เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดระยะห่าง•ตอนที่ 8

บททดสอบความอดทน

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
หน้าจอแท็บเล็ตในมือของปาลินยังคงสั่นระริกตามแรงอารมณ์ของเจ้าตัว ทว่าสิ่งเดียวที่นิ่งสนิทและเย็นเยียบยิ่งกว่าอุณหภูมิในห้องประชุมเวลานี้ กลับเป็นสายตาของธามที่ทอดมองไปยังคลื่นเสียงกราฟฟิกบนหน้าจอนั้น "ยอดวิวทะลุหลักแสนภายในเวลาสิบนาที..." ปาลินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีสว่างเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง "คอมเมนต์แตกเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งบอกว่าเคมีผัวเมียตีกันมันส์หยด อีกฝั่งกำลังขุดคุ้ยว่าพวกคุณสองคนแอบคบกันหลังไมค์หรือเปล่า ธาม... ริน... ตั้งสติหน่อย นี่มันไม่ใช่เรื่องเล็กแล้วนะ" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแห้งผากและเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ เธอตวัดสายตาคมกริบไปยังร่างสูงที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ริมหน้าต่าง ใบหน้าของวิศวกรหนุ่มยังคงไร้ระลอกคลื่นความรู้สึกใดๆ ราวกับพายุโซนร้อนที่กำลังถล่มโลกออนไลน์เมื่อครู่ เป็นเพียงแค่ลมเพดานพัดผ่าน "คนเรานี่ก็ว่างกันเสียจริง" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น พลางกอดอกเชิดหน้าขึ้น "แค่เสียงเถียงกันเรื่องตรรกะการใช้ชีวิต ถึงกับต้องเอามาปั่นกระแสเป็นคอนเทนต์เรียเรตติ้ง... น่าสมเพชสิ้นดี" "คุณหมายถึงใคร" ธามหมุนตัวกลับมา น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบเรื่อย แต่ทว่าแฝงประกายคมปลาบในดวงตาคู่คม "หมายถึงคนที่ทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโต จนควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่... หรือหมายถึงคนที่กำลังนั่งหัวเสียเพราะรู้ว่าตัวเองเผลอหลุดมุมอ่อนแอให้คนอื่นเห็นกันแน่ครับ รินรดา" "ธาม!" รินรดาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธ "ฉันไม่ได้อ่อนแอ ฉันแค่รำคาญ! รำคาญตรรกะหุ่นยนต์บ้าๆ ของคุณที่ชอบทำตัวเป็นศูนย์กลางจักรวาล!" "พอเลย! หยุดทั้งคู่เดี๋ยวนี้!" ปาลินยกมือขึ้นห้ามศึกเสียงดังลั่นห้อง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หมุนแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ "พวกคุณจะเถียงกันให้เรตติ้งสถานีพุ่งกระฉูดแค่ไหนก็เชิญ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เพราะท่านรองประธานเรียกพบด่วนที่สุด... และนั่นคือที่มาของ 'โจทย์ยาก' ที่พวกคุณจะต้องรับผิดชอบร่วมกัน" โปรดิวเซอร์สาวเลื่อนเอกสารสองฉบับบนโต๊ะมาตรงหน้าคนทั้งคู่ "ในเมื่อชาวเน็ตอยากเห็นนักวิเคราะห์ปากจัดกับวิศวกรปากแข็งทำงานร่วมกันนัก ทางผู้บริหารเลยจัดให้... โปรเจกต์ปรับปรุงระบบโครงสร้างพื้นฐานและวิเคราะห์ผลกระทบทางสังคมของชุมชนริมคลองลาดพร้าว พวกคุณต้องลงพื้นที่ภาคสนามด้วยกันตลอดสามวันเต็ม เริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้เช้า" ห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ รินรดานิ่งงัด เธอกวาดสายตาอ่านหัวข้อโครงการในเอกสารด้วยความรู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ การลงพื้นที่ชุมชนริมคลองที่ขึ้นชื่อเรื่องความขัดแย้งเรื่องการเวนคืนที่ดิน แถมยังต้องไปกับผู้ชายที่เธอเกลียดขี้หน้าที่สุดในสามโลก... นี่มันคือบทลงโทษชัดๆ! "ผมปฏิเสธ" ธามเอ่ยขึ้นทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด "งานของผมคือการคำนวณโครงสร้าง ไม่ใช่การเป็นตัวตลกให้คนดูไลฟ์สดวิจารณ์ความสัมพันธ์" "คุณไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ธาม" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังขึ้นที่ประตูห้องประชุม ทำให้ทั้งสามคนต้องหันไปมอง ร่างสูงใหญ่ของกวิน รองประธานบริหารหนุ่มก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยความสนุกสนาน "คลิปนั้นทำให้ยอดการเข้าถึงช่องของเราพุ่งสูงที่สุดในรอบปี บอร์ดบริหารต้องการให้พวกคุณสองคนพิสูจน์ให้เห็นว่า ความขัดแย้งทางความคิดของพวกคุณ จะสามารถนำมาซึ่งทางออกที่ดีที่สุดให้2สังคมได้จริง... ถ้าทำสำเร็จ โปรเจกต์นี้ผ่านฉลุย แต่ถ้าพัง... เตรียมรับใบลากออกทั้งคู่ได้เลย" พูดจบ กวินก็หันหลังเดินกลับออกไปทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้ใครได้เอ่ยคัดค้านแม้แต่ครึ่งคำ ปาลินยักไหล่ปริบๆ "ตามนั้นนะเด็กๆ ขอให้โชคดี... อ้อ ริน เธอเตรียมตัวไปเก็บกระเป๋าได้เลย เพราะงานนี้ต้องไปนอนค้างที่ศูนย์ชุมชนด้วยนะจ๊ะ" --- เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดจัดจ้าสะท้อนผิวน้ำในคลองลาดพร้าวระยิบระยับ เสียงเครื่องยนต์เรือหางยาวดังคำรามแข่งกับเสียงจอแจของผู้คนในชุมชน รินรดายืนกอดอกอยู่ใต้ร่มกันแดดสีดำสนิท ใบหน้าเนียนใสสวมแว่นกันแดดทรงโตเพื่อพรางความหงุดหงิด ชุดลุยงานทะมัดทะแมงเสื้อเชิ้ตแขนยาวพับەข้อมือกับกางเกงยีนส์เซอร์ๆ ไม่ได้ช่วยลดทอนความดุดันในแววตาของเธอลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอยิ่งดูเหมือนพยัคฆ์สาวพร้อมข่วนทุกคนที่เข้าใกล้ และเป้าหมายแรกที่เธออยากข่วนที่สุด ก็กำลังยืนกางแผนผังโครงสร้างอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามเมตร ธามในชุดเสื้อยืดสีพื้นเข้ารูปกับกางเกงคาร์โก้สีเข้ม ดูแตกต่างจากมาดวิศวกรใส่สูทเนคไทด์เนียบกริบในห้องแอร์อย่างสิ้นเชิง เรือนผมสีเข้มถูกปล่อยให้ระต้นคอเล็กน้อยยามต้องลมริมน้ำ และถึงแม้เขาจะไม่ได้หันมามองเธอเลยตั้งแต่ลงจากรถ แต่รินรดาก็สัมผัสได้ถึงตัวตนที่นิ่งสงบและทรงพลังของเขา... ซึ่งมันน่าหงุดหงิดเป็นบ้า "มองอะไรครับ หน้าผมมีแผนผังโครงสร้างติดอยู่หรือไง" โดยไม่หันมามอง ธามเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ริมฝีปากหยักกลับยกยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์ เธอก้าวเข้าไปประชิดร่างสูงทันที "ฉันไม่ได้มองหน้าคุณ ฉันกำลังมองหาความรับผิดชอบจากผู้ชายที่บอกว่า *'งานของผมไม่ใช่การเป็นตัวตลก'* แต่ตอนนี้กลับยอมมาเดินตากแดดตากลมอยู่ตรงนี้ได้... ตกลงว่ากลัวตกงาน หรือกลัวไม่ได้เจอหน้าฉันกันแน่คะคุณธาม" ธามค่อยๆ ม้วนแผนผังในมือลงช้าๆ เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคมกริบก้มลงมองหญิงสาวที่สูงเพียงระดับอกของเขา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ในตอนนี้ใกล้เสียจนรินรดารับรู้ได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของอีกฝ่าย "ถ้าผมกลัวตกงาน ผมคงไม่ยืนอยู่ตรงนี้เพื่อรอเก็บกวาดปัญหาที่คุณก่อไว้หรอกนะ" ธามโน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาจนมีเพียงแค่เราสองคน "ส่วนเรื่องจะได้เจอหน้าคุณ... บอกตามตรงว่า ถ้าเลือกได้ ผมขอไปตรวจความปลอดภัยของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ยังจะสบายใจเสียกว่า" "ไอ้..." รินรดากำหมัดแน่น อยากจะซัดหมัดใส่ใบหน้าหล่อเหลานั่นสักทีให้หายหมั่นไส้ "ถ้าคิดว่าฉันเป็นภาระนัก ก็ต่างคนต่างทำงานสิคะ! ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน!" "พูดง่ายดีนี่" ธามแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาคมกริบกวาดมองสำรวจรอบตัว "ชาวบ้านที่นี่ไม่ได้มีความรู้เรื่องวิศวกรรมโครงสร้าง และเขาก็ไม่ได้เข้าใจหลักสถิติที่คุณเอาแต่ท่องจำมาพูดในรายการ... ถ้าปล่อยให้คุณลุยเดี่ยว รับรองว่าไม่ถึงชั่วโมง คุณคงได้ทะเลาะกับชาวบ้านจนเรือล่มกลางคลองแน่ๆ" "ฉันไม่ใช่เด็กไร้เดียวนะธาม!" "ใช่ คุณไม่ใช่เด็ก..." ธามเว้นจังหวะไปนิด สายตาคมกริบเปลี่ยนเป็นลึกล้ำขึ้นอย่างกะทันหัน "แต่คุณมันเป็นคนดื้อรั้น ที่ชอบเอาความเกรี้ยวกราดมาบังหน้า เพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าข้างในคุณกำลังกลัวอะไรอยู่ต่างหาก" คำพูดนั้นราวกับถูกศรปักเข้ากลางใจ รินรดานิ่งงัด เผลอสบตาเข้ากับดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความเข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่ง หัวใจในอกกระตุกวูบอย่างแรง ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความหวั่นไหวที่ยากจะควบคุม บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกกดให้เงียบลง เสียงรอบข้างไม่ว่าจะเป็นเสียงเรือหางยาวหรือเสียงพูดคุยของผู้คนในชุมชนพลันเลือนหายไป เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่สะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท ธามขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด มือหนายื่นออกไปราวกับจะปัดปอยผมที่ปลิวมาปรกลงบนแก้มเนียนของเธอ ปลายนิ้วอุ่นจัดเฉียดผ่านผิวแก้มแผ่วเบา จนรินรดาสะดุ้งเฮือก ร่างกายแข็งทื่อ ขยับเขยื้อนไม่ได้ดั่งใจ ดวงตาคมกริบของวิศวกรหนุ่มมองลึกเข้ามาในดวงตาเธอ น้ำเสียงที่เคยเยียบเย็นเมื่อครู่ เปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยความหมายที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน "ถ้าไม่อยากให้ผมเข้าไปยุ่ง... ทำไมเวลาผมเข้าใกล้ คุณถึงไม่ถอยหลังหนีล่ะครับ รินรดา" รินรดาลอบกลืนน้ำลายลงคอ สมองที่เคยฉับไวและทันคนกลับขาวโพลนอย่างสมบูรณ์แบบ หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก ริมฝีปากอิ่มเผยอขึ้นเล็กน้อยเพื่อจะเอ่ยปฏิเสธ แต่เสียงนั้นกลับติดอยู่แค่ลำคอ ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองดวงกำลังเต้นตรงกันในระยะประชิด ชายชราคนหนึ่งก็ตะโกนแทรกขึ้นเสียงดังลั่นท่าเรือ "คุณธามครับ! แย่แล้วครับ! ตรงสะพานปูนท้ายซอยเกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ ชาวบ้านกำลังแตกตื่นกันใหญ่แล้ว!" ธามชะงัก สายตาที่ทอดมองรินรดาไหววูบชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว มือหนาคว้าข้อมือเรียวของหญิงสาวเอาไว้แน่นโดยอัตโนมัติ "ไป!" เขากล่าวสั้นๆ ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด พร้อมกับออกแรงดึงร่างบางให้วิ่งตามไปที่ท้ายซอยทันที โดยที่มือหนายังคงกุมข้อมือเธอไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือไปแม้แต่นินเดียว! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความซึนของพี่ธามและยัยปากจัดคนสวยในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดระยะห่าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%