เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดระยะห่าง•ตอนที่ 11

ระยะห่างที่สั้นลงหนึ่งคืบ

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
"คุณจะเงียบใส่ผมแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน รินรดา" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านความมืดสนิทภายในห้องเก็บเอกสารสำรองของสถานีโทรทัศน์ ทำให้ลมหายใจของผมที่กำลังพ่นออกมาสะดุดกึก ความอับชื้นและกลิ่นกระดาษเก่าผสมกับกลิ่นน้ำหอมกลิ่นยูคาลิปตัสจางๆ จากเสื้อสูทของเธอ มันใกล้เสียจนผมได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วดังแข่งกับความเงียบงันรอบตัว เราสองคนติดอยู่ในนี้มาเกือบยี่สิบนาทีแล้ว หลังจากบานประตูไม้สักหนักอึ้งเจ้ากรรมเกิดล็อกอัตโนมัติจากด้านนอกเพราะกลอนสนิมเขรอะ และปาลิน เจ้าโปรดิวเซอร์ตัวแสบก็คงกำลังนั่งจิบกาแฟสบายใจโดยไม่รู้ว่าพระเอกนางเอกของตนนามปากกาชีวิตจริงกำลังถูกขังให้เผชิญหน้ากับแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจปฏิเสธได้ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตากลมโตคู่สวยที่ปกติมักจะใช้มองโลกด้วยความระแวดระวังและเตรียมพร้อมจะปะทะคารม ตอนนี้กลับหลบเลี่ยง ปลายจัสมินเชิดรั้นที่เคยเชิดใส่ผมอย่างไม่ยอมใคร เริ่มอ่อนยวบลงเมื่อระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงแค่คืบเดียว "ฉันไม่ได้เงียบ... ฉันแค่กำลังใช้ความคิด" เธอสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้นิ่งที่สุด แต่ปลายนิ้วที่กำลังกำชายเสื้อเชิ้ตของตัวเองแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวนั้น ฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังตื่นตระหนก "คิดเรื่องอะไรครับ? คิดว่าจะหาข้ออ้างไหนมาเถียงผม หรือคิดหาทางหนีไปให้พ้นหน้าผู้ชายที่ชื่อธามคนนี้กันแน่" ผมขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับชั้นวางเอกสารเหล็กเสียงดังโปร้งปร้าง ความเย็นของโลหะตัดกับไออุ่นจากร่างกายของเราที่แผ่เข้าหากันอย่างรวดเร็ว รินรดาผวาเล็กน้อย เธอเงยหน้าขึ้นสบตาผมอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ดวงตาคู่นั้นจะสั่นระริก "ถอยไปหน่อยได้ไหมคะ... เอ่อ, ได้ไหมครับ คุณธาม ยืนเบียดขนาดนี้ อากาศในห้องมันน้อย เดี๋ยวออกซิเจนก็หมดพอดี" ผมเผลอยกยิ้มมุมปากกับความปากไวที่เกือบหลุดคำพูดคุ้นชินออกมา เธอคงลืมตัวว่ากำลังต่อปากต่อคำกับวิศวกรหัวรั้นคนนี้ในสถานการณ์ที่ได้เปรียบทางกายภาพเป็นของผม "เป็นห่วงออกซิเจน หรือเป็นห่วงหัวใจตัวเองกันแน่ที่เต้นผิดจังหวะจนกลัวว่าผมจะได้ยิน" ผมกระซิบเสียงพร่า แกล้งโน้มใบหน้าลงไปกระซิบชิดใบหูขาวสะอาดที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด "คุณธาม! นี่มันสถานการณ์ฉุกเฉินนะ ไม่ใช่เวลามาเล่นลิ้น" เธอหันมาตวาดแหวใส่ ตาขวางใส่ผมทันทีตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว แต่เพราะพื้นที่มันจำกัด การหันขวับแบบนั้นทำให้ปลายจมูกของเราเฉียดผ่านกันไปอย่างเฉียดฉิว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนเกิดประกายไฟประหลาดในความมืด ระยะห่างที่ถูกย่นย่อลงเหลือเพียงศูนย์ ทำให้โลกทั้งใบดูเหมือนจะหยุดหมุนชั่วขณะ รินรดาเบิกตากว้าง เธอแข็งทื่อราวกับถูกสาป ริมฝีปากที่มักจะใช้พ่นวาจาเชือดเฉือนเพื่อปกป้องเซฟโซนของตัวเอง ตอนนี้เผยอออกน้อยๆ อย่างลืมตัว สายตาของเราสบประสานกันนิ่งนาน ท่ามกลางความเงียบงันและเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ผมไม่ได้ขยับหนี และเธอก็ลืมที่จะผลักไส ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ตรรกะและเหตุผลอันเคร่งครัดของผม มันกำลังเรียกร้องหาคำตอบจากความเงียบนี้ มือหนาที่เคยทาบอยู่บนชั้นเหล็กค่อยๆ เลื่อนลงมาสัมผัสกับกรอบหน้าเรียวเนียนอย่างแผ่วเบา ราวกับเกรงว่าเธอจะแตกสลายหากผมใช้แรงมากเกินไป รินรดาสะดุ้งเฮือกยามที่ปลายนิ้วของผมสัมผัสโดนผิวแก้ม แต่เธอกลับไม่ได้ปัดป้อง ดวงตาคู่สวยฉายแววสับสน ไหวระริก และหวาดหวั่น... ไม่ใช่หวาดกลัวผม แต่เธอกลัวความรู้สึกที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจต่างหาก "ริน..." ผมเอ่ยเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและจริงจังกว่าทุกครั้ง เป็นครั้งแรกที่ผมยอมถอดเกราะป้องกันและปล่อยให้ความรู้สึกข้างในมันสื่อสารออกไปทางสายตา "คะ... อะไรคะ" เธอถามเสียงสั่น ลมหายใจติดขัดเมื่อปลายนิ้วของผมเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มให้อย่างเบามือ "ผมไม่รู้หรอกนะครับว่าคุณสร้างเซฟโซนไว้หนาแน่นแค่ไหนเพื่อปกป้องตัวเองจากโลกใบนี้ แต่บอกผมได้ไหม..." ผมหยุดหายใจไปชั่วจังหวะ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำลายกำแพงทุกอย่างลงราบคาบ "ว่าไอ้เซฟโซนที่คุณสร้างขึ้นมาเนี่ย... มันพอจะมีพื้นที่เหลือให้ผู้ชายหัวรั้นคนนี้ได้ก้าวเข้าไปยืนข้างๆ คุณบ้างหรือเปล่า" คำถามนั้นทิ้งน้ำหนักลงกลางใจของคนฟัง รินรดานิ่งงัง เธอมองลึกเข้ามาในดวงตาของผม ค้นหาความจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งเงียบนั้น ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นราวกับกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความปลอดภัยในอดีตกับความเสี่ยงครั้งใหม่ที่ชื่อว่าผม นิ้วมือเรียวของเธอสั่นเทาขณะยกขึ้นมาแตะที่อกเสื้อของผม ตรงตำแหน่งที่หัวใจกำลังเต้นโครมคราม "คุณมันบ้า... ธาม คุณกำลังทำลายกฎทุกข้อที่ฉันตั้งไว้" เสียงกระซิบของเธอเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม แต่กลับชัดเจนก้องกังวานในความรู้สึกของผม "บางครั้ง กฎมันก็มีไว้ให้แหกไม่ใช่เหรอครับ โดยเฉพาะกฎที่ทำให้เราต้องยืนอยู่คนเดียวแบบนี้" ผมยิ้มบางๆ มือข้างเดิมยังคงประคองกรอบหน้าของเธอไว้ไม่ยอมปล่อย ระยะห่างที่เคยมี ถูกย่นย่อลงจนแทบไม่เหลือช่องว่างระหว่างลมหายใจ ในวินาทีที่ผมโน้มใบหน้าลงไปช้าๆ รอคอยสัญญาณปฏิเสธจากเธอ ทว่ารินรดากลับหลับตาลงช้าๆ เป็นการยอมรับโดยปริยายที่หวานล้ำยิ่งกว่าคำตอบรับใดๆ หัวใจของผมพองโตคับอก ความอดทนที่สะสมมานานกำลังจะสิ้นสุดลงในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวจากภายนอก พร้อมกับเสียงแหลมสูงของปาลินที่ตะโกนทะลุกรอบประตูเข้ามา "เฮ้ย! รินรดา! ธาม! ติดอยู่ข้างในกันหรือเปล่าเนี่ย พอดีฉันเพิ่งนึกได้ว่าประตูนี้มันเสีย! ...อุ๊ย ขอโทษที ขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าเนี่ยพวกเธอ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ขยับเข้าหา (และเกือบจะเลยเถิด!) ของพ่อหนุ่มซึนกับสาวปากเก่งของเราในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้า รับรองว่ามีเรื่องให้ลุ้นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้แน่นอนครับ!
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดระยะห่าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%