"อุ๊ย ขอโทษที ขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าเนี่ยพวกเธอ!"
เสียงแหลมสูงของปาลินที่ดังลอดเข้ามาพร้อมกับแรงกระชากบานประตูห้องเก็บเอกสารเก่าจนเปิดอ้าออก ทำลายบรรยากาศอึมครึมที่อบอวลไปด้วยไฟฟ้าสถิตระหว่างคนสองคนลงในพริบตา แสงไฟนีออนสว่างวาบสาดส่องเข้ามาแทนที่ความสลัวราง
รินรดาสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อต เธอรีบดีดตัวถอยหลังออกจากวงแขนที่กั้นขวางของธามทันที หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล ความใกล้ชิดเมื่อครู่ยังคงทิ้งความร้อนผ่าวไว้บนผิวแก้ม จนเธอต้องยกมือขึ้นมาเสยผมแก้เก้อเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ
"เปล่า... ไม่ได้มีอะไรสะหน่อยนี่พี่ปาลิน" รินรดาละล่ำละลักปฏิเสธ เสียงสูงกว่าปกติเล็กน้อย ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนคนตัวสูงกว่าที่ยืนนิ่งสนิทเป็นเสาหินอยู่เบื้องหน้า
ธามไม่ได้มีท่าทีลนลานแม้แต่น้อย เขายังคงรักษาใบหน้าเรียบเฉยราวน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคมกริบกวาดมองโปรดิวเซอร์สาวรุ่นพี่ด้วยแววตาเรียบสนิท ก่อนจะเหลือบกลับมามองคนที่กำลังยืนหน้าแดงก่ำอยู่ข้างๆ แวบหนึ่ง
"ประตูมันฝืดครับคุณปาลิน ถ้าไม่ติดว่าผมต้องมาหาแบบแปลนโครงสร้างตึกนี้ตามหน้าที่ ผมก็คงไม่อยากติดอยู่ในที่แคบๆ กับคนปากจัดแถวนี้หรอกครับ" ธามเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าคำพูดกลับคมกริบเชือดเฉือนจนรินรดาอยากจะหยิกเนื้อเขาสักทีให้หายหมั่นไส้
"อ๋อเหรอคะคุณวิศวกรผู้ทรงคุณวุฒิ นึกว่าติดใจบรรยากาศอับๆ ทึบๆ ซะอีก เห็นยืนจ้องหน้าฉันซะขนาดนั้น กลัวว่าถ้ามองนานกว่านั้น ฉันจะสึกหรอหรือไงล่ะคะ" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสวนกลับทันควัน ความเขินอายเมื่อครู่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความถือดีตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว
ปาลินหรี่ตามองคนทั้งสองสลับกันไปมา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก โปรดิวเซอร์สาวผู้ผ่านโลกมาเยอะย่อมจับสังเกตเคมีประหลาดที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศได้ทันที "แหม... เสียงสูงเชียวนะริน ปากบอกว่าไม่มีอะไร แต่หน้าแดงซะยิ่งกว่าลูกตำลึงสุก ใครไม่รู้ก็นึกว่าพวกเธอติดอยู่ในนั้นเพื่อทบทวนวิชาชีวะเรื่องแรงดึงดูดระหว่างมวลซะอีก"
"พี่ปาลิน!" รินรดาอุทานเสียงหลง ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอีกรอบอย่างห้ามไม่อยู่
"ผมว่าเราออกไปข้างนอกกันเถอะครับ ตรงนี้อากาศไม่ค่อยดี หายใจไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่" ธามตัดบทด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท เขาไม่รอให้ใครพูดอะไรต่อ เดินสวนออกไปจากห้องเก็บเอกสารทันที ทว่าจังหวะที่เดินผ่านรินรดา ไหล่กว้างของเขากลับจงใจเบียดเข้าหากายบางเบาๆ พร้อมกับกระซิบเสียงทุ้มต่ำต่ำให้ได้ยินกันแค่สองคน
"คราวหลังหัดพกสติมาด้วยนะครับ จะได้ไม่ต้องยืนตัวสั่นเป็นลูกนกเวลาอยู่ใกล้ผม"
รินรดาเม้มปากแน่น กำหมัดเข้าหากันจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ อยากจะตะโกนไล่หลังคนปากร้ายให้หูดับไปข้าง แต่ติดที่ปาลินยังยืนยันยิ้มกรุ่มกริ่มอยู่ตรงหน้า เธอจึงทำได้แค่พ่นลมหายใจออกทางจมูกแรงๆ แล้วเดินกระแทกส้นเท้าตามออกไป
ตลอดช่วงบ่ายของการตรวจเช็กระบบอาคารเพื่อเตรียมถ่ายทำรายการเทปพิเศษ ธามยังคงทำหน้าที่วิศวกรผู้รับผิดชอบอย่างเคร่งครัด เขาเดินนำหน้าทีมงานด้วยท่าทีสุขุม น่าเชื่อถือ และพูดจาเฉพาะเรื่องงานเท่านั้น ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีคำหยอกล้อ ราวกับเหตุการณ์ในห้องเก็บเอกสารเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง
แต่มันติดอยู่ตรงที่... ทุกครั้งที่รินรดาต้องก้าวเดินผ่านจุดอับสายตา หรือต้องปีนป้ายขึ้นไปดูโครงสร้างระบบไฟบนชั้นลอย สายตาคมกริบคู่นั้นมักจะคอยเหลือบมองมาทางเธออยู่เสมออย่างเงียบๆ
"ริน ระวังตรงนั้นเหล็กมันยื่นออกมา ระวังหัวโน" ธามเอ่ยเตือนเสียงเรียบ ขณะที่รินรดากำลังก้มๆ เงยๆ จดบันทึกข้อมูลใส่แท็บเล็ตจนเกือบจะเดินชนคานเหล็กเก่า
รินรดาชะงัก ชำเลืองมองคานเหล็กระดับศีรษะแล้วหันมามองหน้าคนเตือนด้วยความหมั่นไส้ "ฉันตาไม่บอดหรอกน่าคุณธาม อีกอย่าง หัวฉันจะโนหรือไม่โน มันก็ไม่เกี่ยวกับวิศวกรปากเสียอย่างคุณหรอกมั้งคะ"
ธามชะงักฝีเท้า หันกลับมามองเธอด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา มุมปากหยักลึกกระตุกขึ้นน้อยๆ เป็นรอยยิ้มหยันที่เห็นแล้วชวนให้อยากหาอะไรมาปาใส่หน้า "ผมไม่ได้เป็นห่วงหัวคุณหรอกครับรินรดา... ผมแค่กลัวว่าถ้าสมองส่วนที่ใช้เถียงชาวบ้านของคุณมันกระทบกระเทือนขึ้นมา รายการผมจะพลอยเดือดร้อนไปด้วยต่างหาก"
"คุณธาม!"
รินรดาแยกเขี้ยวใส่ ร่างบางก้าวเท้าเร็วๆ เข้าไปหาหมายจะต่อปากต่อคำให้รู้เรื่อง แต่เพราะความรีบและพื้นปูนเก่าที่ค่อนข้างลื่น ทำให้เท้าของเธอเกิดสะดุดเข้ากับรอยต่อของแผ่นกระเบื้อง ร่างระหงเสียหลักเซถลาล้มไปด้านข้างทันที
*พรึบ!*
ไม่มีเสียงร้องอุทานหลุดออกมาจากปากของรินรดา เพราะเหตุการณ์มันเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าจะตั้งตัว หลับตาปี๋เตรียมรับความเจ็บปวดจากการกระแทกพื้น แต่ความเจ็บนั้นกลับไม่เกิดขึ้น
อ้อมแขนแกร่งและมั่นคงตวัดเข้าเอวบางของเธอไว้ได้อย่างทันท่วงที แรงกระชากเบาๆ ดึงร่างของเธอกลับเข้าไปแนบชิดกับแผงอกกว้าง กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายเฉพาะตัวของธามลอยเข้าแตะจมูก ปะทะกับความรู้สึกวูบวาบในช่องท้องอย่างรุนแรง
รินรดาลืมตาขึ้นช้าๆ ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือใบหน้าคมคายของวิศวกรหนุ่มที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณปลายจมูก ดวงตาคมกริบคู่นั้นไม่ได้ราบเรียบเย็นชาเหมือนทุกที แต่มันฉายแววระbystanding บางอย่างที่ลึกล้ำและดุดัน จนเธอแทบไม่กล้าหายใจ
"เก่งนักนะเรื่องหาเรื่องเจ็บตัวเนี่ย..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบarอยู่ข้างใบหู น้ำเสียงนั้นไม่ได้ดุเดือดเหมือนทุกครั้ง หากแต่เจือด้วยความระAผ่าวและความกังวลที่ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างแนบเนียน "ถ้าผมรับไว้ไม่ทัน หัวคุณคงได้ปูดเป็นลูกมะนาวไปแล้วจริงๆ"
รินรดาหน้าแดงซ่าน หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป มากเกินกว่าที่เกราะป้องกันความรู้สึกที่เธอสร้างขึ้นมาจะต้านทานไหว มือเล็กที่วางทาบอยู่บนอกแกร่งสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจเขาที่รัวเร็วไม่แพ้กัน
"ปล่อย... ปล่อยฉันได้แล้วคุณธาม" เธอพยายามเปล่งเสียงพูดออกไป แต่เสียงมันกลับแหบพร่าและสั่นเทาอย่างไร้เหตุผล
ธามไม่ยอมปล่อยเขาง่ายๆ เขากลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นอีกนิด ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่แถวขมับของเธออย่างลืมตัว แววตาที่ทอดมองลงมาเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่คนปากแข็งอย่างเขาไม่เคยปริปากบอกใคร
"ปากบอกให้ปล่อย แต่ตัวคุณสั่นเป็นลูกนกเลยนะรินรดา... ตกลงว่ากลัวเจ็บ หรือว่ากลัวใจตัวเองกันแน่ที่อยู่ใกล้ผมขนาดนี้"
คำพูดเย้าแหย่ที่เจือด้วยความจริงจังทำเอารินรดานิ่งงิ่งไป สมองขาวโพลนคิดคำตอบโต้ไม่ออก เคมีที่พุ่งพล่านระหว่างคนทั้งสองดึงดูดพวกเขาก้าวเข้าสู่เขตอันตรายที่ไม่อาจถอยหลังกลับ
ทว่า... ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและชวนใจเต้นระรัวจนแทบหยุดหายใจ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงพูดคุยของทีมงานกลุ่มใหญ่ก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จากสุดทางเดิน
"คุณธามครับ! แบบแปลนท่อระบายน้ำชั้นใต้ดินที่ขอไว้ ทีมช่างเอามาส่งแล้ว..."
เสียงตะโกนเรียกของหัวหน้าช่างประจำตึกดังแทรกเข้ามา พร้อมกับเงาร่างของคนหลายคนกำลังเลี้ยวโค้งตรงหัวมุมทางเดินเข้ามาทางนี้!
ธามชะงัก ดวงตาคมกริบไหววูบ เขารีบดันตัวรินรดาให้ยืนตั้งหลักได้ด้วยตัวเองอย่างรวดเร็ว พร้อมกับก้าวถอยหลังออกไปหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง ท่าทีกลับมานิ่งสนิทราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที
รินรดายืนหน้าแดงก่ำ หอบหายใจถี่กระชั้น รีบยกมือขึ้นจัดเสื้อผ้าและผมเผ้าให้เข้าที่เข้าทางเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ หัวใจยังคงเต้นโครมครามด้วยความตื่นตระหนก
วิศวกรหนุ่มกวาดสายตามองหน้าคนที่ยังคงมีสีหน้าตื่นตระหนกไม่หาย เขาขยับเข้าใกล้เธออีกนิดแบบไม่มีใครทันสังเกต ก่อนจะกระซิบเสียงต่ำลอดไรฟันด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก
"รอดตัวไปนะ... แต่คืนนี้ กลับห้องไป เตรียมตัวรับคำเฉลยเรื่องความปากแข็งของคุณได้เลยครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความซึนของพี่ธามและยัยรินด้วยกันนะครับ
เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดระยะห่าง•ตอนที่ 12
คนซึนที่เริ่มแสดงอาการ
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดระยะห่าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!