ความเงียบไม่ได้แปลว่าความว่างเปล่าเสมอไป สำหรับธามและรินรดาในวินาทีนี้ ความเงียบทำหน้าที่เป็นห้องเก็บเสียงชั้นดี ที่ปล่อยให้จังหวะการเต้นของหัวใจดังชัดเจนเสียยิ่งกว่าเสียงนาฬิกาแขวนผนัง
ดวงตาทั้งคู่ยังคงประสานกันท่ามกลางแสงสลัวของโคมไฟตั้งโต๊ะ เส้นแบ่งระยะห่างที่ทั้งคู่ต่างขีดขึ้นมาเพื่อป้องกันหัวใจตัวเอง บัดนี้มันไม่ได้ถูกลบเลือน... แต่มันแหลกละเอียดจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม
"คุณจะมองผมแบบนี้ไปถึงไหนกันครับริน"
เสียงทุ้มต่ำของธามทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน น้ำเสียงนั้นไม่ได้ราบเรียบไร้ความรู้สึกเหมือนทุกที แต่มันเจือความสั่นพร่าเล็กน้อยที่คนหูไวอย่างรินรดารับรู้ได้ทันที
"แล้วคุณจะยืนค้ำหัวฉันแบบนี้ไปถึงไหนล่ะคะ... ถอยออกไปหน่อยส
ค่ะ ธาม ระยะห่างแค่นี้มัน... ผิดกฎที่คุณตั้งไว้เองนะ" รินรดาแกล้งเชิดหน้าขึ้น เลี่ยงสายตาคมกริบคู่นั้นด้วยการเบนมองไปทางอื่น ทั้งที่หัวใจข้างซ้ายกำลังเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุกระดูกซี่โครงออกมา
ธามไม่ถอยตามคำสั่ง เขาชaberตัวลงเล็กน้อย วางมือข้างหนึ่งลงกับพนักโซฟาที่รินรดานั่งอยู่ กักตัวเธอไว้ในพื้นที่จำกัดโดยสมบูรณ์ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และความอบอุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาโอบล้อมเธอไว้จนแทบหายใจไม่ออก
"กฎเหรอครับ..." ธามแค่นسเสียงหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบทอดมองหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นมานาน "คุณก็รู้ดีที่สุดริน... ว่ากฎบ้าบอพวกนั้น มันมีไว้แหกตั้งแต่แรกที่คุณก้าวเข้ามาในชีวิตผมแล้ว"
คำพูดนั้นทำเอารินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความเก่งกาจ ปากคอเราะร้าย และความทันคนของพิธีกรสาวฝีปากกล้า ราวกับถูกปัดเป่าหายไปในพริบตา เมื่อเผชิญหน้ากับความตรงไปตรงมาที่ไร้การปรุงแต่งของวิศวกรหนุ่ม
ทำไมเขาต้องทำให้เธอกลายเป็นคนอ่อนแอได้ง่ายดายขนาดนี้ด้วยนะ
ความโกรธปนความน้อยใจที่สะสมมานานนับเดือนตีตื้นขึ้นมาจุกที่อก รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น มือบางกำชายเสื้อกันหนาวของตัวเองจนยับยู่ยี่ ก่อนที่ความอดทนเส้นสุดท้ายจะขาดผึงลง
"แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไงล่ะธาม!" รินรดาหันกลับมาสบตาเขาตรงๆ ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยหยาดน้ำใสที่เธอพยายามกัก Nขังไว้ไม่ให้ไหลออกมา "คุณทำตัวเหมือนจะเข้ามา... แล้วก็ถอยห่าง คุณทำเหมือนฉันสำคัญ... แต่พอฉันเผลอคิดไปไกล คุณก็ตีตัวออกห่างเหมือนคนแปลกหน้า!"
ธามชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นนิดหนึ่งเมื่อเห็นประกายความเจ็บปวดในแววตาของเธอ
"คุณกลัวอะไรกันแน่ริน..." ธามถามเสียงแผ่วเบา
"ฉันกลัวถูกทิ้งไงคะ!"
เสียงที่หลุดออกมาจากปากของรินรดาเต็มไปด้วยความเปราะบางที่เธอไม่เคยแสดงให้ใครเห็น รินรดาหอบหายใจเล็กน้อย หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ร่วงเผาะลงอาบแก้ม แต่วินาทีนี้เธอไม่สนใจอะไรอีกแล้ว กำแพงที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเองพังทลายลงราบคาบ
"คุณรู้ไหมว่าคนเราเวลาที่ชินกับการอยู่คนเดียว ชินกับการคาดหวังว่าสุดท้ายแล้วทุกคนก็จะเดินจากไป... การที่มีใครสักคนเข้ามาทำให้อบอุ่นหัวใจ แต่วันหนึ่งเขากลับเดินออกไปเฉยๆ มันทรมานแค่ไหน!" รินรดาพรูลมหายใจสะอื้น ไหล่บางสั่นเทาเล็กน้อย เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของธาม ราวกับต้องการให้เขาเห็นรอยแผลเป็นข้างในจิตใจของเธอ
"ฉันไม่ใช่คนใจแข็งอย่างที่เห็นหรอกธาม... ฉันก็แค่กลัว กลัวว่าถ้าวันหนึ่งฉันยอมเปิดเซฟโซนให้คุณเข้ามาทั้งหมด แล้วคุณจะทิ้งฉันไว้ข้างหลังเหมือนที่คนอื่นๆ ทำ"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัดเหมือนตอนแรก มันเป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยน้ำหนักของความรู้สึกที่ถูกปลดเปลื้องออกมาจนหมดเปลือก
ธามมองหญิงสาวตรงหน้า หัวใจของวิศวกรหนุ่มผู้ยึดมั่นในตรรกะและเหตุผล บัดนี้แหลกสลายลงเมื่อเห็นน้ำตาของผู้หญิงที่เขาอยากปกป้องไว้ให้ดีที่สุด
เขารู้ดีว่ารินรดามีปมในอดีตเรื่องการสูญเสียและการถูกทอดทิ้ง แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่า กำแพงหนาเตอะที่เธอใช้ปกป้องตัวเอง จะซ่อนความหวาดกลัวที่เปราะบางขนาดนี้เอาไว้
ธามไม่ได้พูดคำหวานปลอบโยน เขาไม่ใช่ผู้ชายประเภทที่จะเอ่ยคำสัญญาเลื่อนลอย แต่การกระทำของเขากลับชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ
มือหนายื่นออกไปอย่างช้าๆ ปลายนิ้วอุ่นเกลี่ยหยาดน้ำตาที่ข้างแก้มของรินรดาอย่างเบามือที่สุด ราวกับเธอกลجاجแก้วเจียระไนที่พร้อมจะแตกสลายหากสัมผัสแรงเกินไป
รินรดาสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความตกใจ แต่เธอก็ไม่ได้ปัดมือเขาออก ดวงตาสองคู่ประสานกันอีกครั้ง ในแววตาของธามไม่มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความลึกซึ้งและความคลั่งรักที่เอ่อล้นจนปิดไม่มิด
"คุณคิดว่าผมเป็นคนแบบนั้นเหรอครับริน..." เสียงของธามทุ้มนุ่มและจริงจังจนหัวใจของเธอกระตุกวูบ "คุณคิดว่าคนที่ใช้เวลาคอยมองคุณจากมุมเดิมๆ มาเป็นปี... จะใจร้ายพอที่จะเดินหนีหายไปจากชีวิตคุณได้ง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ"
รินรดานิ่งงิ่งอึ้ง สมองประมวลผลคำพูดของเขาไม่ทัน "คุณ... หมายความว่ายังไงคะ"
"ผมไม่เคยถอยห่างไปไหนเลยริน" ธามโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้น จนหน้าผากของเขาสัมผัสกับหน้าผากของเธออย่างแผ่วเบา ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของกันและกัน "มีแต่คุณต่างหากที่วิ่งหนีผม... และผมก็แค่ยืนรอให้คุณหยุดวิ่ง แล้วหันมามองผมสักที"
คำสารภาพที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังทำเอารินรดาสติหลุดลอย หัวใจของเธอกรีดร้องโหยหาอ้อมกอดของเขาโดยไม่ต้องมีข้ออ้างใดๆ อีกต่อไป
ธามเคลื่อนมือโอบเอวบางเข้ามาประชิดตัว ดึงรินรดาลดช่องว่างระหว่างกันจนไม่เหลือแม้แต่มากาศ รินรดาหลับตาลง ยอมจำนนต่อความรู้สึกที่อัดอั้น และเตรียมพร้อมที่จะรับสัมผัสอบอุ่นที่เธอโหยหา
ใบหน้าของธามเคลื่อนเข้าใกล้เรียวปากอิ่มที่สั่นระริก ระยะห่างนับร้อยไมล์ที่เคยมีถูกย่นย่อเหลือเพียงลมหายใจกั้น...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงเปิดพรวดเข้ามาอย่างไร้มารยาทของโปรดิวเซอร์ตัวแสบ
"ริน! ธาม! ฉันเอาเรตติ้งตอนล่าสุดมาให้ดู... อุ๊ย! ตายจริง ฉันเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าเนี่ย!" ปาลินชะงักกึกที่หน้าประตู เบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นภาพบาดตาบาดใจตรงหน้า
รินรดาสะดุ้งสุดตัว ผลักธามออกอย่างแรงด้วยใบหน้าที่แดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ส่วนธาม... ขบกรามแน่นด้วยความหงุดหงิดระคนเสียดาย ดวงตาคมกริบตวัดมองผู้มาใหม่ด้วยรังสีอำมหิตที่แทบจะแผดเผาปาลินให้เป็นจุลในทันที
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดระยะห่าง•ตอนที่ 17
กำแพงที่พังทลาย
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดระยะห่าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!