•ตอนที่ 26
หยดน้ำตาที่ร่วงหล่น
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนอันตราย: รักนี้เดิมพันด้วยลมหายใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!