กลิ่นอายของกาแฟดำคั่วเข้มผสมผสานกับความเย็นยะเยือกจากเครื่องปรับอากาศในห้องสอบสวนส่วนตัว ทำให้บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก รินรดายกถ้วยกระดาษขึ้นจรดริมฝีปาก ปล่อยให้ความขมปร่าแผ่ซ่านลงสู่ลำคอ เพื่อขับไล่ความอ่อนล้าที่เกาะกุมเปลือกตามาตลอดสามชั่วโมงเต็ม
ตรงข้ามโต๊ะไม้สักสีเข้ม คีรินนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีผ่อนคลายอย่างน่าหมั่นไส้ เสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นรอยสักรูปกรงนกที่จางเลือนบนท่อนแขนแกร่ง นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นไม่เคยละไปจากใบหน้าเรียบเฉยของจิตแพทย์สาวเลยแม้แต่วินาทีเดียว มันเป็นสายตาที่พยายามอ่านใจ แต่ในขณะเดียวกันก็เหมือนกำลังซ่อนเร้นมหาสมุทรแห่งความลับเอาไว้เบื้องหลัง
"คุณกำลังประเมินผม หรือกำลังพยายามหาทางหนีจากสิ่งที่ผมกำลังจะพูดกันแน่ครับ คุณหมอรินรดา"
น้ำทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กดดัน กลิ่นอายความเป็นอันตรายแผ่ซ่านออกมาจากตัวตนของเขาอย่างชัดเจน แม้ในยามที่เขาเพียงแค่ขยับปลายนิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ
"ฉันแค่กำลังใช้เวลาทบทวนความทรงจำของคุณ ว่าตรงไหนคือเรื่องจริง และตรงไหนคือการแสดงละครเพื่อเบี่ยงเบนประเด็น" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ นิ่งสนิทไร้รอยคลื่น ไม่แสดงความหวั่นไหวต่อแรงกดดันทางจิตวิทยาที่เขาส่งมา "อาการสูญเสียความจำบางช่วงของคุณมันเลือกจดจำได้สะดวกเกินไป คีริน... คนเรามักจะลืมสิ่งที่เจ็บปวด แต่นี่คุณกลับลืมเฉพาะชื่อของผู้ที่อยู่เบื้องหลังคำสั่งฆ่า"
คีรินหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและแหบพร่า เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความสุขโดยสิ้นเชิง เขานอนพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังมองทะลุผ่านกรอบแว่นไร้กรอบของเธอเข้าไปถึงความคิดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
"คุณคิดว่าผมกำลังปกป้องใครอยู่หรือครับ?" เขาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "คุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านจิตใจมนุษย์อย่างคุณ น่าจะรู้ดีที่สุดว่า... บาดแผลที่ลึกที่สุด มักเกิดจากคนที่เรารักและไว้วางใจมากที่สุด ไม่ใช่จากศัตรู"
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ภาพความทรงจำในอดีตเกี่ยวกับคดีของพ่อที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดทางวินัยและจบชีวิตลงอย่างปริศนาผุดขึ้นมาในหัวชั่วแวบ แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะปล่อยให้อารมณ์ส่วนตัวมาครอบงำ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา แววตาคมปลาบจับจ้องเขาเขม็ง
"อย่ามาเล่นเกมจิตวิทยากับฉัน คีริน" เธอวางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะ เสียงกระทบดังเบาๆ แต่เด็ดเดี่ยว "ถ้าคุณมีหลักฐาน หรือมีอะไรที่มากกว่าคำพูดลอยๆ ก็คายมันออกมาซะ ก่อนที่ตำรวจชุดสืบสวนจะเข้ามาลากตัวคุณไปรับโทษในฐานะแพะรับบาปที่สมบูรณ์แบบที่สุด"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง คราวนี้มันหนักอึ้งเสียจนเสียงเครื่องปรับอากาศกลายเป็นเพียงเสียงรบกวนเบื้องหลัง คีรินไม่โกรธเคืองต่อท่าทีแข็งกร้าวของเธอ ตรงกันข้าม มุมปากหยักลึกกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อโชคชะตา
"คุณฉลาดมาก รินรดา... ฉลาดจนบางครั้งผมก็อดนึกสงสัยไม่ได้ว่า ถ้าคุณไม่ได้มัวแต่ก้มหน้าก้มตาค้นหาความจริงเพื่อกู้ชื่อเสียงให้พ่อของคุณ คุณอาจจะมีชีวิตที่สงบสุขกว่านี้ไปนานแล้ว"
คำพูดนั้นทำให้รินรดาชะงัก ร่างกายแข็งทื่อขึ้นมาทันที ชื่อของพ่อ... คือขีดจำกัดที่ไม่มีใครควรล้ำเส้น และการที่คีรินเอ่ยถึงมันอย่างรู้ดี ย่อมหมายความว่าเขาไม่ได้บังคับเข้ามาพัวพันกับชีวิตเธอโดยบังเอิญ
"คุณรู้เรื่องพ่อของฉันได้ยังไง?" น้ำเสียงของเธอเย็นเฉียบลงจนแทบกลายเป็นน้ำแข็ง
"ผมไม่ได้แค่รู้... แต่ผมรู้ว่าคืนวันที่พ่อของคุณตาย ใครคือคนที่ยืนอยู่หน้าห้องทำงานของเขา" คีรินกระซิบ เสียงของเขาแผ่วเบาราวกับเสียงลมหายใจ แต่กลับดังสนั่นอยู่ในโสตประสาทของหญิงสาว
รินรดาลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเยือกเย็นทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา "คุณหมายความว่ายังไง พูดให้มันชัดๆ นะคีริน!"
คีรินยังคงนั่งนิ่ง เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเเววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและคำถามระลอกใหญ่ของเธอ รอยยิ้มจางหายไปจากใบหน้า แทนที่ด้วยความจริงจังที่เฉียบคมบาดลึก
เขายื่นมือไปหยิบกระดาษทิชชูบนโต๊ะ ปากกาหมึกซึมด้ามหรูถูกดึงออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วเขียนตัวอักษรสามตัวลงบนแผ่นกระดาษ ก่อนจะดันมันข้ามโต๊ะมาหยุดตรงหน้าเธอ
รินรดาก้มมองตัวอักษรเหล่านั้น หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ
มันไม่ใช่ชื่อของมาเฟียคู่อริ ไม่ใช่ชื่อของนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลที่ตกเป็นเป้าหมายของการสืบสวน... แต่มันคือชื่อย่อของ "คนใกล้ตัวที่สุด" คนที่เธอกำลังร่วมงานด้วยอยู่ทุกวันในสถาบันนิติเวชแห่งนี้
เสียงฝีเท้าหนักๆ เริ่มดังขึ้นที่ทางเดินด้านนอก ประตูห้องสอบสวนถูกเคาะเบาๆ สองครั้ง ก่อนที่ลูกบิดจะค่อยๆ หมุนเปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างคุ้นเคยในชุดกาวน์สีขาวที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มบางเบา
"คุยอะไรกันอยู่หรือครับ ดูท่าทางเคร่งเครียดกันจังเลยนะ"
รินรดาหันขวับไปมองผู้มาใหม่ ลมหายใจสะดุดกكَ คีรินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อีกครั้ง พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ปรากฏขึ้นที่มุมปากเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ความมืดมิดของความจริงจะตลบอบอวลเข้าปิดตายทุกทางหนี
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
ดีลลับฉบับคนอันตราย: รักนี้เดิมพันด้วยลมหายใจ•ตอนที่ 8
เสียงกระซิบจากความมืด
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนอันตราย: รักนี้เดิมพันด้วยลมหายใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!