เสียงเคาะกระจกเบาๆ สองครั้งที่หน้าต่างห้องครัว ไม่ได้ทำให้คนสองคนที่กำลังยืนจ้องหน้ากันอยู่ในพื้นที่สี่เหลี่ยมแคบๆ นี้หลุดจากภวังค์ได้เลยสักนิด ปาลินยืนกอดอกอยู่ด้านนอก ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมกับชูโทรศัพท์มือถือที่เปิดโหมดจับเวลาไว้ให้ดูผ่านกระจกใส เป็นอันรู้กันว่า นี่คือบทลงโทษจากการที่พวกเขายังตกลงเรื่องลำดับการจัดรายการวิเคราะห์สังคมเทปหน้าไม่ได้ และวิธีแก้ปัญหาของโปรดิวเซอร์ตัวแสบก็คือ การขังพวกเขาไว้ในครัวเพื่อทำอาหารมื้อเย็นร่วมกันให้เสร็จภายในหนึ่งชั่วโมง
"คุณช่วยถอยไปหน่อยได้ไหมครับ รินรดา"
ธามเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเย็นชา ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกยืนประชิดอยู่หน้าเคาน์เตอร์ จนกลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นเปปเปอร์มินต์จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสของคนตัวเล็กที่ยืนขวางประตูตู้เย็นอยู่
"ฉันต่างหากที่ต้องบอกให้คุณถอยไป" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายตามประสาคนที่ไม่เคยยอมจำนนให้ใครง่ายๆ แม้ว่าระยะห่างระหว่างอกแกร่งกับแผ่นหลังของเธอในตอนนี้ จะเหลือไม่ถึงคืบแล้วก็ตาม "ถ้าคุณไม่ก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว ฉันจะหยิบกล่องไข่ใบนี้ฟาดหน้าผากคุณจริงๆ ด้วยนะ"
"เชิญครับ" ธามไม่เพียงแต่ไม่ถอย แต่เขากลับโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ใช้แขนข้างหนึ่งยันขอบเคาน์เตอร์ด้านหลังเธอไว้ เป็นการกักตัวรินรดาให้อยู่ในอ้อมแขนกลายๆ สันจมูกโด่งคมเฉียบอยู่ห่างจากใบหูของเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตรจนคนฟังถึงกับขนลุกชัน "ถ้าคิดว่าไข่ราคาแพงในตู้เย็นใบนั้น มีค่าพอที่จะแลกกับการได้เห็นผมเจ็บตัว... แต่เกรงว่าคุณจะเสียดายมันมากกว่านะ"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวระรัวราวกับตีกลองศึก ปากไวๆ ที่มักจะหาคำมาโต้เถียงได้ทันควันในทุกสถานการณ์ กลับติดอัดแน่นอยู่ในลำคอเมื่อสัมผัสได้ถึงไอSอุ่นจากร่างกายของวิศวกรหนุ่มที่แผ่ซ่านเข้ามาห่อ
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้อันตรายเกินไปแล้ว
"ถอยไปนะ ธาม!" เธอพยายามกดเสียงให้ต่ำที่สุดเพื่อซ่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง "เราต้องทำข้าวผัดกุ้งตามโจทย์ของคุณปาลิน ไม่ใช่มาเล่นเกมถอยหลังอะไรนี่"
"ก็กำลังจะทำครับ" ธามขยับริมฝีปากพูดเบาๆ ใกล้ชิดจนลมหายใจอุ่นปัดป่ายเข้าที่ข้างแก้มเนียน "แต่คุณดันยืนขวางวัตถุดิบสำคัญไว้ทั้งหมด... จะให้ผมเอื้อมมือข้ามหัวคุณไปหยิบมีดหรือไงครับ หรือว่าคุณอยากให้ผมกอดคุณจากด้านหลังเพื่อหยิบมันล่ะ?"
คำพูดหน้าตายแต่แฝงความเจ้าเล่ห์แบบนี้ทำเอาหน้ารินรดาร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เธลุกลี้ลุกลนหันขวับกลับมาหมายจะต่อoปากต่อคำ แต่ลืมไปว่าระยะห่างมันแคบเกินไป ปลายจมูกรั้นจึงเฉียดผ่านแก้มสากของอีกฝ่ายไปอย่างเฉียดฉิว ทำเอาทั้งคู่ชะงักค้างไปพร้อมกัน ดวงตาสบประสานกันนิ่งงันในระยะประชิด ท่ามกลางเสียงเดือดปุดๆ ของน้ำในหม้อบนเตาที่ลืมปิด
ธามชะงักไปชั่วขณะ นัยน์ตาสีเข้มไหววูบลงเล็กน้อย ความซึนที่เคยสร้างกำแพงหนาเตอะไว้พังทลายลงในเสี้ยววินาทีนั้น มือหนาที่ยันเคาน์เตอร์เปลี่ยนเป็นเลื่อนมากุมข้อมือเรียวบางที่ถือกล่องไข่อยู่เบาๆ สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือของเขาถ่ายทอดผ่านผิวเนื้อ ส่งกระแสความวูบวาบวิ่งพล่านไปทั่วร่างของหญิงสาว
"ริน..." น้ำเสียงที่เอ่ยเรียกแผ่วเบาและทุ้มลึกว่าทุกครั้ง หลุดรอดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูป มันไม่ใช่เสียงของวิศวกรผู้ยึดมั่นในตรรกะและเหตุผลอีกต่อไป แต่เป็นเสียงของชายคนหนึ่งที่กำลังพ่ายแพ้ให้กับความรู้สึกของตัวเองอย่างราบคาบ "คุณนี่... เก่งทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องทำให้ผมใจเย็นลงเลยสินะครับ"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองที่เคยประมวลผลได้อย่างรวดเร็วกลับขาวโพลนไปหมด เธอรู้ดีว่าควรจะผลักเขาออกแล้วก้าวถอยหลัง แต่เรียวขากลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น
"ฉัน... ฉันแค่อยل... จะหยิบต้นหอม" เธอหาข้ออ้างเสียงตะกุกตะกัก สายตาหลบวูบไปมองที่ผักชีและต้นหอมในตู้เย็นแทนที่จะมองหน้าเขา
ธามหลุดหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่อบอุ่นและมีเสน่ห์เหลือเกินจนคนฟังแทบละลาย เขายอมผ่อนแรงที่กักตัวเธอไว้ออกเล็กน้อย แต่ยังคงไม่ยอมปล่อยมือออกจากข้อมือของเธอ
"งั้นก็หยิบสครับ..." เขากระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำพร่าพราย "แต่หลังจากนี้... เรามีเรื่องต้องเคลียร์กันยาวแน่ครับ รินรดา"
ในจังหวะที่มือเรียวกำลังจะเอื้อมไปหยิบต้นหอมตามที่พูดแก้เขินนั้นเอง เสียงกริ่งหน้าห้องครัวก็ดังขึ้นพร้อมกับประตูบานเลื่อนที่ถูกเปิดผัวะออกโดยฝีมือของปาลินที่ทนรอไม่ไหว
"หมดเวลาแล้วคู่รักกะ— อุ๊ย!" ปาลินชะงักกึก กลืนคำพูดทั้งหมดลงคอเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ภาพของวิศวกรหนุ่มมานิ่งเงียบที่กำลังยืนครึ่งโอบครึ่งกอดพิธีกรสาวคนเก่งไว้แนบเคาน์เตอร์ ใบหน้าของทั้งคู่แดงก่ำและอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ
รินรดารีบสะบัดมือออกจากการกอบกุมของธามทันที ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตาไฟมาจ่อใกล้ๆ ขณะที่ธามถอยหลังกลับไปยืนตรงด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวน้ำแข็ง แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นด้วยความไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะ
ปาลินกะพริบตาปริบๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศในห้องครัวเดือดพล่านยิ่งกว่าน้ำในหม้อ
"อุ๊ย ขอโทษทีค่ะ นึกว่ากำลังทำกับข้าว... แต่ดูทรงแล้ว น่าจะได้ 'กิน' กันเองมากกว่าทำข้าวผัดซะมั้งเนี่ย?"
รินรดากัดฟันกรอด เตรียมจะหันไปหยิบตะหลิวมาฟาดหัวโปรดิวเซอร์ปากดีสักที แต่ยังไม่ทันได้ขยับ ธามก็ก้าวเข้ามาบังร่างเธอไว้ครึ่งหนึ่ง พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทที่แฝงแววอันตรายไว้อย่างชัดเจน
"ปาลิน... ถ้าไม่อยากให้โปรเจกต์เทปหน้าโดนยกเลิก กรุณาหุบปากแล้วออกไปรอข้างนอกครับ"
--------------------------------------------------
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความซึนของพี่ธามและน้องรินด้วยกันนะครับ!
เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดระยะห่าง•ตอนที่ 6
จังหวะนรกในห้องครัว
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดระยะห่าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!