เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดระยะห่าง•ตอนที่ 26

ตามหาหัวใจที่หายไป

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
"คุณกำลังเอาอนาคตของรายการไปเสี่ยงกับอีโก้ส่วนตัวนะรินรดา" เสียงทุ้มต่ำแต่เฉียบคมของปาลินดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องประชุมปิดลง ปรอยกระดาษรายงานเรตติ้งถูกโยนลงบนโต๊ะกระจกใสอย่างไม่ไยดี ตัวเลขกราฟที่พุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่งในช่วงสามตอนล่าสุดไม่ได้ทำให้โปรดิวเซอร์สาวอารมณ์ดีขึ้นเลยสักนิด ตรงกันข้าม เธอกำลังมองหน้าเพื่อนสนิทด้วยแววตาคาดคั้น รินรดานั่งไขว่ห้าง ปลายเล็บสีนู้ดเคาะเบาๆ กับที่วางแขนเก้าอี้หนัง เธอยังคงรักษาสีหน้านิ่งเรียบไว้ได้อย่างแนบเนียน แม้ว่าข้างในหัวใจจะกำลังปั่นป่วนราวกับมีพายุหมุน "ฉันไม่ได้เอาไปเสี่ยง ปาลิน" รินรดาตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาสีเข้มตวัดมองเพื่อนรักอย่างไม่เกรงกลัว "ฉันแค่กำลังทำในสิ่งที่คนเป็นพิธีกรและ... คนที่เคยปากพล่อยไล่เขาไป ควรจะต้องรับผิดชอบ" "รับผิดชอบด้วยการลาพักร้อนกระทันหันแล้วบินไปป์ ‘เซฟโซน’ บ้านนอกนั่นเนี่ยนะ?" ปาลินแค่นหัวเราะ น้ำเสียงเจือความระอาอย่างปิดไม่มิด "ธามไม่ใช่เด็กๆ เขาเป็นวิศวกรระบบระดับหัวแถว หายไปสักพักเพื่อให้เรื่องมันซาลงไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย แต่เธอ... อาการหนักว่าที่ฉันคิดไว้นะเนี่ย" "ฉันไม่ได้อาการหนัก" รินรดาเถียงทันควัน น้ำเสียงสูงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยจนจับพิรุธได้ "ฉันแค่อยากไปเคลียร์ให้มันจบๆ จะได้เลิกติดค้างในใจสักที" "เคลียร์หรือเคลียร์ใจ? เลือกเอาสักอย่างเถอะย่ะ" ปาลินถอนหายใจยาว พลางส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะโยนกุญแจรถยนต์ดอกหนึ่งลงบนโต๊ะ "เอ้า... รถกระบะยืมเพื่อนฉันเอง ทางไปที่นั่นไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ดีๆ หรอกนะ เตรียมตัวรับกรรมที่ตัวเองก่อไว้ได้เลย" รินรดาก้มมองกุญแจรถดอกนั้น นิ่งงันไปชั่วขณะ ความจริงแล้ว เธอไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้ เธอมีสิทธิ์ที่จะอยู่เฉยๆ ปล่อยให้กาลเวลาเยียวยาทุกอย่าง ปล่อยให้ธามกลับมาเองเมื่อเขาพร้อม หรือปล่อยให้ความสัมพันธ์ที่เกือบจะข้ามเส้นนี้เลือนหายไปตามกลไกของชีวิต แต่ทำไม... ยิ่งคิดถึงแววตานิ่งเงียบแต่แฝงความตัดพ้อในวินาทีสุดท้ายที่ธามหันหลังให้ เธอก็ยิ่งรู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ *คนหัวรั้นอย่างเธอ... ไม่เคยยอมแพ้อะไรได้ง่ายๆ อยู่แล้วนี่รินรดา* สามชั่วโมงต่อมา ล้อรถกระบะคันเก่าก็บด and ลุยไปตามทางลูกรังที่ฝุ่นตลบอบอวล ทัศนียภาพสองข้างทางเปลี่ยนจากตึกสูงระฟ้าของเมืองกรุง เป็นทิวเขาสลับซับซ้อนและป่าโปร่งที่ไร้ซึ่งความวุ่นวาย ความเงียบงันภายในห้องโดยสารมีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่คำรามก้องกับเสียงหัวใจของเธอที่เต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ รินรดากำพวงมาลัยแน่น เหงื่อซึมตามฝ่ามือแม้ว่าแอร์ในรถจะเปิดจนเย็นฉ่ำ เธอกำลังขับรถเข้ามาในอาณาเขตของ "เซฟโซน" ที่ธามสร้างขึ้นเพื่อหลบหนีความวุ่นวาย และที่สำคัญ... เพื่อหลบหน้าเธอ "ให้มันได้อย่างนี้สิธาม..." เธอพึมพำกับตัวเอง พลางหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าสู่ทางเข้าหมู่บ้านเล็กๆ ตามพิกัดที่ปาลินแอบไปสืบมาด้วยเส้นสายโปรดิวเซอร์มือทอง บ้านไม้สักยกพื้นสูงหลังคาลาดต่ำตั้งอยู่โดดเดี่ยวท่ามกลางสวนผลไม้และแมกไม้นานาพันธุ์ รอบบริเวณเงียบสงบจนได้ยินเสียงลมพัดใบไม้ไหว รถกระบะจอดสนิทหน้าประตูรั้วไม้ที่ไม่ได้ลงกลอน รินรดาดับเครื่องยนต์ ความเงียบสงบเข้าปกคลุมทันที มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอก เธอสูดลมหายใจเข้าลึก and ผ่อนออกยาวๆ เพื่อเรียกความมั่นใจ ผลักประตูลงจากรถ ก้าวเท้าเดินผ่านรั้วเข้ามาด้วยหัวใจที่เต้นระทึก ไม่มีเสียงตอบรับจากเจ้าบ้าน รินรดาเดินขึ้นบันไดไม้ทีละก้าวอย่างระมัดระวัง ประตูไม้หน้าบ้านเปิดแง้มไว้เล็กน้อย เผยให้เห็นแสงไฟสีส้มอบอุ่นจากด้านใน เธอเคาะประตูเบาๆ สองสามครั้ง แต่ไร้การตอบสนอง ด้วยความกังวลใจระคนสงสัย รินรดาจึงตัดสินใจผลักประตูให้เปิดกว้างขึ้น "ธาม...?" เสียงเรียกของเธอกลืนหายไปในลำคอ เมื่อภาพตรงหน้าคือห้องโถงโล่งกว้างที่ถูกตกแต่งด้วยข้าวของเครื่องใช้เรียบง่าย บนโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่เต็มไปด้วยกระดาษร่างแบบวงจรและกองหนังสือฟิสิกส์ แต่ร่างสูงหนาของเจ้าของบ้านกลับยืนหันหลังให้ แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องกระทบแผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มที่พับแขนขึ้นจนเห็นข้อศอกแกร่ง ธามหยุดการกระทำทุกอย่าง เขานิ่งค้างไปทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น ราวกับไม่เชื่อหูตัวเองว่าเสียงที่ก้องกังวานอยู่ในความคิดมาหลายวัน จะมาดังอยู่ตรงหน้าจริงๆ ในเวลานี้ ความเงียบงันปกคลุมอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนที่ร่างสูงจะค่อยๆ หันกลับมา ดวงตาคมก్రిบภายใต้กรอบแว่นสายตาหยุดนิ่งที่ใบหน้าของเธอ แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความตกใจระคนโกรธเคืองอย่างที่รินรดานึกกลัว มีเพียงประกายแสงบางอย่างที่ไหววับในความมืดสลัว... ประกายแสงของความโหยหาที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งเฉย "คุณมาทำไมที่นี่" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบสนิทจนเดาอารมณ์ไม่ได้ แต่กลับทำให้หัวใจของคนฟังกระตุกวูบ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า ปรับน้ำเสียงให้ราบ "ถ้าฉันไม่มา... คุณก็คงกะจะหายตัวไปจากรายการ ตลอดกาลเลยสินะคะ" ธามไม่ตอบ เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว ร่างสูงใหญ่ที่เคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบสร้างแรงกดดันมหาศาลจนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับกรอบประตูโดยอัตโนมัติ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายธรรมชาติรอบตัวเขาทำให้เธอลืมบทพูดที่เตรียมมาทั้งหมดสิ้นเชิง "คุณคิดผิดแล้วล่ะรินรดา" ธามหยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงไม่กี่คืบ แววตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะอ่านทะลุถึงก้นบึ้งหัวใจ "ผมไม่ได้หนีรายการ... ผมแค่หนีคนใจร้ายที่ชอบพูดจาทำร้ายความรู้สึกคนอื่นต่างหาก" รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของธามเอื้อมขึ้นมาแตะเบาๆ ที่ปอยผมซึ่งตกลงมาคลอเคลียข้างแก้มของเธอ สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับขนนก แต่กลับร้อนรุ่มราวกับเปลวไฟที่แผดเผาเหตุผลทั้งหมดในหัวเธอให้มอดไหม้ "แล้วตอนนี้..." เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาอยู่ใกล้ชิด จนลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ข้างแก้ม "คุณกล้าพอที่จะรับผิดชอบความรู้สึกของผมแล้วหรือยัง... รินรดา" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวรั้นไปกับพวกเขานะครับ ดรากอนไรเดอร์
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดระยะห่าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%