เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดระยะห่าง•ตอนที่ 2

ประชดด้วยเหตุผล

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
“ถ้าคุณเรียกว่านี่คือ ‘งานวิเคราะห์เชิงลึก’ สำหรับรายการสารคดีโทรทัศน์... ผมเกรงว่ามาตรฐานการศึกษาของเด็กประถมปลายยุคนี้ อาจจะมีความน่าเชื่อถือมากกว่าสคริปต์สามหน้าที่คุณใช้เวลาทั้งคืนเขียนมานะครับ คุณรินรดา” น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบจนเย็นเยียบของธามดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมกระจกใสที่สะท้อนภาพตึกสูงระฟ้าเบื้องล่าง รินรดาถึงกับชะงักมือที่กำลังหมุนปากกาในความเงียบ รอยยิ้มเยาะหยันที่เธอเตรียมไว้รับมือถูกกลืนหายไปในลำคอทันทีเมื่อได้ยินคำเปรียบเปรยที่เจ็บแสบถึงขั้วหัวใจ สคริปต์ที่เธอใช้เวลาปั่นจนถึงตีสาม... ถูกวิศวกรระบบหนุ่มผู้ไม่เคยสนใจเรื่องสื่อสารมวลชนขยี้ทิ้งด้วยตรรกะเย็นชาภายในเวลาไม่ถึงห้านาที รินรดากระแทกปากกาลงบนโต๊ะไม้เนื้อดีเสียงดังสนั่น เธอไม่ได้สะดุ้งกับสายตาคมกริบที่มองตรงมาอย่างเหนือกว่านั้นแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เลือดในกายเธอกลับพุ่งพล่านจนใบหน้าหวานร้อนผ่าว ควันแทบจะออกหูตามคำเปรียบเปรยของปาลินที่เคยกระซิบเตือนไว้ไม่มีผิด “ช่วยพูดให้มันใหม่อีกทีซิคะ... อ้อ ขอโทษที ผมติดสำนวนพูดกับคนทั่วไป” รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์อย่างไม่ยอมแพ้ เธอยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อกดดัน “คุณธามคะ กรุณาทำความเข้าใจใหม่ด้วยว่า รายการ ‘เซฟโซนคนหัวรั้น’ ของเรา ไม่ได้ต้องการผังงานระบบเซิร์ฟเวอร์คอมพิวเตอร์ที่ต้องเป๊ะทุกทศนิยม เราต้องการ ‘อารมณ์ความรู้สึก’ ของมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อและความผิดพลาดต่างหากล่ะคะ!” ธามไม่แม้แต่จะกระพริบตา เขานั่งไขว่ห้างพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับพายุอารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำในตัวหญิงสาวเป็นเพียงแค่ลมเพลมพัดผ่านหน้าต่าง “ความผิดพลาดที่สร้างเรตติ้งได้ แต่ทำลายความน่าเชื่อถือขององค์กร... สำหรับผมมันคือ บั๊ก (Bug) ที่ต้องรีบแก้ไข ไม่ใช่ฟีเจอร์ที่ควรปล่อยผ่านนะครับ” ธามตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบกวาดมองตัวเลขสถิติที่รินรดาร่างขึ้นมาด้วยความระอาใจระคนเอ็นดูที่ถูกซ่อนไว้มิดชิด “คุณใช้ความรู้สึกนำหน้าข้อมูลดิบ ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือความพังพินาศที่ถูกห่อกระดาษสวยหรูด้วยวาทศิลป์ของคุณนั่นแหละครับ” “นี่คุณ...!” รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง มือเรียวบางกำเข้าหากันจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธออยากจะหยิบแฟ้มข้อมูลฟาดหน้าหล่อๆ ของผู้ชายตรงหน้านัก ถ้าไม่ติดว่าเกรงใจสัญญาสัปดาห์นรกที่เธอต้องมาติดแหง็กอยู่ในโปรเจกต์บ้าๆ นี่เพื่อแลกกับการรีโนเวทผังรายการ “ผมไม่ได้พูดเพื่อให้คุณโกรธนะครับ คุณรินรดา แต่ผมพูดตามหน้างานจริง” ธามลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงของเขาทำให้เขาต้องก้มมองเธอลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างกันลดลงโดยอัตโนมัติเมื่อเขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะประชุม “ถ้าหัวรั้นแล้วทำให้งานออกมาดี ผมพร้อมจะสนับสนุน แต่ถ้าหัวรั้นเพราะอีโก้ส่วนตัว... ผมเกรงว่าคุณกำลังพาเรือลำนี้ชนภูเขาน้ำแข็งนะครับ” “อีโก้เหรอคะ?” รินรดาแค่นหัวเราะเสียงดัง ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว “คนที่เอาแต่ก้มหน้ามองตัวเลขและโค้ดคอมพิวเตอร์อย่างคุณต่างหากค่ะ ที่ไม่เคยเข้าใจว่าโลกภายนอกห้องสี่เหลี่ยมนี้มันหมุนไปยังไง! คุณมันก็แค่คนกลัวการเปลี่ยนแปลง กลัวความเสี่ยง กลัวแม้กระทั่งความรู้สึกของตัวเองจนต้องเอา ‘ตรรกะ’ มาเป็นเกราะกำบัง!” คำพูดนั้นสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุม ปาลินที่แอบยืนดูสถานการณ์อยู่ตรงรอยต่อประตูกระจกถึงกับลอบกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ พลางคิดในใจว่าแม่พิธีกรสาวฝีปากกล้าของเธอกล้าหาญชาญชัยเกินไปแล้วที่กล้าเปิดแผลใจของวิศวกรผู้เย็นชาคนนี้ ธามชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น—ก่อนที่เขาจะกลับมาตีสีหน้านิ่งเรียบดังเดิม ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาอย่างรวดเร็ว จนลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเจือกลิ่นกาแฟจางๆ ปะทะเข้ากับใบหน้าของเธอที่แหงนมองด้วยความตกใจ ไม่มีการถอยหนี ไม่มีคำแก้ตัว ธามโน้มใบหน้าลงมาจนระยะห่างระหว่างริมฝีปากของทั้งคู่เหลือเพียงแค่คืบเดียว เสียงหัวใจของรินรดากระหน่ำรัวราวดรัมเมอร์ตกมัน เธอนิ่งค้างไปทันทีเมื่อถูกจู่โจมด้วยความใกล้ชิดที่ไร้การตั้งตัวแบบนี้ “ถ้าผมกลัวความรู้สึกของตัวเองจริง...” ธามกระซิบแผ่วเบาริมใบหูของเธอ น้ำเสียงนั้นไม่ได้เย็นชาอีกต่อไป หากแต่แหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้ขนลุกซู่ “ผมคงไม่ยอมเสียเวลามานั่งเถียงกับคนปากเก่งอย่างคุณจนถึงตีสามแบบนี้หรอกนะครับ” รินรดาตาโต ใบหน้าที่เคยแดงก่ำเพราะความโกรธเมื่อครู่ ตอนนี้กลับร้อนผ่าวขึ้นไปอีกระดับด้วยความเขินอายผสมความตกใจ เธออ้าปากจะเถียงกลับแต่ติดอยู่ที่ลำคอ เมื่อมือหนาของธามเอื้อมไปแตะขอบโต๊ะกั้นกลางไว้ ราวกับกรงล้อมกลายๆ ที่ขังเธอไว้ในพื้นที่ของเขา ในจังหวะที่หัวใจของรินรดากำลังเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก และเธอกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยประโยคเจ็บแสบเพื่อรักษาฟอร์ม... *ก๊อกๆๆ* เสียงเคาะประตูกระจกดังขึ้นสามครั้งสั้นๆ ทำลายมนต์สะกดและบรรยากาศตึงเครียดแต่ชวนใจสั่นลงทันที รินรดารีบผลักอกแกร่งของธามออกห่างอย่างรวดเร็วด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงจัด ขณะที่ธามถอยหลังกลับไปยืนนิ่งด้วยท่าทีเรียบเฉยราดร้าวราวก่อนหน้าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ประตูห้องประชุมเปิดอ้าออก พร้อมกับร่างของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบผู้มาใหม่ที่ส่งยิ้มพราวเสน่ห์เข้ามาทักทาย “ขอโทษครับที่ขัดจังหวะ... พอดีผมได้รับมอบหมายให้มาดูโปรเจกต์ร่วมระหว่างสื่อกับฝ่ายระบบ... หวังว่าผมคงไม่ได้มาขัดคออะไรพวกคุณใช่ไหมครับ?” ดวงตากลมโตของรินรดาเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นหน้าผู้มาใหม่ชัดเจน เช่นเดียวกับคิ้วเข้มของธามที่ขมวดเข้าหากันทันทีด้วยความไม่สบอารมณ์ ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับตัวละครของผมเสมอนะครับ - ดรากอนไรเดอร์ -
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดระยะห่าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%