หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานสั่นระรัวติดต่อกันเป็นครั้งที่สิบแปดในรอบสิบนาที หน้าจอแสดงผลแจ้งเตือนยอดการเข้าชมคลิปวิดีโอความยาวสี่สิบห้าวินาทีที่พุ่งทะยานผ่านหลักล้านวิวไปอย่างรวดเร็วราวกับติดจรวด
"คุณช่วยเลิกทำหน้าเหมือนโลกกำลังจะแตกสักทีจะได้ไหมครับ ธาม"
รินรดากอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีที่พยายามอย่างยิ่งยวดในการรักษาความสงบ แต่น้ำเสียงที่หลุดลอดออกมากลับสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิด เธอกวาดตามองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดหน้าต่างโซเชียลมีเดียทิ้งไว้ คอมเมนต์นับหมื่นข้อความกำลังถกเถียงกันอย่างดุเดือดเกี่ยวกับบทสนทนาระหว่างเธอกับวิศวกรหนุ่มรุ่นพี่เมื่อคืนวาน ภาพที่เธอชี้หน้าต่อว่าเขาเรื่องการรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวถูกตัดต่อและแชร์ออกไปเป็นวงกว้าง พร้อมแฮชแท็กติดเทรนด์อันดับหนึ่งที่อ่านแล้วชวนให้เลือดขึ้นหน้า—*#คู่กัดวิศวะปากแจ๋ว*
ธามที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายังคงสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขนขึ้นถึงข้อศอก ดวงตาคมกريบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองเอกสารในมือด้วยความนิ่งสงบ ราวกับพายุโซนร้อนที่กำลังโหมกระหน่ำในโลกออนไลน์เป็นเพียงแค่สายฝนพรำเบาๆ นอกหน้าต่าง
"ถ้าผมทำหน้าแบบนั้นจริง มันคงเป็นเพราะผมกำลังคิดว่า... ใครกันแน่ที่ทำให้เรื่องมันบานปลายจนกลายเป็นไวรัล" ธามเงยหน้าขึ้น ชำเลืองมองเธอด้วยหางตา พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายความหมั่นไส้ในอกของรินรดายิ่งกว่าเดิม "คุณเป็นคนเริ่มเปิดประเด็นเรื่อง 'เซฟโซน' ก่อนนะครับ รินรดา"
"ฉันแค่วิจารณ์ตามหน้าที่วิเคราะห์สังคม ไม่ได้อนุญาตให้ใครเอาไปตัดต่อเรียกยอดไลก์!" เธอตบโต๊ะเบาๆ ด้วยความฉุนเฉียว ก่อนจะสะดุ้งเมื่อประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ปาลิน โปรดิวเซอร์สาวฝีมือฉกาจก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข ดวงตาเป็นประกายวาววับแบบนักล่าที่เพิ่งตะครุบเหยื่อชิ้นใหญ่
"เลิกเถียงกันก่อนค่ะคุณพระนางยอดฮิต" ปาลินตบมือเบาๆ สองครั้งเพื่อเรียกสมาธิ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนขอบโต๊ะทำงาน "พวกเธอรู้ตัวไหมว่าตอนนี้เรตติ้งรายการเราพุ่งกระฉูดแค่ไหน ช่องโทรศัพท์ของสถานีแทบไหม้ สปอนเซอร์โทรเข้ามาจองพื้นที่โฆษณาแทบไม่ทัน และที่สำคัญที่สุด... ผู้บริหารเรียกประชุมด่วนเมื่อเช้า"
รินรดาขมวดคิ้วมุ่น "ผู้บริหารว่ายังไงบ้างคะ? ฉันเตรียมใจรับผิดชอบเรื่องความไม่เหมาะสมแล้ว"
"รับผิดชอบเหรอ?" ปาลินหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี "ผู้บริหารสั่งให้พวกเธอสองคน 'รักษามาตรฐาน' ความสัมพันธ์แบบนี้ต่อไปต่างหากล่ะ! ยอดวิวในยูทูปและติ๊กต็อกต้องการเคมีแบบกัดกันแต่น่ารัก พวกเธอคือทองคำก้อนใหญ่ที่ขุดเจอโดยบังเอิญ รินรดาต้องจัดรายการคู่กับธามในทุกประเด็นร้อนของสัปดาห์หน้า และธาม... คุณต้องย้ายโต๊ะทำงานมาไว้ที่ห้องโถงกลางใกล้กับโต๊ะของรินรดา เริ่มตั้งแต่บ่ายนี้เป็นต้นไป"
"อะไรนะ/ไม่มีทางครับ"
เสียงประสานกันดังขึ้นพร้อมเพรียง รินรดาลุกพรวดขึ้นยืน ส่วนธามขมวดคิ้วแน่นจนรอยย่นปรากฏที่หว่างคิ้ว ความนิ่งสงบเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา
"ฉันเป็นพิธีกรวิเคราะห์ประเด็นเชิงลึก ไม่ใช่ดาราตลกในซิทคอมนะคะที่จะต้องมาเล่นลิเกทะเลาะกันหน้ากล้องเพื่อเรตติ้ง!" รินรดาคัดค้านเสียงแข็ง ดวงตาสองชั้นจ้องมองโปรดิวเซอร์สาวเขม็ง
"ส่วนผมมีโปรเจกต์ระบบโครงสร้างขนาดใหญ่ที่ต้องใช้สมาธิสูง การย้ายโต๊ะมาอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายของกองถ่าย ไม่ได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานเลยแม้แต่น้อยครับ" ธามเสริมด้วยน้ำเสียงจริงจังและเหตุผลหนักแน่นตามสไตล์วิศวกร
ปาลินถอนหายใจยาว เหยียดยิ้มรู้ทันก่อนจะยื่นข้อเสนอที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ "ปฏิเสธได้นะ... แต่สัญญาจ้างปีนี้ของพวกเธอทั้งคู่ รวมถึงงบประมาณสนับสนุนโครงการปรับปรุงระบบผังเมืองที่ธามดูแลอยู่ จะถูกพิจารณาใหม่ทั้งหมดโดยคณะกรรมการบริหาร... เลือกเอาว่าจะยอมเป็น 'คู่กัดคู่ขวัญ' ให้แฟนคลับฟินจิกหมอน หรือจะกลับไปตกงานแล้วเริ่มต้นหางานใหม่ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจแบบนี้"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานทันที รินรดากัดริมฝีปากล่างแน่น ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิง เธอเกลียดการถูกบังคับ และยิ่งเกลียดการต้องฝืนใจทำอะไรเพื่อเอาใจกระแสสังคม แต่ภาระหน้าที่และเป้าหมายในชีวิตก็ค้ำคอจนขยับตัวไปไหนไม่ได้
ธามเหลือบมองใบหน้าที่กำลังฉายแววจำยอมของหญิงสาวข้างกาย เขาถอดแว่นสายตาออกแล้ววางลงบนโต๊ะช้าๆ ก่อนจะหันไปสบตากับโปรดิวเซอร์สาวนิ่งๆ
"ตกลงครับ... ตามที่ผู้บริหารต้องการ"
รินรดาหันขวับไปมองหน้าชายหนุ่มทันทีด้วยความตกใจ "นี่คุณบ้าไปแล้วเหรอ ธาม!"
"ผมไม่ได้บ้า แต่ผมรู้จักคำว่าสถานการณ์บังคับต่างหากครับ รินรดา" ธามหันมามองเธอ ใบหน้าห่างกันเพียงไม่กี่คืบ สายตาคมกริบนั้นสื่อความหมายบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความจำยอม "ในเมื่อสังคมอยากเห็นเราปะทะกันนัก เราก็แค่... เล่นไปตามบทบาทที่เขาวางไว้ก็พอ ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน... จริงไหมครับ?"
รินรดาจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น หัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล ความใกล้ชิดที่ถูกบีบให้เกิดขึ้นทำให้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกลิ่นกระดาษเอกสารลอยเข้าแตะจมูก ปลุกเร้าความรู้สึกระึกระทึกที่เธอพยายามสร้างกำแพงกั้นมาตลอด
ช่วงบ่ายวันนั้น โต๊ะทำงานไม้สีอ่อนตัวใหม่ถูกยกมาตั้งไว้ชิดติดกับโต๊ะของรินรดาอย่างเป็นทางการ ตามคำสั่งเด็ดขาดของฝ่ายบริหาร พื้นที่ส่วนตัวที่เธอเคยตีAตารางไว้เพื่อรักษาระยะห่าง ถูกรุกล้ำเข้ามาอย่างชอบธรรมด้วยอำนาจของเรตติ้งและยอดวิว
รินรดานั่งกอดอกมองชายหนุ่มที่กำลังจัดวางคอมพิวเตอร์และแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะตัวข้างๆ อย่างใจเย็น ท่าทีสุขุมนุ่มลึกของเขาตัดกับความหงุดหงิดในใจเธอราวฟ้ากับเหว
"ขยับเข้ามาอีกนิดสิครับ คุณรินรดา" ธามเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้าจากจอคอมพิวเตอร์ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าแหย่ที่จงใจส่งมาให้ได้ยินกันแค่สองคน "กล้องวงจรปิดของฝ่ายผลิตกำลังส่องมาที่เราพอดี ถ้าเรานั่งห่างกันเกินไป เดี๋ยวปาลินจะวิ่งมาสั่งเทคใหม่อีกรอบนะ"
"คุณนี่มัน..." รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ขยับเก้าอี้ถอยหนีเล็กน้อยด้วยความหมั่นไส้ แต่ธามกลับเอื้อมมือมาคว้าพนักเก้าอี้ของเธอไว้ แล้วออกแรงดึงเบาๆ ให้ขยับเข้ามาประชิดตัวเขาอย่างง่ายดาย
แรงดึงกะทันหันทำให้รินรดาต้องเอี้ยวตัวหันไปมองเขาด้วยความตกใจ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว ลมหายใจอุ่นๆ ปะทะเข้าหากันจนสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวที่พุ่งสูงขึ้นบนพวงแก้ม
ธามโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด แววตาคมกริบฉายประกายความคลั่งรักที่ถูกเก็บงกดไว้ภายใต้ความนิ่งเงียบอย่างชัดเจน ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะกระซิบเบาๆ ข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจของพิธีกรสาวคนเก่งแทบหยุดเต้น
"ถ้าอยากรักษาระยะห่างจากผม... คุณคงต้องหาเซฟโซนที่แข็งแรงกว่านี้แล้วล่ะครับ... เพราะดูท่าทาง... ผมคงไม่ยอมปล่อยให้คุณถอยหนีไปง่ายๆ อีกแล้ว"
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตระหว่างคนทั้งคู่ รินรดาสะดุ้งสุดตัว รีบดีดตัวถอยหลังออกจากรัศมีประชิดด้วยใบหน้าที่แดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก ขณะที่ธามยังคงนั่งนิ่ง สงบเยือกเย็นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น พร้อมกับเอ่ยอนุญาตด้วยน้ำเสียงปกติ
"เชิญครับ"
สิ้นเสียงนั้น ประตูห้องทำงานก็เปิดผางออก ปาลินก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่แปลกประหลาด แต่สิ่งที่ทำให้รินรดาลมหายใจสะดุดกึก ไม่ใช่รอยยิ้มของโปรดิวเซอร์สาว—หากแต่เป็นร่างสูงโปรดียืนสง่างามอยู่ในชุดสูทสากลเรียบหรูของชายหนุ่มอีกคนที่ก้าวตามหลังเข้ามา
ใบหน้านั้นคมคาย ดวงตาเรียวรีคู่นั้นกวาดมองมาที่รินรดาก่อนจะหยุดลงที่ธาม รอยยิ้มทรงเสน่ห์แต่เย็นชาถูกจุดขึ้นที่มุมปาก พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยทักทายท่ามกลางบรรยากาศที่อุณหภูมิลดฮวบลงทันตาเห็น
"สวัสดีครับ... ไม่คิดเลยว่ารายการวิเคราะห์สังคมช่วงนี้ จะสนุกจนกลายเป็นประเด็นร้อนระดับชาติไปได้... ผมขออนุญาตมาร่วมแจมด้วยคน คงไม่รบกวนเวลา 'เคลียร์ธุระ' ของพวกคุณหรอกนะครับ?"
________________________________________
*ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและแวะเข้ามาเติมกำลังใจให้กันเสมอนะครับ*
เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดระยะห่าง•ตอนที่ 4
กระแสสังคมย้อนกลับ
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดระยะห่าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!