เสียงหัวเราะในลำคอของธามเมื่อครู่ ยังคงดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของผม... เอ้ย ของรินรดา มากเสียจนเธอต้องเผลอกำโทรศัพท์มือถือในมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ชายหนุ่มผู้ยืนอยู่ตรงหน้าในเวลานี้ ไม่ใช่ธามคนเดิมที่เธอแปะป้ายให้เขาเป็น "หุ่นยนต์ไร้หัวใจ" หรือ "วิศวกรสมองกล" อีกต่อไปแล้ว รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากเมื่อครู่ ประกายตาที่ไหววับคล้ายกำลังสนุกสนานกับท่าทีตื่นตัวของเธอ มันทำลายเกราะป้องกันที่รินรดาเพียรสร้างขึ้นมาตลอดหลายปีลงทีละน้อยอย่างน่ากลัว
"ถ้าคุณยังยืนจ้องผมด้วยสายตาประเมินค่าแบบนั้น..." ธามเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเรื่อยตามแบบฉบับของเจ้าตัว แต่ทว่าแฝงความหมายบางอย่างที่ทำให้คนฟังต้องร้อนๆ หนาวๆ "ผมเกรงว่าโปรเจกต์ 'เคลียร์ธุระ' ของคุณกับแขกรับเชิญพิเศษคนนี้ อาจจะยืดเยื้อจนถึงเช้าวันใหม่ได้นะครับ, คุณรินรดา"
รินรดาขยับตัวเล็กน้อยเพื่อดึงความมั่นใจกลับคืนมา เธอเชิดหน้าขึ้น ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งเป็นมืออาชีพราวกับกำลังจัดรายการสดอยู่หน้ากล้อง
"ธุระของฉันกับคุณปาลิน ไม่มีความจำเป็นต้องรายงานให้วิศวกรนอกเวลางานอย่างคุณทราบหรอกค่ะ... เอ้ย! หรอกครับ!" รินรดาเกือบหลุดปากผิดสำนวน แต่ก็แก้เกมได้อย่างรวดเร็ว แม้หูทั้งสองข้างจะเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เมื่อเห็นแววตาของธามที่ฉายแววขบขันชัดเจนยิ่งขึ้น
ปาลินที่ยืนกอดอกมองสถานการณ์อยู่ข้างๆ ยกยมุมปากขึ้นอย่างรู้ทัน ก่อนจะกระแอมเบาๆ เพื่อดึงบรรยากาศให้กลับเข้าสู่ความจริง
"เอาล่ะๆ ในเมื่อคุณธามอุตส่าห์สละเวลาอันมีค่ามาถึงนี่... ฉันว่าเรามาคุยเรื่องมาตรการความปลอดภัยของสตูดิโอชั่วคราวที่คุณรินรดาต้องใช้ถ่ายทำสัปดาห์หน้ากันดีกว่าค่ะ" ปาลินผายมือเชิญให้ทุกคนนั่งลงที่โซฟาห้องรับแขก
ตลอดการพูดคุยเรื่องงาน รินรดาพบว่าธามเป็นมืออาชีพที่น่ากลัวคนหนึ่ง สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตานั้นกวาดมองเอกสารผังโครงสร้างสตูดิโอเพียงไม่กี่วินาที ก็สามารถชี้จุดบกพร่องที่อาจก่อให้เกิดอันตรายระหว่างการถ่ายทำได้อย่างแม่นยำ ทุกคำพูดมีเหตุผลรองรับ ชัดเจน และเด็ดขาด จนปาลินเองยังต้องพยักหน้ารับอย่างจำยอม
แต่สิ่งที่รินรดาโฟกัสกลับไม่ใช่ตัวงาน... แต่มันคือจังหวะที่นิ้วเรียวยาวของเขากำลังเคาะลงบนโต๊ะกระจกเบาๆ ยามใช้ความคิด และสันจมูกโด่งเป็นสันที่สะท้อนกับแสงไฟในห้อง
*ผู้ชายอะไร... ดุเป็นเสือแต่ดันทำงานละเอียดถี่ถ้วนยิ่งกว่าเลขาฯ มือทองเสียอีก* รินรดาแอบคิดในใจ พลางถอนหายใจเบาๆ เพื่อดึงสติกลับมาที่หน้าจอแท็บเล็ตของตัวเอง
กระทั่งการประชุมยืดเยื้อจนล่วงเลยเข้าสู่ช่วงดึก ปาลินก็ขอตัวขออนุญาตกลับก่อนด้วยเหตุผลที่รินรดารู้ดีว่าตั้งใจจะ "เปิดทาง" ให้คนทั้งคู่ได้เคลียร์ใจ (หรือเคลียร์ปม) กันตามลำพังแน่ๆ ยัยเพื่อนตัวดีคนนี้ น่าเอาไปตีก้นสักทีจริงๆ
และแล้ว... ความเงียบก็โรยตัวลงปกคลุมพื้นที่ห้องนั่งเล่นอีกครั้ง
ธามยังคงนั่งอยู่ที่เดิม เขาไม่ได้ขยับตัวกลับทันทีอย่างที่ควรจะเป็น ชายหนุ่มถอดแว่นสายตาออกแล้วใช้มือคลึงบริเวณสันดั้งเบาๆ ท่าทางนั้นทำให้ความแข็งกระด้างที่เขามักจะแสดงออกลดลงไปครึ่งหนึ่ง เหลือเพียงความเหนื่อยล้าจางๆ ที่ดูแปลกตา
"มองอะไรครับ? หน้าผมมีรอยอะไรติดอยู่หรือไง ถึงได้จ้องไม่วางตาขนาดนั้น" ธามเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะลืมตาขึ้นมามอง แต่รินรดากลับรู้สึกเหมือนโดนจับได้คาหนังคาเขา
"เปล่าซะหน่อย ใครมองคุณกัน..." เธอปฏิเสธเสียงสูง เบือนหน้าหนีไปมองแจกันดอกไม้บนโต๊ะทันที "ฉันแค่กำลังคิดว่า คุณควรจะกลับบ้านแล้วไปนอนได้แล้วนะ คุณธาม ดึกดื่นแบบนี้ บ้านช่องไม่ยอมกลับ มานั่งคุมเชิงอะไรแถวนี้ หรือว่ากลัวฉันจะไปทำอะไรคลังแสงระบบของคุณพังอีกหรือไง"
ธามลืมตาขึ้น ชายหนุ่มมองเธอด้วยแววตานิ่งสนิท ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาที่ยังคงนั่งอยู่บนโซฟา จนเธอต้องเอนหลังหนีโดยอัตโนมัติ
"ผมไม่ได้กลัวคลังแสงพังหรอกครับ..." ธามโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงไม่กี่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ เจือกลิ่นมินต์จางๆ ปะทะเข้ากับผิวแก้มของเธอ "แต่ที่ต้องมานั่งอยู่ตรงนี้... เพราะผมกลัวว่า 'ใครบางคนแถวนี้' จะแอบไปทำอะไรอันตรายกับตัวเองตอนดึกๆ ต่างหากล่ะ"
รินรดาใจกระตุกวูบ เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ สมองที่เคยประมวลผลคำพูดโต้ตอบได้อย่างรวดเร็วกลับขาวโพลนขึ้นมาดื้อๆ กลิ่นอายความเป็นผู้ชายที่แผ่ออกมาจากตัวของธามในระยะประชิดนี้ มันทรงพลังเกินกว่าที่เกราะป้องกันของเธอจะต้านทานไหว
ก่อนที่บรรยากาศจะเตลิดไปไกลกว่านั้น เสียงกุกกักบางอย่างจากมุมห้องครัวก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ
ธามขมวดคิ้วเล็กน้อย ผละตัวออกจากรินรดาอย่างเสียดายแต่นุ่มนวล เขากวาดสายตามองไปทางห้องครัวก่อนจะเอ่ยขึ้น "ท่อน้ำใต้ซิงค์ล้างจานในครัวคุณรั่วสินะครับ... ผมได้ยินเสียงหยดน้ำมาสักพักแล้ว"
รินรดาพยักหน้ารับด้วยความลืมตัว "อ๋อ... ใช่ค่ะ เอ้ย! ใช่ครับ มันซึมมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ฉันกะว่าจะตามช่างพรุ่งนี้..."
"ไม่ต้องรอช่างหรอกครับ เสียเวลาเปล่าๆ" ธามพูดตัดบทด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องครัวทันทีโดยไม่รอคำอนุญาต
รินรดากะพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงง แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เธอก็ลุกขึ้นเดินตามไปยืนแอบมองที่ขอบประตูห้องครัว
ภาพที่เห็น... ทำให้รินรดาถึงกับพูดไม่ออก
วิศวกรระบบอาวุโสผู้ทรงภูมิและมักจะใส่สูทเนี๊ยบอยู่เสมอ ในตอนนี้กำลังถอดเสื้อสูทและพับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้นจนถึงข้อศอก เผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงที่มีเส้นเลือดปูดโปーンตามแรงขยับ เขากำลังนั่งยองๆ อยู่ใต้ซิงค์ล้างจาน มือข้างหนึ่งถือประแจเลื่อนหมุนท่อน้ำอย่างคล่องแคล่ว แว่นสายตาถูกสวมกลับเข้าไปอีกครั้งเพื่อเพิ่มโฟกัสในการทำงาน
แสงไฟสีสวลจากหลอดไฟในครัวสาดกระทบลงบนใบหน้าด้านข้างของเขา เส้นผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากเล็กน้อยทำให้ธามในเวลานี้ดูผ่อนคลายและมีความเป็นมนุษย์มากกว่าทุกครั้งที่เธอเคยเห็น
มันไม่ใช่ภาพของชายหนุ่มผู้เย็นชาและเข้าถึงยาก... แต่มันคือภาพของ "ผู้ชายพึ่งพาได้" คนหนึ่ง ที่กำลังตั้งอกตั้งใจซ่อมแซมสิ่งของชำรุดด้วยความเงียบเชียบและจริงจัง
รินรดายืนกอดอกพิงขอบประตู มองการกระทำนั้นด้วยความรู้สึกที่ประหลาดลึกในอก หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติ กลับเริ่มรัวเร็วจนควบคุมไม่ได้ เธอยอมรับกับตัวเองในวินาทีนั้นเลยว่า... มุมอ่อนโยนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความนิ่งขรึมของธาม มันมีอานุภาพทำลายล้างหัวใจคนปากแข็งอย่างเธอได้รุนแรงเสียยิ่งกว่าคำพูดจาเชือดเฉือนใดๆ ทั้งสิ้น
"มองเพลินเลยนะครับ..."
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยที่เจ้าตัวยังคงง่วนอยู่กับการขันน็อตตัวสุดท้าย ธามไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา แต่รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นอีกครั้งบ่งบอกว่าเขาจับพิรุธเธอได้คาหนังคาเขา
รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วเตรียมจะอ้าปากเถียงเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย "ใครมองคุณกัน อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลย ฉันแค่ดูว่าคุณซ่อมพังกว่าเดิมหรือเปล่าต่างหาก!"
ธามวางประแจลงในกล่องเครื่องมืออย่างเรียบร้อย ก่อนจะค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาสบตากับรินรดาผ่านแว่นสายตา ประกายในดวงตาคู่นั้นคมกริบราวกับมองทะลุเข้าไปถึงความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ข้างใน
"ซ่อมเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ..." ธามก้าวเข้ามาใกล้เธออีกครั้งทีละก้าว ช้าๆ แต่มั่นคง จนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับเคาน์เตอร์ครัวโดยไม่มีทางหนี "ส่วนเรื่อง 'อย่างอื่น' ที่คุณยังค้างคาใจ... เรามาซ่อมมันให้เสร็จไปพร้อมกันเลยดีกว่าไหมครับ?"
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้เปล่งเสียงตอบโต้ใดๆ ออกไป เสียงเคาะประตูกระจกหน้าห้องพักก็ดังขึ้นรัวๆ ขัดจังหวะวิกฤติตรึงอารมณ์นั้นเสียก่อน
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"ริน! เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ! ฉันรู้ว่าเธอยังไม่ได้นอน แล้วก็รู้ด้วยว่ายัยตัวแสบอย่างเธอกำลังหาทางหนีทีไล่กับคุณธามอยู่แน่ๆ!" เสียงตะโกนโวยวายของปาลินดังทะลุกระจกเข้ามา พร้อมกับเงาร่างของโปรดิวเซอร์สาวที่ทาบอยู่หน้าประตูกระจก
รินรดาลืมตาโพรงด้วยความตกใจ รีบผลักอกธามเบาๆ เพื่อให้ถอยห่าง แต่ทว่า... มือใหญ่ของธามกลับคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ ไม่ยอมให้ขยับหนี พร้อมกับโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน
"ปล่อยนะ ปาลินมาเห็นเข้า..." รินรดาเอ่ยเสียงกระซิบ ลมหายใจสะดุดติดขัด
ธามไม่สนใจเสียงเคาะประตูภายนอก สายตาคมกริบจับจ้องริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความประหม่า ก่อนที่เขาจะกระซิบตอบด้วยเสียงทุ้มต่ำที่แนบชิดติดริมหู จนทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"ปล่อยแน่ครับ... แต่ไม่ใช่ตอนนี้"
---
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนเข้ามาเติมเต็มความฟินและเดินทางร่วมกันมาจนถึงตอนนี้ รักษาสุขภาพและเตรียมใจรับมือกับความแซ่บในตอนหน้ากันด้วยนะครับ!
เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดระยะห่าง•ตอนที่ 5
รอยร้าวที่เริ่มก่อตัว
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดระยะห่าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!