เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดระยะห่าง•ตอนที่ 17

กำแพงที่พังทลาย

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
ความเงียบไม่ได้แปลว่าความว่างเปล่าเสมอไป สำหรับธามและรินรดาในวินาทีนี้ ความเงียบทำหน้าที่เป็นห้องเก็บเสียงชั้นดี ที่ปล่อยให้จังหวะการเต้นของหัวใจดังชัดเจนเสียยิ่งกว่าเสียงนาฬิกาแขวนผนัง ดวงตาทั้งคู่ยังคงประสานกันท่ามกลางแสงสลัวของโคมไฟตั้งโต๊ะ เส้นแบ่งระยะห่างที่ทั้งคู่ต่างขีดขึ้นมาเพื่อป้องกันหัวใจตัวเอง บัดนี้มันไม่ได้ถูกลบเลือน... แต่มันแหลกละเอียดจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม "คุณจะมองผมแบบนี้ไปถึงไหนกันครับริน" เสียงทุ้มต่ำของธามทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน น้ำเสียงนั้นไม่ได้ราบเรียบไร้ความรู้สึกเหมือนทุกที แต่มันเจือความสั่นพร่าเล็กน้อยที่คนหูไวอย่างรินรดารับรู้ได้ทันที "แล้วคุณจะยืนค้ำหัวฉันแบบนี้ไปถึงไหนล่ะคะ... ถอยออกไปหน่อยส ค่ะ ธาม ระยะห่างแค่นี้มัน... ผิดกฎที่คุณตั้งไว้เองนะ" รินรดาแกล้งเชิดหน้าขึ้น เลี่ยงสายตาคมกริบคู่นั้นด้วยการเบนมองไปทางอื่น ทั้งที่หัวใจข้างซ้ายกำลังเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุกระดูกซี่โครงออกมา ธามไม่ถอยตามคำสั่ง เขาชaberตัวลงเล็กน้อย วางมือข้างหนึ่งลงกับพนักโซฟาที่รินรดานั่งอยู่ กักตัวเธอไว้ในพื้นที่จำกัดโดยสมบูรณ์ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และความอบอุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาโอบล้อมเธอไว้จนแทบหายใจไม่ออก "กฎเหรอครับ..." ธามแค่นسเสียงหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบทอดมองหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นมานาน "คุณก็รู้ดีที่สุดริน... ว่ากฎบ้าบอพวกนั้น มันมีไว้แหกตั้งแต่แรกที่คุณก้าวเข้ามาในชีวิตผมแล้ว" คำพูดนั้นทำเอารินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความเก่งกาจ ปากคอเราะร้าย และความทันคนของพิธีกรสาวฝีปากกล้า ราวกับถูกปัดเป่าหายไปในพริบตา เมื่อเผชิญหน้ากับความตรงไปตรงมาที่ไร้การปรุงแต่งของวิศวกรหนุ่ม ทำไมเขาต้องทำให้เธอกลายเป็นคนอ่อนแอได้ง่ายดายขนาดนี้ด้วยนะ ความโกรธปนความน้อยใจที่สะสมมานานนับเดือนตีตื้นขึ้นมาจุกที่อก รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น มือบางกำชายเสื้อกันหนาวของตัวเองจนยับยู่ยี่ ก่อนที่ความอดทนเส้นสุดท้ายจะขาดผึงลง "แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไงล่ะธาม!" รินรดาหันกลับมาสบตาเขาตรงๆ ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยหยาดน้ำใสที่เธอพยายามกัก Nขังไว้ไม่ให้ไหลออกมา "คุณทำตัวเหมือนจะเข้ามา... แล้วก็ถอยห่าง คุณทำเหมือนฉันสำคัญ... แต่พอฉันเผลอคิดไปไกล คุณก็ตีตัวออกห่างเหมือนคนแปลกหน้า!" ธามชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นนิดหนึ่งเมื่อเห็นประกายความเจ็บปวดในแววตาของเธอ "คุณกลัวอะไรกันแน่ริน..." ธามถามเสียงแผ่วเบา "ฉันกลัวถูกทิ้งไงคะ!" เสียงที่หลุดออกมาจากปากของรินรดาเต็มไปด้วยความเปราะบางที่เธอไม่เคยแสดงให้ใครเห็น รินรดาหอบหายใจเล็กน้อย หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ร่วงเผาะลงอาบแก้ม แต่วินาทีนี้เธอไม่สนใจอะไรอีกแล้ว กำแพงที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเองพังทลายลงราบคาบ "คุณรู้ไหมว่าคนเราเวลาที่ชินกับการอยู่คนเดียว ชินกับการคาดหวังว่าสุดท้ายแล้วทุกคนก็จะเดินจากไป... การที่มีใครสักคนเข้ามาทำให้อบอุ่นหัวใจ แต่วันหนึ่งเขากลับเดินออกไปเฉยๆ มันทรมานแค่ไหน!" รินรดาพรูลมหายใจสะอื้น ไหล่บางสั่นเทาเล็กน้อย เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของธาม ราวกับต้องการให้เขาเห็นรอยแผลเป็นข้างในจิตใจของเธอ "ฉันไม่ใช่คนใจแข็งอย่างที่เห็นหรอกธาม... ฉันก็แค่กลัว กลัวว่าถ้าวันหนึ่งฉันยอมเปิดเซฟโซนให้คุณเข้ามาทั้งหมด แล้วคุณจะทิ้งฉันไว้ข้างหลังเหมือนที่คนอื่นๆ ทำ" ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัดเหมือนตอนแรก มันเป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยน้ำหนักของความรู้สึกที่ถูกปลดเปลื้องออกมาจนหมดเปลือก ธามมองหญิงสาวตรงหน้า หัวใจของวิศวกรหนุ่มผู้ยึดมั่นในตรรกะและเหตุผล บัดนี้แหลกสลายลงเมื่อเห็นน้ำตาของผู้หญิงที่เขาอยากปกป้องไว้ให้ดีที่สุด เขารู้ดีว่ารินรดามีปมในอดีตเรื่องการสูญเสียและการถูกทอดทิ้ง แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่า กำแพงหนาเตอะที่เธอใช้ปกป้องตัวเอง จะซ่อนความหวาดกลัวที่เปราะบางขนาดนี้เอาไว้ ธามไม่ได้พูดคำหวานปลอบโยน เขาไม่ใช่ผู้ชายประเภทที่จะเอ่ยคำสัญญาเลื่อนลอย แต่การกระทำของเขากลับชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ มือหนายื่นออกไปอย่างช้าๆ ปลายนิ้วอุ่นเกลี่ยหยาดน้ำตาที่ข้างแก้มของรินรดาอย่างเบามือที่สุด ราวกับเธอกลجاجแก้วเจียระไนที่พร้อมจะแตกสลายหากสัมผัสแรงเกินไป รินรดาสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความตกใจ แต่เธอก็ไม่ได้ปัดมือเขาออก ดวงตาสองคู่ประสานกันอีกครั้ง ในแววตาของธามไม่มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความลึกซึ้งและความคลั่งรักที่เอ่อล้นจนปิดไม่มิด "คุณคิดว่าผมเป็นคนแบบนั้นเหรอครับริน..." เสียงของธามทุ้มนุ่มและจริงจังจนหัวใจของเธอกระตุกวูบ "คุณคิดว่าคนที่ใช้เวลาคอยมองคุณจากมุมเดิมๆ มาเป็นปี... จะใจร้ายพอที่จะเดินหนีหายไปจากชีวิตคุณได้ง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ" รินรดานิ่งงิ่งอึ้ง สมองประมวลผลคำพูดของเขาไม่ทัน "คุณ... หมายความว่ายังไงคะ" "ผมไม่เคยถอยห่างไปไหนเลยริน" ธามโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้น จนหน้าผากของเขาสัมผัสกับหน้าผากของเธออย่างแผ่วเบา ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของกันและกัน "มีแต่คุณต่างหากที่วิ่งหนีผม... และผมก็แค่ยืนรอให้คุณหยุดวิ่ง แล้วหันมามองผมสักที" คำสารภาพที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังทำเอารินรดาสติหลุดลอย หัวใจของเธอกรีดร้องโหยหาอ้อมกอดของเขาโดยไม่ต้องมีข้ออ้างใดๆ อีกต่อไป ธามเคลื่อนมือโอบเอวบางเข้ามาประชิดตัว ดึงรินรดาลดช่องว่างระหว่างกันจนไม่เหลือแม้แต่มากาศ รินรดาหลับตาลง ยอมจำนนต่อความรู้สึกที่อัดอั้น และเตรียมพร้อมที่จะรับสัมผัสอบอุ่นที่เธอโหยหา ใบหน้าของธามเคลื่อนเข้าใกล้เรียวปากอิ่มที่สั่นระริก ระยะห่างนับร้อยไมล์ที่เคยมีถูกย่นย่อเหลือเพียงลมหายใจกั้น... *ก๊อกๆๆ!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงเปิดพรวดเข้ามาอย่างไร้มารยาทของโปรดิวเซอร์ตัวแสบ "ริน! ธาม! ฉันเอาเรตติ้งตอนล่าสุดมาให้ดู... อุ๊ย! ตายจริง ฉันเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าเนี่ย!" ปาลินชะงักกึกที่หน้าประตู เบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นภาพบาดตาบาดใจตรงหน้า รินรดาสะดุ้งสุดตัว ผลักธามออกอย่างแรงด้วยใบหน้าที่แดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ส่วนธาม... ขบกรามแน่นด้วยความหงุดหงิดระคนเสียดาย ดวงตาคมกริบตวัดมองผู้มาใหม่ด้วยรังสีอำมหิตที่แทบจะแผดเผาปาลินให้เป็นจุลในทันที ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดระยะห่าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%