ดีลลับฉบับคนอันตราย: รักนี้เดิมพันด้วยลมหายใจ•ตอนที่ 14

ความลับที่ก้นบึ้ง

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
กลิ่นอายอับชื้นของกระดาษเก่าผสมผสานกับกลิ่นจางๆ ของน้ำยาฆ่าเชื้อในห้องเก็บเอกสารชั้นใต้ดินของโรงพยาบาล ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่กลางหลุมศพที่ถูกลืมเลือน แสงไฟจากหลอดฟلูออเรสเซนต์กะพริบถี่เป็นจังหวะ ราวกับมันกำลังพยายามขับไล่ความมืดมิดที่พยายามกัดกินทุกตารางนิ้วในพื้นที่แห่งนี้ รินรดายืนนิ่งอยู่หน้าตู้เก็บแฟ้มเหล็กขึ้นสนิม ปลายนิ้วเรียวที่สวมถุงมือยางสีขาวยื่นออกไปสัมผัสสันแฟ้มเอกสารคดีเก่าเมื่อสิบปีก่อน เอกสารชุดที่ถูกระบุไว้ว่าเป็น "ความลับระดับสาม" ของแผนกนิติเวช เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นปูนซีเมนต์ดังสะท้อนก้องกังวานมาจากทางเดินมืดทึบด้านนอก มันไม่ได้ทำให้เธอกลัว แต่กลับกระตุ้นให้อะดรีนาลีนในกระแสเลือดสูบฉีดด้วยความระแวง รินรดาชำเลืองมองนาฬิกาข้อมือ เวลาเที่ยงคืนตรง—ช่วงเวลาที่เส้นแบ่งระหว่างความจริงกับภาพลวงตาเริ่มพร่าเลือนที่สุด แฟ้มคดีหมายเลข 048/2553 วางอยู่บนโต๊ะไม้ตัวเตี้ย ใต้แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะที่เธอหยิบติดมือมาด้วย เอกสารด้านในเหลืองกรอบตามกาลเวลา ลายมือเขียนหวัดๆ ของแพทย์นิติเวชอาวุโสผู้ล่วงลับปรากฏอยู่บนรายงานการชันสูตรพลิกศพ มันคือคดีอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เคยถูกปิดตายอย่างรวดเร้วอย่างไร้ข้อกังขา พ่อของเธอ—นายแพทย์อนันต์—คือผู้ลงนามรับรองผลการชันสูตรในครั้งนั้น แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของจิตแพทย์สาวเต้นผิดจังหวะ ไม่ใช่สาเหตุการตายของเหยื่อ รินรดาพลิกกระดาษแผ่นสุดท้าย บันทึกข้อความภาคผนวกที่ถูกเย็บแม็กไว้อย่างแน่นหนาด้วยลวดสนิมเขรอะ ลายมืออีกชุดหนึ่ง—สะอาด คมกริบ และเยือกเย็น—เขียนข้อความสั้นๆ กำกับไว้ด้วยหมึกซึมสีน้ำเงินเข้ม *“จัดการเรียบร้อยตามคำสั่งของท่านอนันต์แล้ว – ค.ร.”* ตัวอักษรย่อสองตัวนั้นกรีดลึกลงไปในความรู้สึก ราวกับมีใครเอาเข็มมาสะกิดแผลเก่าที่เธอพยายามปกปิดไว้ด้วยตรรกะและเหตุผลมาตลอดหลายปี "ค.ร." คีริน... ผู้ชายที่มีนัยน์ตาเรียบนิ่งดั่งผิวน้ำในคืนไร้จันทร์ ผู้ชายที่เธอกำลังใช้ทั้งสติปัญญาและหัวใจเดิมพันเพื่อค้นหาความจริง เสียงฝีเท้าหยุดลงตรงหน้าประตูห้องเก็บเอกสาร รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ เธอดึงฮู้ดเสื้อกันหนาวขึ้นคลุมศีรษะพลางขยับตัวเข้าหาเงาของชั้นวางแฟ้ม ทว่าประตูไม้เก่าแก่กลับถูกผลักเปิดออกอย่างเชื่องช้า บานพับส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดบาดหูในความเงียบงัน ร่างสูงใหญ่ของคีรินก้าวเข้ามาในห้อง ร่างนั้นสวมเสื้อโค้ทสีดำสนิทที่เปียกชื้นเล็กน้อยจากละอองฝนด้านนอก ไหล่กว้างและท่าทีที่ผ่อนคลายอย่างน่ากลัวขัดแย้งกับบรรยากาศกดดันรอบตัวอย่างสิ้นเชิง เขากวาดสายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งที่โต๊ะทำงานตัวเตี้ย ซึ่งแฟ้มเอกสารคดีเปิดคาอยู่ "คุณชอบกลิ่นของอดีตหรือครับ, คุณรินรดา" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบ มันก้องกังวานและทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดขึ้นหลายเท่า รินรดาก้าวออกจากมุมมืด แสงไฟสลัวตกกระทบใบด้านข้างที่เรียบเฉยและดวงตาที่ฉายแววท้าทาย เธอยังคงรักษามาดของจิตแพทย์ผู้ควบคุมสถานการณ์ได้อย่างแนบเนียน แม้ในใจจะตระหนักดีว่าเธอกำลังเผชิญหน้ากับอันตรายที่แท้จริง "อดีตมักจะมีกลิ่นอายของความเน่าเฟะเสมอค่ะ... ถ้าเราปล่อยให้มันถูกซ่อนไว้ใต้พรม" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ดวงตาสีเข้มจ้องมองตรงไปยังชายหนุ่ม "โดยเฉพาะอดีตที่คุณกับพ่อของฉันเคยร่วมกันสร้างขึ้นมา" คีรินไม่แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เขาย่างสามขุมเข้ามาใกล้โต๊ะไม้ วางมือข้างหนึ่งลงบนขอบโต๊ะ ขณะที่อีกข้างยังคงซุกไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ท นัยน์ตาคู่นั้นสะท้อนภาพของเธอ—หญิงสาวผู้พยายามไขว่คว้าความยุติธรรมในโลกสีเทา "คุณฉลาดเกินไป, หมอรินรดา" คีรินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ความสุขและเต็มไปด้วยร่องรอยของความเหนื่อยล้าทางจิตวิญญาณ "ความอยากรู้อยากเห็นแบบนี้แหละ ที่มักจะทำให้คนเราอายุสั้น" "ฉันไม่กลัวความตายค่ะ เพราะคนที่ตายไปแล้วจริงๆ คือพ่อของฉัน... และคุณคือคนเดียวที่รู้ว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่" รินรดาก้าวเข้าไปประชิด ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นอายเฉพาะตัวของคีริน—กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับความเย็นเยียบของค่ำคืน—ลอยปะทะนาง "ทำไมพ่อฉันถึงรู้จักคุณ? คุณเป็นใครกันแน่ในชีวิตของท่าน... มือสังหาร? พันธมิตร? หรือว่า... ฆาตกร?" คีรินนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบหลุบลงมองเอกสารในมือเธอ แววตาไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—ร่องรอยของความทรงจำที่แตกสลายกำลังพยายามประกอบร่างขึ้นมาในหัวของเขา "บางความจริง... ถ้าคุณดึงมันออกมาจากก้นบึ้งได้สำเร็จ" คีรินโน้มตัวลงกระซิบชิดริมหูเธอ เสียงของเขานุ่มนวลแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็ง "คุณอาจจะเกลียดชังแม้กระทั่งเงาของตัวเอง... และคนที่คุณพยายามปกป้องมาตลอดชีวิต" ลมหนาวพัดกรรโชกผ่านช่องระบายอากาศใต้ดิน ดับไฟจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ดวงสุดท้ายลง เหลือเพียงแสงสีส้มรำไรจากโคมไฟที่ส่องใบหน้าของทั้งสองคน ท่ามกลางเงาสลัวและเสียงลมหายใจที่ประสานกันเป็นจังหวะ คีรินยกมือขึ้นแตะปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ไร้การรุกล้ำแต่น่าหวาดหวั่น ก่อนที่รินรดาจะได้ทันตั้งคำถามใดต่อ เสียงฝีเท้าจำนวนมากและเสียงล็อกประตูจากภายนอกก็ดังขึ้น... *คลิก!* เสียงเหล็กกระทบกันบ่งบอกว่าพวกเขาถูกขังไว้ในห้องใต้ดินนี้แล้ว และเงาดำหลายร่างที่ทาบทับอยู่บนกระจกฝ้าของประตูก็กำลังพุ่งตรงเข้ามาหาพวกเขา ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ สายลมแผ่วเบา
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนอันตราย: รักนี้เดิมพันด้วยลมหายใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%