แม่ทัพผู้เยือกเย็นกับยอดกุนซือผู้พลิกกระดานรัฐ•ตอนที่ 2

หมากกระดานแรก

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
ความเงียบงันภายในหอสมุดหลวงยามวิกาลมิได้หมายความถึงความสงบ หากแต่เป็นความกดดันอันเกิดจากมวลอากาศที่ถูกบีบอัดด้วยแรงปะทะทางความคิด เงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีนิลทอดทาบลงบนพื้นหินอ่อนขัดเงา สะท้อนภาพของหลี่จวินหรง แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นต้าหลี่ ผู้ซึ่งนัยน์ตาคมกริบดั่งใบมีดน้ำแข็งกำลังจดจ้องผู้บุกรุกยามวิกาลด้วยความระแวดระวังถึงขีดสุด มือหนาของแม่ทัพหนุ่มกุมด้ามกระบี่ข้างกายโดยสัญชาตญาณ ปลายนิ้วสัมผัสกับลวดลายสลักรูปพยัคฆ์บนฝักกระบี่ที่เย็นเฉียบ ทว่าไอร้อนระอุจากความตึงเครียดกลับแผ่ซ่านอยู่ในอก เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะมีผู้ใดกล้าล ่วงล้ำเข้ามาถึงเขตหวงห้ามชั้นในของหอสมุดหลวง ซึ่งเป็นสถานที่เก็บรักษาบันทึกยุทธศาสตร์และบัญชีลับทางราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่บ้านเมืองกำลังสั่นคลอนจากศึกชายแดนเช่นนี้ "เจ้าเป็นใคร?" น้ำเสียงทุ้มต่ำหลุดออกมาจากริมฝีปากที่เม้มแน่นเป็นเส้นตรง มันไม่ใช่เสียงตะโกนด้วยความตกใจ หากแต่เป็นเสียงคำรามแผ่วเบาของพยัคฆ์หนุ่มที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อผู้บังอาจล้ำเส้น กลิ่นอายสังหารแผ่กระจายออกมาจากร่างสูงใหญ่ กดดันให้อากาศรอบตัวแทบหยุดนิ่ง ร่างที่ยืนอยู่เบื้องหน้าค่อยๆ หมุนกลับมาเผชิญหน้าช้าๆ ภายใต้แสงสลัวจากคบเพลิงด้านนอก เงาร่างนั้นหาได้มีความหวาดกลัวต่อรัศมีอำนาจของแม่ทัพผู้กุมกองกำลังครึ่งแคว้นไม่ ตรงกันข้าม นางกลับก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยจังหวะที่มั่นคงและสง่างาม อาภรณ์ผ้าแพรสีขาวนวลตัดกับชุดคลุมตัวนอกปักลายเมฆาด้วยดิ้นเงินสะท้อนแสงไฟวับวาม เส้นผมดำขลับรวบตึงปักด้วยปิ่นหยกขาวสลักรูปดอกเหมย กลิ่นหอมจางๆ ของชาขาวและหมึกจีนลอยล่องปะปนมากับสายลมราตรี ซูเหม่ยหลินเงยหน้าขึ้นสบตาคู่คมปลาบนั้นอย่างไม่หลบเลี่ยง แววตาของนางนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึกยามไร้ลมพัด ทว่ากลับมีความเฉลียวฉลาดเป็นประกายวับวับอยู่ในนั้น ราวกับมองทะลุปรุโปร่งถึงจิตใจที่กำลังสับสนของบุรุษตรงหน้า "ท่านแม่ทัพหลี่... ดูเหมือนว่าความกังวลใจเรื่องเสบียงกองทัพทางเหนือ จะทำให้ท่านเสียสมาธิไปถนัดใจ จนกระทั่งลืมสังเกตว่ามีคนเดินตามมาตั้งแต่ประตูชั้นนอกแล้วกระนั้นหรือ" น้ำเสียงไพเราะราวกับเสียงพิณทว่าเยือกเย็นเอื้อnเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันลงอย่างสิ้นเชิง หลี่จวินหรงหรี่ตาลงเล็กน้อย สัญชาตญาณนักรบเตือนให้เขาระวังตัวยิ่งขึ้น นางรู้เรื่องเสบียงกองทัพได้อย่างไร? เรื่องนี้เป็นความลับสุดยอดที่เขารับรู้มาจากการตรวจสอบบัญชีด้วยตนเองเมื่อช่วงบ่ายวันนี้เท่านั้น แม้แต่รองแม่ทัพคนสนิทก็ยังไม่ล่วงรู้ทั้งหมด มีเพียงร่องรอยความผิดปกติของตัวเลขในคลังหลวงที่ถูกปลอมแปลงอย่างแนบเนียน ซึ่งบ่งบอกถึงการทุจริตครั้งใหญ่ระดับเสาหลักเมือง "ปากกล้านัก" หลี่จวินหรงก้าวเข้าไปประชิดตัวนางในระยะประชิด ร่างสูงใหญ่กว่าทาบทับเงาร่างระหงจนแทบจะกลืนหายไป "การก้าวก่ายราชกิจแผ่นดินโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษสถานใด เจ้าคงรู้ดี สตรีเช่นเจ้ากล้าดียังไงถึงแอบอักษรลับเข้าออกหอสมุดหลวงยามวิกาล หรือเจ้าคิดว่าข้าจะไม่กล้าสังหารสายลับเช่นเจ้าคาที่นี่" ปลายกระบี่ในฝักถูกดันออกมาเพียงนิด เสียงเหล็กเสียดสีกันดังขึ้นเบาๆ เป็นสัญญาณเตือนครั้งสุดท้าย ทว่าซูเหม่ยหลินกลับไม่มีทีท่าตื่นตระหนก นางเพียงแต่ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันอันน่าหมั่นไส้ในสายตาของแม่ทัพหนุ่ม "หากท่านแม่ทัพต้องการจะลงดาบ ข้าคงไม่มีปัญญาขัดขืน แต่ทว่า..." นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขา "หากท่านฆ่าข้าตอนนี้ ความจริงเรื่องเสบียงแปดหมื่นหาบที่ถูกสับเปลี่ยนเป็นข้าวขึ้นราในคลังทหารเมืองอี้โจว ก็จะจมดิ่งลงสู่ก้นบึงอย่างไร้ร่องรอย และทหารนับหมื่นที่แนวหน้าจะต้องอดอยากล้มตายในฤดูหนาวนี้อย่างอนาถ ท่านจะยอมให้เกียรติยศและชีวิตของคนเหล่านั้นต้องพังทลายลง เพราะความใจร้อนชั่ววูบของท่านเองหรือ" คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของหลี่จวินหรง ร่างกายของเขาชะงักงัน ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง ข้อมูลเรื่อง "เมืองอี้โจว" และ "ข้าวขึ้นราแปดหมื่นหาบ" เป็นความลับขั้นสุดยอดที่เพิ่งถูกเปิดเผยในรายงานลับเมื่อยามอู๋ (15.00-16.50 น.) แต่นางกลับรู้ละเอียดลออยิ่งกว่าผู้ตรวจการแผ่นดินเสียอีก "เจ้าเป็นใครกันแน่?" หลี่จวินหรงกัดกรามแน่น มือที่กุมกระบี่คลายออกเล็กน้อย ความสงสัยเข้าครอบงำจิตใจอันเยือกเย็นของเขา นางไม่ใช่แค่สายลับธรรมดา แต่เป็นผู้ที่กุมกุญแจดอกสำคัญในการไขปริศนาครั้งนี้ ซูเหม่ยหลินก้าวถอยหลังออกไปหนึ่งก้าวเพื่อรักษา ระยะห่างอย่างเหมาะสม นางหยิบม้วนกระดาษบันทึกเล่มเล็กออกจากแขนเสื้อ ยื่นส่งให้เขาด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม "ข้าไม่ใช่ศัตรูของท่าน แต่เป็นผู้ที่ปรารถจะเห็นเสบียงเหล่านั้นส่งถึงมือทหารผู้บริสุทธิ์เช่นเดียวกับท่าน หากท่านแม่ทัพยังพอมีเวลาเหลืออยู่สักเค่อ (15 นาที) โปรดเปิดม้วนกระดาษนี้ดู แล้วท่านจะเข้าใจว่าเหตุใดข้าถึงต้องมาปรากฏตัวต่อหน้าท่านในคืนนี้" หลี่จวินหรงมองม้วนกระดาษในมือบางสลับกับใบหน้างดงามที่ราบเรียบไร้ระลอกคลื่นของนาง ความลังเลฉายชัดขึ้นในใจ ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความระแวง ก่อนจะยื่นมือไปรับม้วนกระดาษนั้นมาคลี่ออกภายใต้แสงไฟจากคบเพลิง ลายมืออักษรพู่กันที่ปรากฏอยู่บนกระดาษนั้นงดงามประณีตราวกับหงส์ร่อนมังกรระบำ ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของแม่ทัพผู้เยือกเย็นต้องกระตุกวูบ คือผังเส้นทางการลำเลียงเสบียงที่ถูกขีดเส้นโยงใยไว้อย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งตราประลับลับของ "สำนักอัครเสนาบดี" ที่ซ่อนอยู่มุมกระดาษ—หลักฐานมัดตัวขุนนางใหญ่ผู้ทุจริตที่เขาตามหามาแรมปี! ทว่า ในวินาทีที่สายตาของหลี่จวินหรงกำลังกวาดอ่านชื่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในรายชื่อบรรทัดสุดท้าย เสียงฝีเท้าจำนวนมากและเสียงโลหะกระทบกันอย่างเร่งรีบก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินด้านนอกหอสมุดหลวง พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่แผดดังทะลุกำแพงราตรี "พบร่องรอยผู้บุกรุก! ปิดล้อมหอสมุดหลวงทุกด้าน อย่าให้ผู้ใดเล็ดลอดหนีไปได้เด็ดขาด!" หลี่จวินหรงตวัดสายตากลับมามองสตรีตรงหน้าทันทีด้วยความตกใจ ทว่าซูเหม่ยหลินกลับมิได้มีท่าทีตกใจแม้แต่น้อย นางเพียงแต่ส่งยิ้มบางๆ ให้เขาอย่างมีความหมาย ก่อนจะเอ่ยกระซิบเบาๆ "ดูเหมือนว่า... หมากกระดานแรกที่ท่านกับข้ากำลังเดินอยู่ จะมีคนตื่นเต้นมาร่วมวงเร็วกว่าที่คาดเสียแล้วกระนั้นหรือครับท่านแม่ทัพ" ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เยือกเย็นกับยอดกุนซือผู้พลิกกระดานรัฐ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%