กลิ่นอับของไม้สนเก่าและฝุ่นละอองที่ลอยวนอยู่ในลำแสงสลัวจากหน้าต่างบานแคบ คือสิ่งเดียวที่ต้อนรับพวกเขาเข้าสู่บ้านพักกลางป่าลึกหลังนี้
รินรดาก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับบานประตูไม้ที่เพิ่งถูกลงกลอนอย่างแน่นหนา เสียงเหล็กกระทบกันดัง *กริ๊ก* สะท้อนก้องในความเงียบงัด เสื้อกาวน์สีขาวของเธอถูกถอดทิ้งไว้เบาะหลังรถตั้งแต่ออกจากเมือง เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนยับยู่ยี่และกางเกงสแล็คเข้ารูปที่บ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าจากการเดินทางข้ามคืน แต่สิ่งที่เหนื่อยล้ายิ่งกว่าคือการต้องมาติดอยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับชายผู้มีค่าหัวอันตรายที่สุดในเวลานี้
"คุณล็อกประตูแน่นเกินไปหมอ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นจากมุมมืดของห้องนั่งเล่น คีรินถอดเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีเข้มออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ บนลาดไหล่หนาภายใต้เสื้อยืดสีดำสนิท เขายืนอยู่ริมหน้าต่างที่ถูกปิดทึบด้วยผ้าม่านหนาเตอะ นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องมาที่เธอราวกับนักล่าที่กำลังประเมินเหยื่อในกรง "คิดว่าประตูไม้สักบางๆ แค่นี้จะกันกระสุน หรือจะกันตัวผมได้จริงๆ หรือครับ"
รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ปรับลมหายใจให้สม่ำเสมอเพื่อซ่อนความหวั่นไหว เธอยกมือขึ้นกอดอก พยายามสวมเกราะป้องกันทางจิตวิทยาที่เธอใช้มาตลอดชีวิตการเป็นจิตแพทย์นิติเวช
"ฉันไม่ได้ล็อกไว้กันคุณหรอกคีริน... ฉันล็อกไว้กันพวกมันต่างหาก" เธอกล่าวเสียงเรียบ สายตากวาดมองไปรอบห้อง "บ้านพักตากอากาศร้างของอดีตผู้พิการทางกฎหมายที่คุณเลือกใช้ซ่อนตัว มันไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่คุณคุยโม้ไว้หรอก"
"ฉลาด" คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก "แต่ประมาทที่คุณยอมเอาชีวิตเข้ามาผูกไว้กับผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม... คุณคิดจริงๆ หรือหมอ ว่าแฟ้มเอกสารในมือคุณจะช่วยลบล้างมลทินให้พ่อของคุณได้ ก่อนที่กระสุนของคนพวกนั้นจะเจาะกะโหลกคุณเสียก่อน"
คำพูดนั้นจี้เข้าตรงจุดเปราะบางที่สุดในจิตใจของรินรดา ร่างเพรียวสะท้านเล็กน้อยแต่นัยน์ตากลับวาวโรจน์ด้วยความโกรธ เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอย่างไม่เกรงกลัว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงคืบ กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นอายความเย็นชาเฉพาะตัวของชายหนุ่มลอยเข้าปะทะจมูก
"ถ้าฉันกลัวตาย ฉันคงไม่มานั่งอยู่ตรงนี้กับฆาตกรที่จำไม่ได้แม้กระทั่งว่าตัวเองฆ่าใครไปบ้างหรอกค่ะ—เอ๊ย... ครับ" รินรดาเผลอหลุดคำพูดติดปากออกมาอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นแววตาไหววูบในนัยน์ตาของอีกฝ่าย เธอรีบแก้คำพูดทันทีด้วยความหงุดหงิดที่เผลอแสดงความอ่อนแอให้เขาเห็น
คีรินชะงักไปชั่วขณะ นัยน์ตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันอันหนักหน่วงที่แผ่ซ่านระหว่างคนทั้งคู่ ในที่แคบๆ และอับทึบแห่งนี้ ความตึงเครียดไม่ได้เกิดจากความกลัวการถูกตามล่า แต่เกิดจากแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจปฏิเสธได้ระหว่างจิตแพทย์ผู้ยึดมั่นในความจริง กับมาเฟียผู้สูญเสียความทรงจำ
"ความจำผมอาจจะหายไปบางส่วนหมอ..." คีรินก้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเธอ เสียงของเขาต่ำพร่าจนชวนให้ขนลุก ลลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านผิวแก้มเนียน "แต่สัญชาตญาณในการแยกแยะ 'เหยื่อ' กับ 'ผู้ล่า' ของผมยังอยู่ครบถ้วน... และตอนนี้ คุณกำลังเดินเข้ามารอความตายในกรงของผมเอง"
รินรดาไม่ถอยหนี เธอยืนหยัดเผชิญหน้า สบตากับเขาตรงๆ แม้หัวใจจะเต้นรัวรากับกลองเพล "ถ้าฉันเป็นเหยื่อ... ทำไมมือคุณถึงไม่กล้าเหนี่ยวไกตั้งแต่คืนแรกที่เราเจอกันล่ะคะ... เอ่อ... ครับ" เธอเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความโมโหตัวเองที่เผลอหลุดปากอีกครั้ง
คีรินหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ไร้ความสุขแต่น่าหลงใหลอย่างประหลาด นิ้วมือหนายื่นออกไปราวกับจะแตะกลุ่มผมที่หลุดลุ่ยของเธอ แต่แล้วเขาก็ชะงักมือค้างไว้กลางอากาศ ราวกับกำลังยับยั้งชั่งใจบางอย่าง
บรรยากาศในห้องพักอันเงียบสงบถูกตัดขาดด้วยเสียงบางอย่างภายนอก
*แกร๊ก...*
เสียงกิ่งไม้หักดังมาจากบริเวณระเบียงด้านหลังบ้าน เป็นเสียงแผ่วเบาที่แทบไม่ได้ยินหากไม่มีสมาธิมากพอ แต่สำหรับคนทั้งคู่ที่ผ่านการฝึกฝนและเผชิญความเป็นความตายมาโชกโชน เสียงนั้นดังชัดเจนราวกับเสียงฟ้าผ่า
คีรินหุบยิ้มทันที แววตาเปลี่ยนเป็นดุดันและเยียบเย็นในเสี้ยววินาที ร่างสูงพุ่งตัวไปคว้าปืนพกสั้นที่เหน็บไว้ที่เอวด้านหลังอย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับใช้มืออีกข้างดันรินรดาให้หมอบลงไปหลังโซฟาตัวเก่าทันที
"เงียบ" เขากระซิบสั่งเสียงเฉียบขาด ร่างกายกำยำแนบชิดกับพื้นไม้เพื่อลดมุมมองจากหน้าต่าง
รินรดากลั้นหายใจ หัวใจเต้นระส่ำรัวด้วยความตื่นตระหนก เธอเอื้อมมือไปคว้ากระเป๋าเอกสารของตัวเอง พร้อมกับตระหนักได้ทันทีว่าการมาซ่อนตัวที่นี่ไม่ใช่ความลับอย่างที่คิด
เสียงฝีเท้าหนักๆ ย่ำเข้ามาใกล้ประตูหลังบ้านทีละนิด... ช้าๆ แต่หนักแน่น และเต็มไปด้วยเจตนาฆ่า
ก่อนที่คีรินจะทันได้ขยับตัวไปที่ประตู เสียงเคาะเบาๆ สามครั้งก็ดังขึ้นที่บานหน้าต่างไม้เก่า—เคาะเป็นจังหวะที่คนในองค์กรลับของเขาเท่านั้นที่รู้
คีรินขมวดคิ้วแน่น นัยน์ตาฉายแววสับสนเป็นครั้งแรก เขาลุกขึ้นช้าๆ โดยใช้กระบอกปืนเล็งตรงไปที่หน้าต่าง พลางส่งสัญญาณมือให้รินรดานิ่งเงียบ
ไม้กระดานแผ่นหนึ่งใต้พื้นบ้านส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ พร้อมกับที่เงาดำทมิฬสายหนึ่งพุ่งวาบผ่านแสงจันทร์ที่ส่องลอดรอยแตกของหลังคา... มันไม่ใช่คนนอกที่ตามล่าพวกเขา แต่เป็นเสียงเปิดล็อกกุญแจจากใต้ถุนบ้านที่ดังขึ้นอย่างเงียบเชียบ!
คีรินหันขวับมามองรินรดา สีหน้าของเขาซีดเผือดลงเล็กน้อยเป็นครั้งแรก "มีคนอยู่ในบ้าน... ตั้งแต่ก่อนที่เราจะมาถึงแล้ว"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สายลมแผ่วเบา
ดีลลับฉบับคนอันตราย: รักนี้เดิมพันด้วยลมหายใจ•ตอนที่ 9
บ้านพักในป่าลึก
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนอันตราย: รักนี้เดิมพันด้วยลมหายใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!