เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดระยะห่าง•ตอนที่ 18

ความจริงหลังกล้อง

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
"ถ้าคุณยังกล้าก้าวเข้ามาในห้องตัดต่อตอนที่ประตูไม่ได้ล็อกอีกครั้ง ผมรับรองว่าคุณจะได้จัดรายการคนเดียวตลอดซีซั่นนี้แน่ ปาลิน" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาไม่ได้ดังนัก แต่มันทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศอุณหภูมิลดฮวบลงจนติดลบ รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของธามทำให้โปรดิวเซอร์สาวฝีปากกล้าถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ปาลินยกมือขึ้นสองข้างเป็นเชิงยอมจำนน ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นกวาดมองสภาพของคนทั้งคู่ที่ยืนเว้นระยะห่างกันไม่ถึงคืบ แต่ร่องรอยความกระอักกระอ่วนยังฉาบชัดอยู่บนใบหน้าของรินรดา "โอ๊ะ... ฉันขอโทษจริงๆ พอดีกาแฟแก้วนี้มันจำเป็นต้องรีบเอามาส่งให้พิธีกรคนเก่งน่ะค่ะ ไม่คิดว่าพวกคุณกำลัง... เอ่อ เคลียร์คิวงานกันอย่าง ‘แนบชิด’ ขนาดนี้" ปาลินจงใจเน้นเสียงคำว่าแนบชิด พร้อมกับส่งยิ้มเจ้าเล่ห์แบบที่ทำเอารินรดาอยากจะคว้าแฟ้มเอกสารฟาดหน้าสวยๆ นั้นสักทีสองที รินรดายกมือขึ้นลูบแก้มที่ร้อนผ่าวของตัวเองอย่างลืมตัว เธอรีบเบนสายตาหนีจากแผงอกกว้างของธามที่อยู่ใกล้จนเกินไป ขยับถอยหลังไปสองก้าวเพื่อสร้างเซฟโซนให้กับหัวใจที่เต้นรำไม่เป็นจังหวะ ปากบางเม้มเข้าหากันแน่นก่อนจะสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามดึงความนิ่งกลับมาให้เร็วที่สุด "ถ้าไม่ติดว่าคุณถือแก้วกาแฟอยู่ ฉันคงคิดว่าคุณตั้งใจมาขัดจังหวะเพื่อทำเรตติ้งรายการภาคสนามซะอีกนะ ปาลิน" "แหม รินรดาจ๋า คนเราเขาก็ต้องมีช่วงเวลาส่วนตัวกันบ้าง แต่นี่มันห้องตัดต่อนะยะ ไม่ใช่ห้องแต่งตัวหลังเวที" ปาลินหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะทำงานแล้วหมุนตัวเดินถอยหลังออกไป พร้อมกับทิ้งประโยคกวนประสาทไว้ไล่หลัง "เชิญเคลียร์กันต่อตามสบายเลยค่ะ ฉันตาบอดสีชั่วคราว ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น!" ประตูกระจกปิดสนิทลงอีกครั้ง ทิ้งให้ความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงกระเพื่อมทางอารมณ์เข้าปกคลุมพื้นที่แคบๆ นี้ทันที ธามผ่อนลมหายใจยาวออกมาอย่างพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ เขาเสยผมลวกๆ ด้วยมือข้างหนึ่ง ดวงตาคมกริบกวาดมองรินรดาที่ยืนกอดอกแน่น ใบหน้าหวานยังคงแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ท่าทีเกາหลีปากเก่งที่มักจะใช้ตั้งกำแพงใส่เขาก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะร่วงหล่นหายไปไหนหมด เหลือเพียงความประหม่าที่ซ่อนไม่มิด "คุณโอเคไหม" น้ำเสียงของวิศวกรหนุ่มอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แม้จะยังมีความห้วนติดปากตามวิสัย "ฉันควรเป็นคนถามคุณมากกว่านะธาม" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามดึงศักดิ์ศรีของตัวเองกลับมาด้วยการใช้น้ำเสียงแข็งกระด้างกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก "คุณเกือบจะ... เอ่อ เกือบจะทำให้สถานการณ์มันเลยเถิดไปกันใหญ่แล้วนะ" "แล้วมันเลยเถิดไปถึงไหนล่ะ" ธามก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว ช้าๆ แต่กดดัน จนรินรดาต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางเอกสาร ดวงตาสีเข้มคู่นั้นจ้องมองเธอราวกับสัตว์ป่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม "ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด... หรือว่าในหัวของคุณ มันคิดไปไกลกว่าที่ผมทำซะอีก รินรดา" "ธาม!" หญิงสาวตวัดสายตาค้อนขวับ ใบหน้าที่เพิ่งจะหายร้อนกลับมาแดงซ่านขึ้นอีกรอบ "คุณนี่มัน... ทุเรศเป็นบ้า ชอบฉวยโอกาสตอนที่คนอื่นเผลออยู่เรื่อย" "ผมฉวยโอกาสตรงไหน" ธามเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง สีหน้าของเขายังคงนิ่งสนิทจนน่าหมั่นไส้ แต่แววตากลับพราวระยับด้วยประกายความเอ็นดูที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ "คุณต่างหากที่เป็นคนสะดุดขาตัวเองเกือบจะล้ม แล้วผมก็แค่... ยื่นมือเข้าไปช่วยรับเอาไว้ตามสัญชาตญาณของความเป็นสุภาพบุรุษ" "สุภาพบุรุษบ้านไหนเขาเอามือมาโอบเอวแล้วจ้องหน้าเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อแบบนั้นเล่า!" "ก็ถ้าผมไม่จับเอวคุณไว้ ป่านนี้คุณคงลงไปกองกับพื้นห้องตัดต่อให้ปาลินมันได้หัวเราะเยาะไปอีกสามปี" ธามตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่ทว่าแววตาที่ทอดมองเธอกลับอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด เขาหยุดยืนห่างจากเธอแค่เพียงคืบเดียว กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นกาแฟอ่อนๆ ลอยเข้ามาชวนให้ใจสั่น "อีกอย่าง... หน้าผมมันดูน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ ตอนที่มองคุณใกล้ๆ น่ะ" คำถามนั้นทิ้งน้ำหนักลงกลางห้อง รินรดาชะงักไป ดวงตากลมโตช้อนขึ้นสบกับดวงตาคมกริบที่มักจะมองโลกด้วยตรรกะและเหตุผล แต่วันนี้... ในแววตาคู่นั้นกลับมีเงาของเธอสะท้อนอยู่ชัดเจน ไม่มีกำแพง ไม่มีมาตรวัดระยะห่าง ไม่มีคำว่า "รุ่นพี่รุ่นน้องในที่ทำงาน" หรือ "คู่กัดเบอร์หนึ่ง" มีเพียงความเงียบที่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางถ่ายทอดจังหวะหัวใจที่เต้นตรงกันโดยไม่ต้องมีคำพูดใดๆ รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมทรยศด้วยการเต้นระรัวจนแทบจะกระout of chest ออกมา มือที่กอดอกไว้คลายออกอย่างไร้เรี่ยวแรง ความรู้สึกต่อต้านที่เคยมีพังทลายลงทีละน้อย เหลือเพียงความตระหนักรู้บางอย่างที่วิ่งเข้ามาชนกลางใจ... ผู้ชายคนนี้ ไม่ได้เป็นแค่วิศวกรระบบจอมระเบียบที่เธอเคยหมั่นไส้ในวันแรกอีกต่อไปแล้ว "ธาม..." เสียงของเธอแผ่วเบาลงโดยไม่รู้ตัว ความดื้อรั้นในน้ำเสียงเจือด้วยความอ่อนล้า "ทำไมคุณต้องทำตัวให้ฉันเกลียดไม่ลงสักทีด้วยนะ" ธามชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา เป็นรอยยิ้มที่หายากยิ่งและมีเพียงรินรดากี่ครั้งที่ได้เห็น มือหนายื่นออกไปอย่างช้าๆ ปฏิรกรรมที่ไม่มีใครคาดคิดเกิดขึ้นเมื่อนิ้วเรียวอุ่นจัดของเขาเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่ระแก้มให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นเบาราวกับขนนก แต่กลับทิ้งความร้อนรุ่มไว้บนผิวเนื้อราวกับถูกไฟลน "ผมไม่ได้อยากให้คุณเกลียดตั้งแต่แรกอยู่แล้ว..." ธามกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อย "รินรดา... ผมไม่เคยเกลียดคุณเลยสักครั้ง มีแต่คุณนั่นแหละที่ชอบสร้างกำแพงใส่ผม" "ฉันก็แค่... กลัว" รินรดาหลบสายตา ความรู้สึกเปราะบางที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีปากกล้าถูกเปิดเผยออกมาในนาทีนี้ "กลัวว่าถ้าเปิดใจให้ใครสักคนเข้ามาในเซฟโซนสุดท้ายที่มีอยู่... สุดท้ายฉันอาจจะต้องเจ็บเหมือนเดิม" ธามนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มือที่เคยเกลี่ยปอยผมเลื่อนลงมาจับมือเรียวของเธอขึ้นมากุมไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาส่งผ่านความมั่นคงเข้ามาในหัวใจที่กำลังหวาดหวั่นของเธอ "ผมไม่ใช่คนพูดเก่ง และคงไม่มีคำหวานอะไรมาคอยเอาใจคุณเหมือนคนอื่น" ธามมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "แต่ถ้าเซฟโซนของคุณมันแคบและอึดอัดนัก... ทำไมไม่ลองขยายมันออกมา แล้วให้ผมเข้าไปยืนข้างๆ คุณในฐานะคนที่พร้อมจะปกป้องคุณจากทุกเรื่องดูล่ะ" คำพูดนั้นเรียบง่าย ไร้การปรุงแต่งใดๆ แต่มันกลับทรงพลังยิ่งกว่าคำบอกรักร้อยแปดพันเก้า รินรดารู้สึกเหมือนก้อนเนื้อในอกกำลังจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบบางอย่างออกไปเพื่อทำลายกำแพงสุดท้ายระหว่างกัน **ก๊อก! ก๊อก!** เสียงเคาะประตูกระจกดังขึ้นขัดจังหวะทันที พร้อมกับร่างของชวิน ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงแห่งช่องโทรทัศน์ที่ก้าวพรวดพราดย่างสามขุมเข้ามาในห้องโดยไม่รอให้อذنอนุญาต สีหน้าของชวินเคร่งเครียดและดุดันอย่างเห็นได้ชัด "ธาม! รินรดา! พวกคุณสองคนยังมัวมาสวีทกันอยู่ในนี้ไม่ได้แล้วนะ!" ชวินร้องเสียงดังด้วยความร้อนรน ดวงตาคมกวาดมองทั้งคู่สลับกันไปมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเรื่องด่วน "เกิดเรื่องใหญ่ที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินแล้ว... มีคนปล่อยคลิปเสียงสัมภาษณ์เบื้องหลังรายการฉบับเต็มลงโซเชียล และตอนนี้ เรตติ้งสดของช่องกำลังดิ่งลงเหวเพราะความพินาศของข่าวฉาวที่กำลังจะปะทุในอีกห้านาทีข้างหน้า!" ธามขบกรามแน่น ดวงตาคมกริบตวัดกลับไปมองชวินทันที รังสีอำมหิตพุ่งทะยานขึ้นอีกครั้งเมื่อจังหวะเวลาที่กำลังจะลงตัวต้องพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า รินรดาหน้าซีดเผือด เธอดึงมือออกจากอุ้งมือของธามช้าๆ ก่อนจะหันไปมองหน้าวิศวกรหนุ่มที่กำลังจ้องเธอนิ่งด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก -------------------------------------------------- *ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ*
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดระยะห่าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%