เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดระยะห่าง•ตอนที่ 7

วันที่คำพูดกลายเป็นคมมีด

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
ประโยคเมื่อครู่ของธามไม่ได้ลอยหายไปกับสายลม มันร่วงหล่นลงมากลางห้องประชุมราวกับเศษกระจกที่แตกละเอียด บาดลึกและคมกริบจนปาลินที่ยืนอยู่มุมห้องถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง เธอรีบคว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะแล้วก้าวถอยหลังออกไปเงียบๆ ปล่อยให้แรงโน้มถ่วงแห่งความอึดอัดดึงรั้งคนทั้งคู่ไว้ในพื้นที่ปิดตายแห่งนี้ รินรดาไม่ได้ก้าวถอยหลัง เธอเป็นประเภทที่หากโดนผลักด้วยแรงเท่าไหร่ จะยิ่งพุ่งชนกลับด้วยแรงโน้มถ่วงที่มากกว่าเป็นเท่าตัว "หุบปาก... เหรอครับ" เสียงหัวเราะในลำคอของหญิงสาวดังขึ้นเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่มันอัดแน่นไปด้วยความเย้ยหยันและรอยร้าวลึกที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีแข็งกระด้าง รินรดาก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานของวิศวกรหนุ่ม ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววเจ้าเล่ห์ยามจัดรายการวิเคราะห์สังคม บัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยเปลวไฟแห่งความโกรธ ธามยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ทำงาน แผ่นหลังกว้างเหยียดตรง ชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับสะท้อนถึงระเบียบวินัยอันเคร่งครัดที่เขาใช้ปกป้องโลกทั้งใบของตัวเอง ใบหน้าคมคายเรียบเฉยราwanถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากหินผา มีเพียงดวงตาสีนิลคู่คมกริบเท่านั้นที่ไหววูบเล็กน้อยยามที่เธอขยับเข้ามาใกล้ในระยะประชิด "คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร ธาม" รินรดาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ร่างเพรียวบางยืนค้ำหัวเขาอยู่เหนือโต๊ะทำงาน "คิดว่าถือหางอส. ทรงอิทธิพลทางเทคโนโลยี แล้วจะไล่ตะردใครออกไปก็ได้ตามอำเภอใจอย่างนั้นเหรอ? คำก็โปรเจกต์พัง สองคำก็หุบปาก... ชีวิตคุณเคยมีความยืดหยุ่นนอกเหนือจากโปรแกรมโค้ดบ้าๆ นั่นบ้างไหม หรือว่าสมองส่วนที่ใช้รับฟังคนอื่นมันฝังชิปเสียไปตั้งแต่ตอนที่คุณโดนคนรักเก่าทิ้งเมื่อสี่ปีก่อนกันแน่!" กึก! ประโยคสุดท้ายหลุดจากริมฝีปากของรินรดาด้วยความโมโห ทว่าทันทีที่เสียงนั้นลอยเคว้งกลางอากาศ บรรยากาศรอบตัวก็ดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งทันที ดวงตาของธามวาวโรจน์ขึ้นมาวับหนึ่ง กล้ามเนื้อกรามขบเข้าหากันจนนูนเด่นชัด มือหนาที่วางอยู่บนโต๊ะกำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว รังสีความกดอากาศต่ำแผ่ซ่านออกมาจากตัววิศวกรหนุ่มจนรินรดารู้สึกได้ถึงความหนับหน่วงในอากาศ แต่มันสายเกินกว่าจะดึงคำพูดกลับคืน รอยแผลในอดีตที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมากลางวงสนทนา ทำให้ความสัมพันธ์ที่เปราะบางอยู่แล้วขาดสะบั้นลงในพริบตา "คุณข้ามเส้นแล้ว รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน มันไม่ใช่เสียงตะคอก แต่มันเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้คนฟังรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ธามลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอในระยะที่ทำให้รินรดาต้องเงยหน้าขึ้นมอง ปลายจมูกของคนทั้งคู่แทบจะชนกันหากเธอยังขยับเข้าไปใกล้กว่านี้อีกเพียงเซนติเมตรเดียว ความหอมจางๆ ของน้ำหอมกลิ่นไม้กฤษณาผสานกับกลิ่นบุคลิกเฉพาะตัวของเขาลอยเข้าปะทะนาที กลิ่นอายที่มักทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะเสมอในยามใกล้ชิด แต่ในสถานการณ์นี้ มันกลับเป็นกลิ่นอายของอันตรายที่ชวนให้ขนลุกซู่ "ถ้าการที่ผมพยายามปกป้องระบบที่ผมสร้างมากับมือมันทำให้คุณมองว่าผมใจแคบ..." ธามก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากเธอ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความกรุ่นโกรธที่พยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถ "งั้นคุณก็ช่วยกรุณาจำใส่สมองอันชาญฉลาดของคุณไว้ด้วย ว่าคนที่เราควรโทษไม่ใช่ระบบ... แต่คือคนที่ไม่รู้จักเคารพกฎเกณฑ์ของคนอื่นต่างหาก!" "ฉันไม่ได้ทำลายระบบของคุณ!" รินรดาเถียงกลับทันควัน นัยน์ตาคู่สวยรื้นหยาดน้ำใสด้วยความอัดอั้นตันใจ แต่เธอไม่มีวันยอมร้องไห้ต่อหน้าผู้ชายคนนี้เด็ดขาด "ฉันแค่พูดความจริงที่คนอย่างคุณไม่กล้าแม้แต่จะส่องกระจกมอง! คุณกลัว... ธาม คุณกลัวความเปลี่ยนแปลง กลัวการสูญเสียการควบคุม จนพาลใส่ทุกคนที่เข้ามาใกล้เซฟโซนงี่เง่าของคุณ!" "ใช่! ผมกลัว!" เสียงทวาดกร้าวของธามดังขึ้นตัดบทความดื้อรั้นของเธอ ดวงตาสีนิลที่เคยนิ่งสงบดั่งผิวน้ำลึก บัดนี้กำลังสะท้อนภาพของเธอไว้อย่างชัดเจน—ภาพของผู้หญิงปากกล้าคนเดียวที่สามารถพังทลายกำแพงที่เขาสร้างมาสี่ปีลงได้ในเวลาไม่ถึงเดือน "ผมกลัว... กลัวว่าถ้าผมเปิดใจให้คนปากดีอย่างคุณเข้ามาในชีวิต ระบบที่ผมตั้งโปรแกรมไว้เพื่อป้องกันตัวเอง มันจะพังทลายลงจนผมไม่เหลืออะไรเลย!" ห้องประชุมทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของวิศวกรหนุ่มผู้เย็นชาทำให้รินรดาชะงักงัน ลลมหายใจของเธอสะดุดกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น และพบแต่ความเวิ้งว้าง เปราะบาง และ... ความคลั่งรักที่ถูกกัก ขังไว้ภายใต้กรอบของเหตุผลมาเนิ่นนาน หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปราวกับกลุ่มควัน ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอกจนจุกแน่น เธอกำมือแน่น พยายามจะหาคำพูดคมคายมาโต้เถียงเพื่อรักษาฟอร์มของตัวเอง แต่ริมฝีปากกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ ธามเองก็ชะงักไปเมื่อรู้ตัวว่าเผลอพูดอะไรออกไป สันจมูกโด่งคมขยับยามที่เขาถอนหายใจยาวเหยียดเพื่อดึงสติกลับคืนมา มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าข้อมือเรียวของเธอเพื่อดึงรั้งไว้ ทว่าก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะสัมผัสโดนผิวเนื้อของหญิงสาว... ปึง! ประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท พร้อมกับเสียงหอบแฮกของปาลินที่วิ่งหน้าตาตื่นกลับเข้ามา ใบหน้าของโปรดิวเซอร์สาวซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เช่นทุกที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกจนรินรดาและธามต้องผละออกจากกันโดยอัตโนมัติ "ริน... ธาม... เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" ปาลินละล่ำละลักพูดพลางชูแท็บเล็ตในมือขึ้นมาสั่นระริก "คลิปเสียงตอนที่พวกคุณกำลังปะทะฝีปากกันเมื่อกี้... ถูกอัปโหลดหลุดออกไปในโลกออนไลน์แล้ว!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาสัมผัสความเจ็บปวดและเคมีที่ร้อนแรงของคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดระยะห่าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%