เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดระยะห่าง•ตอนที่ 14

คนเก่าที่เข้ามาแทรก

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
เสียงปรบมือแปะปะจากทีมงานกองถ่ายรายการ 'มุมมองคมลึก' ดังขึ้นพร้อมกับสัญญาณไฟเรดาร์บันทึกเทปดับลง เป็นอันสิ้นสุดการถ่ายทำในช่วงบ่ายที่สูบพลังงานชีวิตของรินรดาไปจนหมดเกลี้ยง หญิงสาวถอนหายใจยาวเหยียด ยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดตุบที่เริ่มก่อตัว "โอเคครับ ทุกคน พักกองสิบนาที! เดี๋ยวเบรกหน้าเราจะต่อด้วยช่วงทอล์กเดี่ยวของรินนะ" เสียงปาลินตะโกนก้องผ่านโทรโข่งตัวเล็ก ก่อนที่โปรดิวเซอร์สาวพราวเสน่ห์จะเดินนדดเข้ามาใกล้ พร้อมกับแก้วน้ำสมุนไพรเย็นเจี๊ยบยื่นส่งให้เพื่อนสนิทด้วยรอยยิ้มรู้ทัน "หน้ามุ่ยเชียวนะแม่คุณ ปากคอเราไปกัดกับใครมาอีกรึเปล่าวันนี้" "ไม่ได้กัดกับใคร ปากฉันสะอาดดี ยัยปาลิน" รินรดาค้อนปะลับปะเหลือก รับแก้วน้ำมาจิบแก้กระหาย ดวงตากลมโตตวัดมองเลยไปเบื้องหลังเพื่อนสนิท เพื่อกวาดสายตาหาเป้าหมายบางคนที่ควรจะยืนอยู่ตรงมุมห้องสตูดิโอเหมือนทุกที แต่วันนี้... พื้นที่ตรงนั้นกลับว่างเปล่า ธามไม่อยู่ วิศวกรระบบหนุ่มผู้ทำหน้าที่ควบคุมระบบภาพและเสียง ซึ่งปกติมักจะยืนกอดอกตีสีหน้านิ่งขรึมราวกับรูปปั้นหินอ่อน คอยสบตากับเธอผ่านเลนส์กล้องเพื่อส่งสัญญาณเตือนยามที่เธอบ่นนอกสคริปต์ วันนี้เขากลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยตั้งแต่ช่วงเปลี่ยนฉาก "มองหาเจ้าชายน้ำแข็งของเธออยู่ล่ะสิ" ปาลินหรี่ตามองอย่างรู้ทัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก "เขาออกไปตรวจเช็กระบบสัญญาณภาพด้านนอกสตูดิโอนู่น เห็นว่ามีปัญหาเรื่องคลื่นแทรกนิดหน่อย... แหม ตัวห่างกันไม่ถึงสิบนาที ทำเป็นกระสับกระส่ายนะเรา" "ใครกระสับกระส่าย พูดจาเพ้อเจ้อ" รินรดาปฏิเสธเสียงสูงทันควัน ร้อนรนจนเกือบสำลักน้ำสมุนไพร "ฉันแค่จะมองหาช่างไฟมาเปลี่ยนหลอดไฟตรงมุมโน้นต่างหาก มันกระพริบจนฉันจะประสาทกินอยู่แล้ว" "จ้า... แม่คนปากแข็ง ปากเธอกับใจเธอนี่มันสวนทางกันยิ่งกว่ารถไฟฟ้าคนละสายซะอีก" ปาลินหัวเราะคิกคัก กำลังจะเอ่ยปากแซวต่อ ทว่าเสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายที่ดังมาจากบริเวณประตูทางเข้าสตูดิโอกลับขัดจังหวะบทสนทนาของพวกเธอเสียก่อน "ขอโทษครับ! คุณไม่มีสิทธิ์เข้ามาชะมดเชยตรงนี้นะครับ นี่มันพื้นที่กองถ่ายปิด!" เสียงทีมงานหน้ากองตะโกนห้ามปรามดังลั่น ตามมาด้วยแรงยื้อยุดฉุดกระชากเบาๆ รินรดานิหนักษ์คิ้วด้วยความหงุดหงิด หันไปมองต้นตอของความวุ่นวาย เธอกะว่าถ้าเป็นพวกแฟนคลับบ้าคล้องหรือสื่อไร้มารยาทแอบเข้ามา เธอจะเดินไปจัดการด้วยวาจาเชือดเฉือนสักชุดใหญ่ให้เข็ดหลาบ แต่ทว่า... ทันทีที่ร่างสูงโปรดิวเซอร์ตกอับในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงแต่ยับยู่ยี่ก้าวพ้นขอบประตูก็ทำเอาลมหายใจของเธอสะดุดกึก ใบหน้านั้น... รอยยิ้มแบบนั้น... น้ำเสียงที่เธอจำได้แม่นยำแม้จะไม่ได้ยินมาเป็นปี "ริน! รินครับ ที่รัก... ในที่สุดผมก็ตามหาคุณเจอสักที" กรกรณ์ ก้าวเข้ามาในสตูดิโอด้วยท่าทีคุ้นเคยราวกับเป็นเจ้าของสถานที่ สายตาแพรพราวทอดมองตรงมาที่หญิงสาวราวกับสุนัขจิ้งจอกเจอเหยื่ออันโอชะ แม้กาลเวลาจะผ่านไปนานจนความสัมพันธ์ของพวกเขาจบลงอย่างอัปลักษณ์ด้วยเรื่องการนอกใจและผลประโยชน์ทางธุรกิจ แต่ความหน้าทนของผู้ชายคนนี้ไม่เคยลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย บรรยากาศในสตูดิโอเงียบกริบลงทันตา ทีมงานต่างหันมามองหน้ากันเลิกลั่ก ปาลินหุบยิ้มฉับพลัน แววตาคมกริบฉายแววอันตรายพร้อมบวกทันที รินรดากำแก้วในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ความรู้สึกแย่ๆ ที่เธอพยายามฝังกลบไว้ใต้ก้นบึ้งของหัวใจถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่ทันตั้งตัว เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังพุ่งพล่าน ก่อนจะก้าวเท้าออกไปเผชิญหน้าด้วยท่าทีเยือกเย็นที่สุด "กรกรณ์ คุณมาทำอะไรที่นี่ ที่นี่กองถ่ายส่วนตัว เชิญออกไปก่อนที่คุณจะทำให้ทีมงานของฉันเดือดร้อน" เสียงหวานเอ่ยขึ้นเรียบเร่ย แต่แฝงด้วยความเฉียบคมชนิดที่เชือดเฉือนคนฟังได้โดยไม่ต้องใช้มีด "โธ่ริน อย่าใจร้ายกับผมขนาดนั้นเลยครับ" กรกรณ์ทำหน้าเศร้าสร้อย แสร้งทำเป็นชายหนุ่มผู้ถูกกระทำ เดินดุ่มๆ เข้ามาใกล้โดยไม่สนสายตาตำหนิของรอบข้าง "ผมรู้ว่าที่คุณบล็อกเบอร์ผม บล็อกทุกช่องทางติดต่อ เพราะคุณโกรธผมเรื่องเก่า แต่เชื่อผมเถอะนะริน ผมสำนึกผิดแล้วจริงๆ บริษัทที่ผมไปลงทุนร่วมด้วยตอนนี้กำลังไปได้สวย ผมกลับมาหาคุณเพื่อเริ่มต้นใหม่... เรากลับมาคบกันเถอะนะ" คำพูดหน้าไม่อายพรั่งพรูออกมาจากปากผู้ชายที่เคยทิ้งเธอไปอย่างไร้เยื่อใย รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นบนเรียวปากสวย เธอมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาเหยียดหยามอย่างไม่คิดจะปิดบัง "เริ่มต้นใหม่เหรอ? สมองคุณกระทบกระเทือนตอนไหน กรกรณ์ หรือว่าเงินในบัญชีหมดจนต้องกลับมาเกาะผู้หญิงกินเหมือนเดิม?" รินรดาย้อนถาม เสียงใสบาดลึกจนคนฟังหน้าชา "จำไม่ได้เหรอว่าตอนเลิกกัน ใครที่เป็นคนหอบเอกสารหนีหนี้ไปหน้าด้านๆ แล้วทิ้งภาระไว้ให้ฉันเคลียร์คนเดียว เชิญไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ ก่อนที่ฉันจะเรียก รปภ. มาหิ้วปีกคุณออกไปประจานข้างนอก" กรกรณ์หน้าเสีย สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธที่ถูกตบหน้ากลางสาธารณชน ความเสแสร้งแกล้งทำเป็นคนรักเก่าผู้แสนดีหลุดลอกออก เผยให้เห็นธาตุแท้ที่เห็นแก่ตัว "รินรดา! อย่ามาทำเป็นหยิ่งนักเลยน่า เธอก็แค่ผู้หญิงปากจัดที่ไม่มีใครเอา ใครๆ เขาก็รู้ว่าเธอขึ้นคานเพราะสันดาน... อุ๊บ!" หมัดฮุกวาบผ่านอากาศอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ! ยังไม่ทันที่กรกรณ์จะพ่นคำพูดต่ำตมจบ ประตูทางเชื่อมด้านข้างสตูดิโอถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดช่างเทคนิคเสื้อเชิ้ตพับแขนเสื้อถึงข้อศอกพุ่งเข้ามาประชิดตัว หมัดหนักๆ ของใครบางคนซัดเข้าที่มุมปากของกรกรณ์เต็มแรงจนร่างโปรดิวเซอร์หนุ่มเซถลาล้มคว่ำลงไปกองกับพื้น เลือดสีแดงสดซึมออกจากมุมปากทันที สตูดิโอทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันระดับช็อก รินรดเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หายใจติดขัดเมื่อเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ ธามยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าเธอ ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีความเย็นยะเยือกและดุดันออกมาราวกับสัตว์ป่าที่กำลังปกป้องอาณาเขต ดวงตาคมกริบหลังกรอบแว่นโลหะไม่ได้มองเธอ แต่มันกำลังจ้องมองกรกรณ์ที่นอนกุมปากด้วยสายตาดุร้ายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ชายหนุ่มค่อยๆ ลดมือลง ขยับข้อมือเบาๆ คล้ายกำลังผ่อนคลายกล้ามเนื้อ น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบอย่างน่ากลัวเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบในห้อง "พูดจาหมาๆ แบบเมื่อกี้... ลองพูดใส่หน้าฉันอีกทีสิครับ" กรกรณ์ลุกขึ้นลูบปากตัวเองด้วยความเจ็บปวด หันมาถลึงตาใส่ธามอย่างโกรธจัด "แกเป็นใครวะ! เสือกอะไรด้วย เรื่องผัวเมียเขาก..." "ผัวเมีย?" ธามทวนคำนั้นด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น รอยยิ้มหยันปรากฏบนมุมปากหนา ก่อนที่ก้าวเข้าไปประชิดตัวกรกรณ์อีกครั้งในระยะประชิด ชนิดที่กดดันจนอีกฝ่ายต้องผถายหลังกรูด "ถ้าคำว่าผัวเมียหมายถึงคนที่กล้าทำร้ายผู้หญิงแล้วยังมีหน้ามาขอคืนดี... คนแบบคุณเขาไม่เรียกว่าผู้ผัวหรอกครับ เขาเรียกว่า 'ขยะ' ที่ควรถูกกำจัดออกจากพื้นที่ส่วนรวม" รินรดายืนนิ่งอึ้ง หัวใจเต้นโครมครามรุนแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ความอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านเข้ามาในความรู้สึกอย่างกะทันหัน เมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างของวิศวกรหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่านิ่งเงียบและเย็นชา ยืนบังเธอไว้จากความโสโครกทุกลมหายใจ ทว่า... ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าสถานการณ์กำลังจะคลี่คลาย ธามกลับหันขวับกลับมามองรินรดา ดวงตาคมคริบคู่นั้นเต็มไปด้วยประกายระอุของความหึงหวงและดุดันที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ธามคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่นด้วยแรงพอเหมาะ ไม่ยอมปล่อยให้เอดขยับไปไหน ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาสติของรินรดาหลุดกระเจิง "ส่วนเธอ... กลับบ้านแล้วเรามีเรื่องต้องเคลียร์กันยาวแน่ครับ ทำไมปล่อยให้หมาบ้าเข้ามาเห่าถึงในกองถ่ายแบบนี้... หึ หรือว่าแอบอาลัยอาวรณ์คนเก่าของเธออยู่ล่ะหึงรึไง?" ************************************************** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาสัมผัสความฟินแบบซึนๆ ปนความเดือดในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ ดรากอนไรเดอร์
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดระยะห่าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%