"คุณกำลังใช้ตรรกะข้อไหนคำนวณความรู้สึกของผมอยู่ครับ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านความเงียบงันของห้องทำงานไร้แสงไฟ ทำให้คนที่ยืนกอดอกพิงขอบหน้าต่างถึงกับสะดุ้ง รินรดาหันขวับกลับไปมองร่างสูงของวิศวกรหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงมุมมืดของห้อง เธอไม่ได้เปิดไฟตั้งแต่เดินเข้ามา เพราะอยากใช้เวลาทบทวนความวุ่นวายทั้งหมดในสมอง แต่ดูเหมือนว่าธามจะเข้ามาในห้องนี้ก่อนหน้านานแล้ว และเขาก็กำลังนั่งมองเธอเงียบๆ ผ่านความมืดโดยไม่ปริปากสักคำ
"ธาม... คุณเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่เปิดไฟ" รินรดาถามเสียงแข็ง พยายามซ่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงด้วยการเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ทว่าในความมืดสลัว แววตาคมกริบของอีกฝ่ายกลับชัดเจนเสียจนเธอรู้สึกราวกับถูกเปลื้องเกราะป้องกันตัวออกจนหมด
"ผมเข้ามาตั้งแต่ที่คุณกำลังเดินวนรอบโต๊ะทำงานเป็นรอบที่สี่แล้วครับ..." ธามก้าวเท้าช้าๆ ออกมาจากเงาดำ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกหยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นกาแฟดำและกระดาษเอกสารลอยเข้ามาแตะจมูก "และผมคิดว่า ถ้าผมไม่ทัก คุณคงใช้สมองอันปราดเปรื่องของคุณคิดหาทางหนีผมไปจนถึงเช้าแน่ๆ"
"ฉันไม่ได้หนีใครทั้งนั้น" รินรดาเถียงทันควัน ปากไวตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว "ฉันแค่กำลังคิดทบทวนเรื่องเรตติ้งรายการที่เราเพิ่งถ่ายทำไปเมื่อเย็นต่างหาก ปาลินส่งข้อความมาโวยวายตั้งแต่ตอนห้าทุ่มว่าสคริปต์ที่เราเตี๊ยมกันไว้มันพังไม่เป็นท่าเพราะใครบางคน..."
"เพราะผมพูดความจริงออกไปในรายการสดสินะครับ" ธามต่อประโยคให้ด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่ทำให้หัวใจของพิธีกรสาวเต้นผิดจังหวะ "คุณกลัวเรตติ้งตก หรือว่าคุณกำลังกลัวคำพูดของผมเมื่อตอนนั้นกันแน่ ริน"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบอัดให้แคบลง เมื่อธามขยับเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังของเธอแนบชิดกับกระจกหน้าต่างเย็นเฉียบ ไม่มีกล้อง ไม่มีไมโครโฟน ไม่มีแสงไฟสปอตไลท์จากสตูดิโอ และไม่มีทีมงานคอยบรีฟบท ทุกอย่างมีเพียงแค่ความเงียบของค่ำคืนนี้กับเสียงลมหายใจที่สอดประสานกัน
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองหน้าผู้ชายคนนี้ ผู้ชายที่ยึดติดกับตรรกะและเหตุผลมาตลอดชีวิต แต่กลับกล้าประกาศกลางรายการวิเคราะห์สังคมระดับประเทศด้วยประโยคที่ทำเอาโปรดิวเซอร์อย่างปาลินแทบสำลักน้ำลาย *'ผมไม่ได้มารายการนี้เพื่อถกเถียงเรื่องระยะห่างทางสังคมครับ... ผมมาที่นี่เพื่อบอกว่าเซฟโซนของผมคือผู้หญิงที่กำลังนั่งเถียงผมอยู่นี้'*
ภาพวันนั้นย้อนกลับมาซ้ำในหัว และมันทำให้ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
"คุณมันบ้าไปแล้ว ธาม" รินรดากัดริมฝีปาก พยายามดันอกแกร่งให้ออกห่าง แต่วิศวกรหนุ่มกลับยืนนิ่งราวกำแพงหิน "คุณรู้ไหมว่าคำพูดของคุณมันสร้างความปั่นป่วนแค่ไหน ปาลินต้องเคลียร์คอมเมนต์ในโซเชียลแทบไม่ทัน ทุกคนคิดว่าเราสองคนเปิดตัวคบกันผ่านหน้าจอแบบไม่ได้นัดหมาย!"
"แล้วมันจริงไหมล่ะครับ"
คำถามสั้นๆ แต่หนักแน่นราวกับค้อนทุบลงกลางใจ ทำให้รินรดาชะงัก เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย เพื่อค้นหาความล้อเล่นหรือความไม่จริงจัง แต่สิ่งที่เธอเห็นกลับมีเพียงความจริงจังและดื้อรั้นแบบผู้ชายประเภทที่ยอมหักไม่ยอมงอ
"คุณ... พูดอะไรของคุณเนี่ย" เธอหลบตา หันหน้าหนีไปมองวิวเมืองยามค่ำคืนแทน "เราเป็นแค่คู่กัดในรายการ... เป็นคนที่มีมุมมองต่างกันสุดขั้ว..."
"นั่นคือเหตุผลที่ผมรักคุณครับ รินรดา"
ธามเอื้อมมือมาวางทาบลงบนกระจกหน้าต่างข้างศีรษะของเธอ กักตัวเธอไว้ในอ้อมแขนอย่างกลายๆ ปลายนิ้วของเขาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของเธอเบาๆ สัมผัสที่อ่อนโยนแต่มั่นคงนั้นทำเอาสมองของพิธีกรสาวขาวโพลนจนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออก
"คุณเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายเพื่อปกป้องตัวเอง ส่วนผมเป็นคนยึดติดกับเหตุผลเพื่อไม่ให้ตัวเองเจ็บปวด..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหู ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับต้นคอจนขนลุกซู่ "แต่พอเป็นเรื่องของคุณ ตรรกะบ้าบอพวกนั้นใช้ไม่ได้ผลเลยสักครั้ง... ผมไม่อยากวัดระยะห่างกับคุณอีกแล้ว ริน"
หัวใจของรินรดากระหน่ำเต้นรัวราวกับกลองเพล เธอนิ่งงัน ปากที่เคยไวและเฉียบคมเหมือนใบมีดกลับหนักอึ้งจนขยับไม่ได้ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วอกจนขอบตาร้อนผ่าว เธอกลัวความสัมพันธ์ เธอกลัวการเปิดใจ และเธอเกลียดตัวเองที่พ่ายแพ้ให้กับความจริงใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งเงียบของผู้ชายคนนี้
"คุณกำลังทำให้ผมพูดคำว่ารัก เป็นครั้งที่ร้อยในหัวโดยที่ยังไม่ได้บอกคุณตรงๆ เลยนะรู้ไหมครับ" ธามก้มหน้าลงมาจนหน้าผากของเราเกือบชิดกัน ดวงตาคมกริบมองสำรวจทุกรายละเอียดบนใบหน้าของเธอด้วยความรักที่ล้นปรี่ "เลิกใช้สมองคำนวณความเสี่ยงได้แล้วครับ ริน... ลองใช้หัวใจของคุณตอบผมดูสักครั้งได้ไหม"
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก เธอยกมือขึ้นแตะแผงอกด้านซ้ายของเขา สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวไม่แพ้กัน เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาที่เคยฉาบด้วยความหวาดระแวงค่อยๆ อ่อนแสงลง ความดื้อรั้นทลายลงเหลือเพียงความจริงใจที่สะท้อนอยู่ในแววตา
"ถ้าฉันตอบว่าตกลง..." รินรดาเม้มปากเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย "คุณสัญญาได้ไหมว่าจะไม่มีสคริปต์เซอร์ไพรส์กลางรายการแบบนั้นอีก... เพราะฉันเป็นคนเก่งแต่เรื่องเถียง ไม่ใช่เรื่องโรแมนติก..."
ธามหลุดยิ้มออกมาเป็นครั้งแรก รอยยิ้มที่หาดูได้ยากและทรงพลังเสียจนโลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้น จนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกัน
"เรื่องนั้นผมสัญญาไม่ได้หรอกครับ..." เขากระซิบเสียงแผ่วเบา "เพราะความรักของผมที่มีให้คุณ... มันไม่มีทางมีสคริปต์ตายตัวอยู่แล้ว..."
ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะทาบทับเข้าหากันเพื่อปิดฉากความลังเลทั้งหมด เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงเคาะประตูห้องทำงานที่รัวกระหน่ำติดต่อกันสามครั้ง ตามด้วยเสียงหอบเหนื่อยของปาลินที่ตะโกนทะลุบานประตูเข้ามาทันทีโดยไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาต
"ริน! ธาม! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! เรตติ้งย้อนหลังพุ่งกระฉูดจนเซิร์ฟเวอร์สถานีล่ม และตอนนี้... มีคนปล่อยคลิปเบื้องหลังตอนที่พวกเธอยืนเถียงกันหลังเวทีลง TikTok ยอดวิวทะลุหลักล้านภายในสิบนาทีแล้วโว้ย!"
ธามชะงักค้าง รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ทั้งคู่หันไปมองหน้าประตูห้องสลับกับมองหน้ากันเองด้วยความรู้สึกที่พูดไม่ออก
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวรั้นไปกับพวกเขานะครับ ดรากอนไรเดอร์
เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดระยะห่าง•ตอนที่ 27
สารภาพรักที่ไม่มีสคริปต์
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดระยะห่าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!