ดีลลับฉบับคนอันตราย: รักนี้เดิมพันด้วยลมหายใจ•ตอนที่ 13

ร่องรอยของคนทรยศ

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
แฟ้มเอกสารคดีหมายเลข 402 บนโต๊ะทำงานของรินรดาไม่ได้บอกเล่าเรื่องราวผ่านตัวอักษรพิมพ์ดีดที่สะอาดสะอ้านอีกต่อไปแล้ว แต่ทว่ามันกำลังกระซิบเตือนความจริงอันน่าสะพรึงกลัวผ่านคราบกาแฟจางๆ และรอยนิ้วมือที่ทับซ้อนกันอย่างไร้ระเบียบ กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าผสมผสานกับกลิ่นไอฝนที่ลอยมาจากนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ทำให้ห้องปฏิบัติการนิติเวชยามวิกาลแห่งนี้เย็นเยียบจนน่าขนลุก ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นสายตาบางเบาจ้องมองตัวเลขรหัสผ่านที่ถูกบันทึกไว้ในฮาร์ดไดรฟ์สำรอง มันเป็นข้อมูลการติดต่อสื่อสารระหว่างหน่วยสืบสวนพิเศษกับบุคคลปริศนาที่ใช้โค้ดเนมว่า "เงาพยัคฆ์" รินรดากำมือแน่นจนข้อต่อนิ้วกลายเป็นสีขาวซีด หัวใจของเธอกำลังเต้นระรัวด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยนไปจากความเยือกเย็นที่เธอพยายามสวมกอดมันไว้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ในฐานะจิตแพทย์นิติเวช เธอถูกฝึกฝนให้มองทะลุผ่านคำโกหกและอ่านภาษากายที่บิดเบี้ยวของผู้ป่วยอาชญากร แต่ในวินาทีนี้... ความจริงที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับบิดเบือนยิ่งกว่าจิตใจของฆาตกรต่อเนื่องรายใดที่เธอเคยสัมผัส เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งกำลังก้าวใกล้เข้ามาตามทางเดินปูพรมหนาทึบ มันเป็นจังหวะการเดินที่เธอคุ้นเคยดีเสียยิ่งกว่าเสียงลมหายใจของตัวเอง—สารวัตรผู้กองธนา นายตำรวจมือปราบผู้รักความยุติธรรมและเป็นเสาหลักของทีมสืบสวนคดีนี้มาโดยตลอด รินรดารemindตัวเองให้สงบ เธอรีบพับหน้าจอแท็บเล็ตลงอย่างแนบเนียน ก่อนจะหันไปหยิบหลอดทดลองตัวอย่างสารเคมีขึ้นมาถือไว้ในมือ ทำทีเป็นกำลังงלוกอยู่กับงานวิเคราะห์หลักฐานตามหน้าที่ปกติ แอ๊ด... เสียงบานประตูห้องทำงานเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างสูงโปรดของธนาในชุดสูทลำลองที่ยับยู่ยี่เล็กน้อย ใบหน้าคมคายของเขามีรอยยิ้มอบอุ่นและแววตาที่เปี่ยมด้วยความห่วงใยตามแบบฉบับที่มักจะมอบให้เธเสมอ "ดึกป่านนี้แล้ว คุณรินยังไม่กลับบ้านอีกหรือครับ ระวังสุขภาพหน่อยนะ งานเอกสารพวกนี้ปล่อยให้ร้อยเวรเขาทำแทนก็ได้" เสียงทุ้มนุ่มนวลเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง พร้อมกับเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว เธอยังคงก้มหน้ามองหลอดทดลองในมือครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยแววตาที่นิ่งสนิทจนอ่านไม่ออก "ฉันแค่กำลังทบทวนรายงานชันสูตรศพสุดท้ายของคดีนี้ค่ะ... เอ๊ด... ของคดีนี้น่ะค่ะสารวัตร" เธอเกือบหลุดสรรพนามที่ไม่เป็นทางการออกไป โชคดีที่ดึงสติกลับมาได้ทันเวลา ธนายิ้มรับบางๆ เขาวางแก้วกาแฟร้อนลงบนมุมโต๊ะทำงานของเธออย่างคุ้นเคย "คุณดูเครียดๆ นะครับ ตั้งแต่เกิดเรื่องกับคุณคีรินเมื่อวันก่อน... ผมบอกแล้วไงว่าปล่อยให้พวกหน่วยปฏิบัติการเขาจัดการเถอะ คุณเป็นหมอ ไม่ควรเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับโลกสีเทาพวกนั้นเลย" คำพูดของเขาฟังดูสมเหตุสมผลและเต็มไปด้วยความหวังดีในฐานะเพื่อนร่วมงาน ทว่าในหูของรินรดากลับสะท้อนเสียงก้องกังวานด้วยประโยคที่เธอเพิ่งอ่านเจอในหน้าจอแท็บเล็ตเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน—*‘ส่งพิกัดของเป้าหมายให้ทางเราเรียบร้อยแล้ว หักค่าใช้จ่ายงวดนี้เข้าบัญชีเดิม’* รหัสประจำตัวที่ใช้ยืนยันการส่งข้อมูลนั้น... ตรงกับรหัสเข้าใช้งานระบบภายในของสารวัตรธนาอย่างไร้ที่ติ "โลกสีเทาเหรอคะสารวัตร..." รินรดาเอ่ยทวนคำ เสียงของเธอราบเรียบจนน่ากลัว เธอย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อเก็บเอกสารเข้าแฟ้ม ช1ำเลืองมองนาฬิกาข้อมือ "แล้วถ้าฉันบอกว่า ฉันเพิ่งค้นพบว่า... มีคนในทีมของเรากำลังสร้างสีเทานั้นให้มันมืดสนิทลงไปอีก เพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยของฆาตกรตัวจริงล่ะคะ คุณคิดว่าคนคนนั้นควรจะได้รับบทลงโทษแบบไหน" ธนาชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาแข็งค้างอยู่เพียงแค่เสี้ยวพริบตาเดียว ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยความเยือกเย็นอันคุ้นเคยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ "คุณกำลังหมายถึงใครครับ รินรดา" สารวัตรหนุ่มโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนเหลือเพียงแค่ช่วงแขน บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนจากความอบอุ่นกลายเป็นความกดดันที่แทบจะบดขยี้ลมหายใจ "ฉันไม่ได้หมายถึงใครเป็นพิเศษค่ะสารวัตร... ฉันแค่สงสัยว่า ทำไมบันทึกการติดต่อสื่อสารของสถานีตำรวจเรา ถึงมีสัญญาณเชื่อมต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวของกลุ่มคนที่กำลังตามล่าคุณคีรินอยู่ตลอดเวลา" รินรดาตัดสินใจเดิมพันด้วยไพ่ใบสุดท้าย เธองยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ปล่อยให้ความโกรธและความผิดหวังระอุอยู่ใต้ผิวกายอันนิ่งงัน ธนาถอนหายใจเบาๆ เขาไม่ได้ตกใจอย่างที่ควรจะเป็น ตรงกันข้าม แววตาของนายตำรวจหนุ่มกลับฉายแววเย้ยหยันจางๆ ออกมาอย่างปิดไม่มิด "คุณฉลาดเกินไป หมอริน... ฉันเคยเตือนคุณแล้วใช่ไหม ว่าอย่าขุดคุ้ยเรื่องนี้ให้ลึกเกินกว่าที่สมองคุณจะรับไหว" ธนาเหยียดยิ้มเย็นชา มือข้างหนึ่งค่อยๆ เลื่อนไปแตะที่ด้ามปืนพกสั้นที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างเป็นธรรมชาติ "บางที... ความจริงมันก็ไม่ได้น่า romancing เหมือนในตำราจิตวิทยาหรอกนะครับ มันมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ" รินรดารู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ เธอถอยหลังกรูดจนสะโพกชนกับชั้นวางอุปกรณ์ แต่สายตายังคงจ้องมองชายหนุ่มผู้สวมเครื่องแบบตำรวจตรงหน้าด้วยความรู้สึกรังเกียจระคนผิดหวัง "คุณขายวิญญาณให้พวกมันไปตั้งแต่เมื่อไหร่คะธนา... พ่อฉันต้องตายเพราะคนพวกนี้ แล้วคุณ... คุณกลับเลือกที่จะยืนอยู่ข้างเดียวกับฆาตกรพวกนั้นเนี่ยนะ!" "คุณไม่เข้าใจอะไรเลย..." ธนาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว มือหนาคว้าข้อมือของเธอไว้แน่นจนเธอรู้สึกเจ็บ "ในโลกนี้ไม่มีหรอกความยุติธรรม มีแต่คนที่อยู่รอดกับคนที่ถูกกำจัด... และตอนนี้ คุณกำลังเดินเข้ามาอยู่ในฝั่งหลังนี่ซะด้วยสิ" ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าฝีเท้าหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างกะทันหันที่หน้าประตูกระจก ปัง! ประตูกระจกห้องทำงานถูกถีบกระเด็นเปิดออกด้วยแรงมหาศาล ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนพุ่งเข้ามาในความมืดพร้อมกับเสียงปืนที่ดังสนั่นขึ้นหนึ่งนัด กระสุนเจาะทะลุกระจกตู้เอกสารด้านหลังธนาจนแตกกระจาย ธนาผละมือออกจากข้อมือของรินรดาด้วยความตกใจ เขารีบชักอาวุธปืนออกจากซองเพื่อป้องกันตัว แต่ทว่า... ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทอีกกระบอกหนึ่งกลับถูกจ่อมาที่ศีรษะของเขาเสียก่อนแล้ว นัยน์ตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความดุดันและคราบเลือดจางๆ ที่มุมปากของชายผู้มาใหม่ ทำให้รินรดากลั้นหายใจ คีรินยืนอยู่ตรงนั้น... สายตาของเขาเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก ขณะที่นิ้วชี้ยังคงแตะอยู่บนไกปืนนิ่งสนิท "ปล่อยเธอซะสารวัตร..." เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังลอดไรฟัน "ไม่อย่างนั้น กระสุนนัดต่อไป จะไม่ได้เจาะแค่ตู้เอกสารแน่" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ สายลมแผ่วเบา
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนอันตราย: รักนี้เดิมพันด้วยลมหายใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%