ดีลลับฉบับคนอันตราย: รักนี้เดิมพันด้วยลมหายใจ•ตอนที่ 12

ภาพลวงตาในกระจก

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินร้างคละคลุ้งอยู่ในความทรงจำที่แตกสลาย คีรินสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับลมหายใจหอบกระชั้น หน้าผากชื้นด้วยเหงื่อกาฬ เยื่อบุตาพร่ามัวในความมืดสลัวของห้องนอนเพนต์เฮوسต์หรูหราที่เงียบสงบ นิ้วมือแกร่งกำผ้าปูที่นอนสีเข้มจนยับย่น หัวใจเต้นโครมครามรากระเบิด—ไม่ใช่เพราะความเหนื่อยอ่อนจากฝันร้าย แต่เป็นเพราะ "ความว่างเปล่า" ที่หลงเหลืออยู่ ในความฝันนั้น... เขาเห็นมือคู่หนึ่งเปื้อนเลือดสีแดงฉานกำลังกุมด้ามมีดสั้น แต่เมื่อพยายามจะเพ่งมองใบหน้าของเจ้าของมือ ภาพนั้นกลับบิดเบี้ยวและแตกสลายราวกับกระจกที่ถูกทุบด้วยค้อนหนักๆ เป็นความทรงจำที่ถูกลบเลือน คล้ายกับไฟล์ข้อมูลที่ถูกกดปุ่ม Shift+Delete ไปจากฮาร์ดไดรฟ์ในสมองอย่างไรอย่างนั้น คีรินยกมือขึ้นนวดขมับ ปรับลมหายใจให้เข้าที่ ความนิ่งและเยือกเย็นค่อยๆ กลับคืนสู่แววตาคมกริบทีละน้อย เขาไม่ใช่ผู้ชายที่จะปล่อยให้ความฝันไร้สาระมาสั่นคลอนความมั่นคงในโลกความเป็นจริงได้ แต่รอยแผลเป็นทางจิตวิทยาชิ้นนี้มันลึกเกินกว่าจะมองข้าม นาฬิกาบนโต๊ะทำงานบอกเวลาตีสามสิบห้านาที หน้าจอคอมพิวเตอร์แบบพกพาบนโต๊ะทำงานยังคงสว่างวาบ เอกสารคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อสามปีก่อนถูกเปิดค้างไว้ ภาพถ่ายศพในที่เกิดเหตุและรายงานชันสูตรพลิกศพของจิตแพทย์นิติเวชรุ่นพี่ผู้ล่วงลับ—พ่อของรินรดา—ปรากฏเด่นชัดบนจอ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ไม่ดังเกินไปแต่ชัดเจนพอที่จะดึงสติของเขาให้หลุดออกจากวังวนแห่งความมืด คีรินขมวดคิ้วเล็กน้อย ยันกายลุกขึ้นจากเตียง คว้าเสื้อคลุมผ้าไหมสีเข้มมาสวมทับอย่างลวกๆ ก่อนจะก้าวเท้าเดินไปยังประตูบานใหญ่ เมื่อบานประตูเปิดออก รินรดายืนอยู่ตรงนั้น เธอสวมชุดสูทลำลองสีเทาอ่อน แม้จะเป็นเวลาตีสามครึ่ง แต่ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นกลับฉายแววเฉียบคมและตื่นตัว ไม่มีร่องรอยของความง่วงงุนแม้แต่น้อย ในมือของเธอถือแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะ "รบกวนเวลาพักผ่อนของคุณหรือเปล่าครับ... หรือว่าคุณคีรินยังนอนไม่หลับเหมือนฉัน" เสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงความนัยเอ่ยขึ้น รินรดาเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาก่อนด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา คีรินมองหน้าเธอนิ่ง ครู่หนึ่งเขาถึงเบี่ยงตัวหลีกทางให้เธอก้าวเข้ามาในห้อง "คนที่เป็นโรคพาร์นอยด์มักไม่ค่อยยอมนอนตอนกลางคืนอยู่แล้ว คุณรินรดาน่าจะรู้ดีกว่าผมนะ เชิญครับ" รินรดาเดินเข้าไปในห้อง กวาดสายตาสำรวจรอบกายด้วยสัญชาตญาณของจิตแพทย์นิติเวช เธอมองเห็นแก้วน้ำบนโต๊ะทำงานที่ยังคงมีน้ำครึ่งแก้ว เห็นรอยยับบนผ้าปูที่นอน และที่สำคัญที่สุด... เธอสังเกตเห็นหยาดเหงื่อที่ยังซึมอยู่ตามไรผมของชายหนุ่ม "คุณฝันร้ายอีกแล้วสินะคะ... อ้อ ขออภัย ฉันหมายถึง 'คุณคีริน'" รินรดาเปลี่ยนสรรพนามและน้ำเสียงอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นสายตาคมกริบที่ตวัดมองมา "ในฐานะแพทย์ ฉันแค่อ่านภาษากายของคุณออก หยาดเหงื่อ อัตราการเต้นของชีพจรที่ยังเร็วกว่าปกติ และรอยย่นตรงหว่างคิ้วนั้น... มันฟ้องว่าคุณไม่ได้นอนหลับอย่างเป็นสุข" คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ รินรดานี่ช่างเป็นผู้หญิงที่อันตรายเสียจริง เธอมักจะมองทะลุเกราะกำบังทุกชั้นของเขาได้อย่างง่ายดายเสมอ "คุณกำลังใช้หลักจิตวิทยามาวิเคราะห์ผม ยามวิกาลแบบนี้มันเกินเวลาในสัญญาจ้างไปมากนะคุณหมอ" "บางครั้งความจริงก็ไม่ได้รอให้ถึงเวลาทำการหรอกนะคะคุณคีริน" รินรดาวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงาน เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวไม้ดังขึ้นเบาๆ แต่กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนในความรู้สึกของคนฟังอย่างประหลาด "ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อวิเคราะห์สภาพจิตใจของคุณอย่างไร้เหตุผล แต่ฉันมาเพื่อส่งมอบบางสิ่ง... ที่อาจจะช่วยเติมเต็ม 'ช่องว่าง' ในความทรงจำที่คุณพยายามหลบหนีอยู่" คีรินหรี่ตาลงเล็กน้อย บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลดลงอย่างเฉียบพลัน "คุณรู้อะไรมา" "ฉันรู้ว่าคืนเกิดเหตุเมื่อสามปีก่อน คืนที่พ่อของฉันถูกจัดฉากว่าฆ่าตัวตายและมีหลักฐานพัวพันกับองค์กรของคุณ... มีพยานปากสำคัญคนหนึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย" รินรดาหันมาสบตาเขาตรงๆ แววตานั้นไม่มีความหวาดกลัว เจือไว้ด้วยความมุ่งมั่นที่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชา "และพยานคนนั้น... คือคนที่สูญเสียความจำชั่วขณะจากอาการทางจิตเวชหลังเหตุการณ์รุนแรง" ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน ชั่วขณะหนึ่งมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ คีรินนิ่งงันไป เขารู้ว่าเธอกำลังพูดถึงใคร และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาต้องขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูน "คุณกำลังหาว่าผมเป็นฆาตกร หรือกำลังบอกว่าผมเป็นเหยื่อที่ถูกจัดฉากกันแน่ครับหมอ" เสียงของคีรินทุ้มต่ำและอันตราย "ฉันยังไม่สรุปอะไรทั้งนั้น จนกว่าเราจะได้เห็นหลักฐานชิ้นนี้ร่วมกัน" รินรดาเปิดแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลออก เผยให้เห็นภาพถ่ายฟิล์มกระจกเก่าๆ และแผ่นบันทึกข้อมูลดิจิทัลรุ่นเก่าที่ถูกกู้คืนมาได้ "นี่คือภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดตัวสุดท้ายในตึกร้างวันนั้น ซึ่งถูกเข้ารหัสไว้ด้วยระบบความปลอดภัยขั้นสูงที่คุณเป็นคนออกแบบเอง... คุณคีริน" คีรินก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน สายตาดุจเหยี่ยวจ้องมองลงไปยังภาพในเอกสาร ภาพถ่ายขาวดำที่ถูกขยายจนเห็นรายละเอียดชัดเจน เผยให้เห็นเงาร่างของชายคนหนึ่งกำลังยืนถือมีดอยู่เหนือร่างที่ไร้ลมหายใจของพ่อรินรดา แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของคีรินสะดุดกึก... ไม่ใช่เงาร่างนั้น ...แต่เป็น 'เงาสะท้อน' ของกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้องในภาพถ่ายนั้น เงาสะท้อนในกระจกเปิดเผยใบหน้าที่ชัดเจนของคนที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่มุมห้อง... ใบหน้าที่ไร้ซึ่งความตกใจ มีเพียงแววตาที่ว่างเปล่าและเย็นชาไร้ความรู้สึก ใบหน้าของ 'คีริน' เอง ชายหนุ่มชะงักงัน ร่างกายคล้ายถูกแช่แข็งด้วยความหนาแน่นของความจริงที่พรั่งพรูเข้ามา ภาพในฝันที่เคยพร่าเลือนเมื่อครู่ กลับชัดเจนขึ้นมาในหัวราวกับถูกฉายซ้ำ ภาพของมือที่เปื้อนเลือด... เสียงลมหายใจหอบกระชั้น... และความรู้สึกผิดบาปที่ถูกฝังกลบไว้ใต้จิตใต้สำนึกอันลึก รินรดาสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของเขา เธอขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนบาดลึกถึงขั้วหัวใจเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ "ดูเหมือนว่า... ภาพลวงตาในกระจกเมื่อสามปีก่อน จะไม่ใช่แค่ความฝันสินะคะคุณคีริน" รินรดากระซิบแผ่วเบา ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ก่อนที่คีรินจะทันได้เอ่ยคำแก้ตัวใดๆ ออกมา เสียงฝีเท้าฝีหนาหนักหลายคู่ก็ดังขึ้นอย่างกะทันหันที่หน้าประตูกระจกนิรภัยของเพนต์เฮาส์ ตามด้วยเสียงสัญญาณเตือนภัยระบบรักษาความปลอดภัยที่ดังสนั่นหวั่นไหว แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานกะพริบวับวาบทั่วห้อง พรึบ! ไฟฟ้าทั้งชั้นดับลงเหลือเพียงแสงสีแดงวับวาบ รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ทว่ายังไม่ทันได้ขยับตัว คีรินก็พุ่งเข้ามาคว้าข้อมือเธอด้วยความเร็วสูง แรงกระชากนั้นทำให้เธอเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของเขาอย่างจัง กลิ่นกายบุรุษผสมกับความตึงเครียดลอยแตะจมูก "อย่าขยับ!" คีรินกระซิบเสียงต่ำชิดริมหูเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนรดต้นคอ ขณะที่มืออีกข้างชักอาวุธปืนพกเก็บเสียงออกมาจากใต้สูทอย่างคล่องแคล่ว สายตาคมกริบมองตรงไปยังประตูทางเข้าที่บานกระจกกำลังถูกทำลายด้วยความร้อนจากภายนอก เงาร่างสีดำสามร่างปรากฏขึ้นที่หน้าประตู พร้อมกับกระบอกปืนที่เล็งตรงเข้ามายังจุดที่พวกเขายืนอยู่! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ สายลมแผ่วเบา
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนอันตราย: รักนี้เดิมพันด้วยลมหายใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%