แม่ทัพผู้เยือกเย็นกับยอดกุนซือผู้พลิกกระดานรัฐ•ตอนที่ 1

รอยร้าวในราชสำนัก

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
คราบหมึกสีชาดบนฎีกาด่วนฉบับนั้นยังไม่ทันแห้งสนิทดีด้วยซ้ำ กลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษสาชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมาตามสายลมหนาวจากนอกกำแพงวังหลวง ก็เพียงพอที่จะทำให้ห้องทรงพระอักษร ณ ตำหนักกลางมีความกดดันแผ่ซ่านจนแทบหายใจไม่ออก "ฝ่าบาททรงมีรับสั่ง... สามวันล่วงหน้า แม่ทัพใหญ่หลี่ต้องยกพลออกนอกด่าน" เสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบไร้ระลอกคลื่นดังขึ้นจากริมฝีปากของขันทีเฒ่าผู้ถือราชโองการ ทว่าผู้รับสาส์นกลับมิได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่ปลายนิ้ว หลี่จวินหรงนั่งตัวตรงสง่างามอยู่หลังโต๊ะไม้สลักลายมังกร อาภรณ์คลุมกายสีนิลปักดิ้นเงินลายเมฆาขับเน้นให้ไหล่กว้างนั้นดูน่าเกรงขามและเยือกเย็นดั่งหุบผาน้ำแข็งพันปี ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬทอดมองม้วนกระดาษสีเหลืองทองตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก บนบ่ากว้างของบุรุษวัยสามสิบเศษผู้นี้ แบกรับทั้งเกียรติยศแห่งสกุลหลี่ และรอยแผลเป็นจากคมดาบที่ฮ่องเต้พระองค์ก่อนทรงประทานให้อย่างไม่เต็มใจนัก ความเงียบงันปกคลุมอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่นิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวจะเอื้อมไปหยิบม้วนราชโองการนั้นขึ้นมาด้วยท่าทีสงบเยือกเย็น ราวกับมันเป็นเพียงรายงานสภาพอากาศประจำวัน หาใช่ประกาศิตที่อาจส่งเขาไปสู่ความตายในทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ไพศาลไม่ "กระผม... รับพระราชโองการ" สุ้มเสียงของหลี่จวินหรงราบเรียบและหนักแน่นดั่งผืนปฐพี ไม่มีแม้แต่ร่องรอยความลังเลหรือความหวาดหวั่น ทว่าลึกลงไปในความเงียบงันนั้น ดวงตาของเขากลับไหววูบคล้ายประกายไฟใต้พื้นน้ำแข็ง ปฏิบัติการปราบกบฏที่ชายแดนบูรพาครั้งนี้ หาใช่ภารกิจเพื่อปกป้องราชบัลลังก์อย่างแท้จริงไม่ หากแต่เป็น 'แผนการลี้ภัยทางการเมือง' ที่ขุนนางฝ่ายกังฉินและองค์ชายรองร่วมกันชักใย เพื่อผลักไสเสือร้ายออกจากเมืองหลวง ให้พ้นทางจากการชิงอำนาจที่กำลังจะปะทุขึ้นในเร็ววัน ขขันทีเฒ่าลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น เขารีบโค้งคำนับถอยหลังออกไปอย่างเงียบเชبة ราวกับเกรงกลัวว่าหากอยู่ช้ากว่านี้อีกเพียงลมหายใจเดียว คมดาบที่เหน็บอยู่ข้างเอวของแม่ทัพหนุ่มผู้นี้อาจหลุดออกจากฝักโดยไม่ต้องมีคำสั่งใดๆ เพิ่มเติม เมื่อประตูไม้แกะสลักปิดสนิทลง ความเงียบสงบก็คืนกลับสู่ตำหนัก ทว่าในห้วงความคิดของหลี่จวินหรง กลับเต็มไปด้วยคลื่นใต้น้ำที่กำลังโหมกระหน่ำ เขารู้ดีว่าการก้าวออกนอกด่านครั้งนี้ คือการเดินเข้าสู่ค่ายกลที่ถูกรายล้อมด้วยศัตรู ทั้งข้าศึกนอกด่านและสุนัขป่าในราชสำนักที่รอขย้ำยามที่เขาพลาดพลั้ง ในเวลาเดียวกันนั้น ที่อีกฟากหนึ่งของกำแพงวังหลวงสูงตระหง่าน หอสมุดหลวงชั้นในซึ่งถูกปล่อยให้รกร้างและเต็มไปด้วยฝุ่นผงของกาลเวลา กลับมีแสงไฟจากตะเกียงน้ำมันก๊าดส่องสว่างลอดผ่านหน้าต่างกระดาษสาออกมาอย่างแผ่วเบา ซูเหม่ยหลิน สตรีในชุดคลุมยาวสีครามเข้มเรียบง่าย ปิ่นปักผมไม้เนื้อหอมที่รวบผมมวยไว้อย่างหลวมๆ ขับเน้นให้ใบหน้ารูปไข่นั้นดูงดงามเยือกเย็นและเฉลียวฉลาดเกินกว่าสตรีทั่วไป นางกำลังยืนอยู่หน้าชั้นหนังสือโบราณความสูงจรดเพดาน นิ้วเรียวบางภายใต้แขนเสื้อกว้างไล่สัมผัสสันหนังสือทีละเล่มด้วยความระมัดระวัง ดวงตาดอกท้อคู่นั้นกวาดมองตัวอักษรโบราณอย่างรวดเร็วและแม่นยำ เบื้องหน้าของนางคือโต๊ะไม้ที่มีเอกสารลับทางราชการและแผนที่เดินทัพยุคราชวงศ์ก่อนกระจัดกระจายอยู่เต็มไปหมด เอกสารเหล่านี้คือร่องรอยของคดีทุจริตงบประมาณกองทัพเมื่อสิบปีก่อน—คดีที่ทำให้ตระกูลซูของนางต้องถูกประหารล้างโคตรอย่างไร้ความยุติธรรม "สิบปี... ข้ารอเวลานี้มาสิบปีเต็มแล้ว" เสียงพึมพำแผ่วเบาดั่งเสียงกระซิบของสายลมลอดผ่านริมฝีปากบางเฉียบสีชาด สติปัญญาอันเป็นเลิศและการวางหมากอย่างแยบยลคือนصفชีวิตที่เหลืออยู่ของนาง ซูเหม่ยหลินไม่ได้แฝงตัวเข้ามาในวังหลวงในฐานะสนองพระโอษฐ์หรือนางกำนัลชั้นต่ำ หากแต่นางเข้ามาด้วยฐานะ 'ผู้ตรวจชำระตำรา' ตำแหน่งเล็กๆ ที่ไม่มีใครสนใจใยดี แต่มันกลับเป็นจุดศูนย์รวมของเอกสารลับและจดหมายเหตุราชสำนักทุกรัชกาลที่ถูกซุกซ่อนไว้ นางรู้ดีว่าการจะล้างมลทินให้ตระกูลซู ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ด้วยการยื่นฎีกาถวายความจริงต่อพระพักตร์ เพราะฮ่องเต้ในปัจจุบันทรงโปรดปรานขุนนางกังฉินและหวาดระแวงอำนาจของแม่ทัพทหาร หนทางเดียวที่จะพลิกกระดานนี้ได้ คือการใช้ 'คมดาบ' ของหลี่จวินหรง และ 'มันสมอง' ของนาง ประสานเข้าด้วยกันเพื่อสั่นคลอนรากฐานของราชบัลลังก์ ทว่า แผนการที่วางไว้ด้วยความรอบคอบ กลับมีตัวแปรสำคัญที่นางมิอาจคาดเดาได้... นั่นคือตัวของหลี่จวินหรงเอง แม่ทัพผู้ขึ้นชื่อเรื่องความไร้หัวใจและยึดมั่นในกฎระเบียบยิ่งกว่าชีวิต จะยอมร่วมมือกับสตรีที่ใช้เล่ห์กลทางการเมืองเช่นนางหรือ? หรือเขาจะมองว่านางเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ต้องกำจัดทิ้งเพื่อรักษาความถูกต้องตามทำนองคลองธรรม? ขณะที่ซูเหม่ยหลินกำลังจะหยิบม้วนบันทึกคดีเก่าเล่มสุดท้ายออกจากชั้น สันหนังสือเล่มนั้นกลับติดขัดคล้ายมีกลไกบางอย่างซ่อนอยู่ นางขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย ก่อนจะออกแรงกดลงไปเบื้องล่างตามสัญชาตญาณ *คลิก!* เสียงกลไกโลหะกระทบกันเบาๆ ดังขึ้นจากผนังด้านหลังชั้นหนังสือ ผนังไม้ทึบที่เคยปิดตายค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นช่องลับมืดมิด กลิ่นอายอับชื้นผสมกลิ่นกระดาษเก่าพวยพุ่งออกมาเตะจมูก พร้อมกับแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างกระทบเข้ากับวัตถุบางอย่างที่วางอยู่ด้านในสุด ซูเหม่ยหลินก้าวเท้าเข้าไปใกล้ด้วยความระแวดระวัง นางหยิบตะเกียงน้ำมันขึ้นส่องนำทาง แสงไฟสีส้มสั่นไหววับแวมกระทบกับสิ่งของที่อยู่ภายในช่องลับนั้น มันไม่ใช่ตำราโบราณอย่างที่นางคาดคิด... แต่เป็นหีบไม้ลงรักปิดทองขนาดเล็ก ประทับตราลัญจกรลับของสำนักราชเลขาธิการ และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ บนฝากล่องนั้น มีจดหมายผนึกครั่งสีแดงฉานวางอยู่ พร้อมข้อความลายมือหวัดๆ ที่เขียนด้วยหมึกแห้งกรังว่า: *‘แผนลอบปลิดชีพแม่ทัพหลี่ ณ หุบเขาอัสดง... เริ่มต้นในคืนที่ฝนดาวตกปรากฏ’* ดวงตาของซูเหม่ยหลินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะเมื่อตระหนักได้ว่า ข้อมูลในหีบนี้ไม่ใช่แค่เรื่องราวในอดีต แต่มันคือ 'ประกาศิตสังหาร' ฉบับปัจจุบันที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า และเป้าหมายของมันคือบุรุษผู้กุมชะตากรรมของกองทัพพิทักษ์แผ่นดินผู้นั้น ทว่า ก่อนที่นางจะได้หยิบจดหมายฉบับนั้นขึ้นมาพิจารณา เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเร่งรีบก็ดังแว่วมาจากทางเดินด้านนอกหอสมุดหลวง... เสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาทุกที พร้อมกับเงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีนิลที่ก้าวผ่านประตูลึกลงมาในเขตหวงห้ามอย่างไร้ซุ่มเสียง! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์บทนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เยือกเย็นกับยอดกุนซือผู้พลิกกระดานรัฐ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%