เสียงกริ่งเตือนภัยของระบบระบายอากาศดังลั่นประสานกับเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของรินรดา หน้าจอแท็บเล็ตในมือเธอกระพริบเตือนสีแดงฉาน บ่งบอกว่าเซิร์ฟเวอร์หลักของงานอีเวนต์เสวนาสาธารณะกำลังจะล่มในอีกไม่ถึงสิบนาทีข้างหน้า และนั่นหมายถึงความพินาศของเทปรายการที่เธอกำกับดูแล
"รินครับ ถอดสายเคเบิลเส้นที่สามออกแล้วรีสตาร์ทตัวคอนโทรลเลอร์ซะ ไม่อย่างนั้นข้อมูลดิบทั้งหมดจะหายวับไปกับตา"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูเอ่ยขึ้นอย่างมั่นคง ท่ามกลางความโกลาหลหลังเวที รินรดาหันขวับไปมองเจ้าของเสียงด้วยความรู้สึกครึ่งๆ กลางๆ ระหว่างความโล่งใจและความหมั่นไส้ ธามยืนอยู่ตรงนั้นในชุดเชิ้ตพับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอก ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้มเช่นเคย แต่ดวงตาสีนิลคู่นั้นกลับฉายแววเด็ดเดี่ยวและจริงจังจนเธอเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"คุณมาทำอะไรตรงนี้คะ... อ๊ะ หมายถึง คุณมาทำอะไรตรงนี้ครับ!" รินรดาแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเผลอใช้สรรพนามหลุดโลกออกไปต่อหน้าวิศวกรผู้เคร่งครัดในระเบียบ
ธามไม่ตอบคำถามไร้สาระของเธอ เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวในระยะที่ทำเอาลมหายใจของเธอสะดุด กลิ่นอายความเป็นผู้ชายสะอาดสะอ้านผสมกับกลิ่นกระดาษเอกสารและกลิ่นอายเฉพาะตัวของเครื่องจักรลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส มือหนาเอื้อมผ่านไหล่เธอไปคว้าสายเคเบิลสีดำสนิทแล้วปลดล็อกมันด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ ราวกับเซียนกู้ภัยที่ผ่านสนามรบมาโชกโชน
"ถ้ามัวแต่ยืนเถียงกับผมแบบนี้ อีกสามวินาทีข้างหน้า งานของคุณจะกลายเป็นเศษเหล็กไร้ค่าครับ รินรดา"
น้ำเสียงนิ่งสนิทแต่แฝงความดุเบาๆ ทำให้เธอต้องยอมหุบปากฉับ แม้ในใจจะอยากเถียงกลับสักร้อยแปดคำ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ายามที่ปลายนิ้วแข็งแกร่งคู่นั้นขยับแก้ปัญหาอย่างคล่องแคล่ว แผ่นหลังกว้างที่ยืนบังลมปัญหาให้เธออยู่ตรงนี้ มันช่าง... พึ่งพาได้อย่างน่าประหลาด
แปะ แปะ แปะ!
เสียงปรบมือดังขึ้นจากมุมมืดหลังฉาก ปาลินโผล่พรวดออกมาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เคลือบด้วยความโล่งใจ "โอ้โห พระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยชีวิตทันเวลาพอดีเป๊ะ เรตติ้งตอนนี้พุ่งกระฉูดจนกราฟแทบแตกแล้วมั้งเนี่ย"
รินรดาหน้าแดงซ่านด้วยความเขินอายปนหงุดหงิด เธอยกมือขึ้นผลักอกนกต่ออย่างธามออกเบาๆ เพื่อสร้างระยะห่าง แต่ชายหนุ่มกลับไม่มีทีท่าว่าจะถอยหลังหนี เขากลับขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิมจนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับกำแพงด้านหลังเวทีโดยมีร่างสูงใหญ่กักตัวเธอไว้ในวงแขน
"ขอบคุณค่ะ... เอ่อ ขอบคุณครับ" เธอกัดริมฝีปากล่างเมื่อเผลอหลุดปากผิดอีกรอบ ธามโน้มใบหน้าลงมาต่ำจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่เหนือปลายจมูก สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา
"ผมไม่ได้ทำฟรีๆ หรอกนะครับ" ธามกระซิบเสียงต่ำพร่า ดวงตาคมกริบมองลึกลงมาในดวงตาของเธอราวกับต้องการค้นหาความลับบางอย่าง "คุณติดหนี้ผมหนึ่งอย่าง... และผมคิดดอกเบี้ยแพงมากด้วย"
รินรดารู้สึกเหมือนหัวใจเต้นผิดจังหวะจนควบคุมไม่ได้ ปากที่เคยไวและคมกริบราวกับใบมีดกลับถูกผนึกไว้ด้วยสายตาคู่นั้น ความรู้สึกต่อต้านที่เคยมีพังทลายลงทีละน้อย เหลือเพียงความหวั่นไหวที่เข้ามาแทนที่อย่างน่ากลัว
"คุณนี่มัน... เจ้าเล่ห์ชะมัด" เธอพึมพำเสียงเบา พยายามเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนความรู้สึกที่กำลังตีรวนอยู่ในอก
"ผมแค่ทวงสิทธิ์ของวิศวกรผู้ซ่อมแซมความรู้สึกต่างหากครับ" ธามยطิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งและทำเอาคนมองใจสั่นระทัว
ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเรียกชื่อของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางเดินมืดทึบหลังเวที
"คุณธามครับ! แย่แล้วครับ เซิร์ฟเวอร์สำรองที่ชั้นใต้ดินเกิดรอยรั่ว น้ำกำลังซึมเข้าแผงวงจรหลักแล้วครับ!"
ธามชะงัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เขาสบตากับรินรดาเป็นครั้งสุดท้ายด้วยสายตาที่บอกความนัยบางอย่าง ก่อนจะผละออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อเผชิญหน้ากับวิกฤตใหม่ที่กำลังคืบคลานเข้ามา
รินรดายืนนิ่งอยู่ที่เดิม ปลายนิ้วแตะลงบนหน้าอกข้างซ้ายที่ยังคงเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ สายตาเธอมองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินลับหายไปในความมืด พร้อมกับความคิดหนึ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวอย่างไม่ทันตั้งตัว... บางที เซฟโซนที่เธอพยายามสร้างเพื่อป้องกันหัวใจตัวเองมาตลอด อาจจะมีช่องโหว่ขนาดใหญ่ที่มีชื่อว่า "ธาม" เจาะทะลวงเข้ามาเสียแล้ว
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของผมเสมอนะครับ
เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดระยะห่าง•ตอนที่ 10
วิศวกรผู้ซ่อมแซมความรู้สึก
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดระยะห่าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!