เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ไร้เงา•ตอนที่ 5

ร่องรอยในบันทึกเก่าแก่

ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
"สิบนาทีที่อาจารย์อาช่าให้... ตอนนี้เหลือเวลาอีกแค่สามร้อยวินาทีเท่านั้นค่ะ!" เสียงหอบหายใจของคาลอส ศาสตราจารย์ฝึกหัดผู้กุมบังเหียนเวทมนตร์ธาตุไฟดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของเขตต้องห้ามชั้นที่ 3 ผิวเนื้อของเขาอาบย้อมไปด้วยแสงสีส้มแดงจากเปลวไฟที่โหมกระหน่ำเพื่อต้านทานแรงกดดันมหาศาลจากบาตรเวทเบื้องหน้า บนพื้นหินอ่อนโบราณที่สลักลวดลายประหลาด มีอักษรเรืองแสงสีครามลอยเคว้งคว้าง สลับกับการแจ้งเตือนสีแดงฉานจากระบบที่กะพริบถี่ๆ อยู่ในครรลองสายตาของเซน [แจ้งเตือนระบบภารกิจระดับ SSS: ค้นพบ 'ประตูแห่งบรรพกาล'] [สถานะ: กำลังเผชิญหน้ากับการทดสอบของอาจารย์อาช่า] [เวลาที่เหลือ: 04:59 ... 04:58 ...] เซนกัดฟันแน่นจนกล้ามเนื้อกรามขึ้นสันนูน เม็ดเหงื่อกาฬไหลย้อยลงตามกรอบหน้าคมคาย เวทมนตร์ธาตุแสงในร่างของเขากำลังปั่นป่วนราวกับพายุหมุน มันไม่ใช่พลังที่ควบคุมได้ง่ายดายนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพลังนี้ถูกบีบอัดให้อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของเขตต้องห้ามที่ถูกผนึกมานับร้อยปี ทว่า ในวินาทีที่ความกดดันกำลังจะบดขยี้สติสัมปชัญญะ ภาพเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อน—วันที่พี่ชายของเขาถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏและทรยศต่อสถาบันเวทมนตร์สีคราม—ก็พรั่งพรูเข้ามาในห้วงความคิด ความเจ็บปวดนั้นไม่ได้ทำให้เซนอ่อนแอลง ตรงกันข้าม มันกลับกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่จุดประกายความมุ่งมั่นในแววตาคู่สีนิลให้ลุกโชนขึ้นมา "คาลอส ถอยไปก้าวหนึ่ง!" เซนตะโกนสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ไวเท่าความคิด ฝ่ามือเรียวยาวของเด็กหนุ่มตวัดวาดกลางอากาศอย่างแม่นยำ ละอองแสงสีขาวบริสุทธิ์รวมตัวกันเป็นรูปทรงเรขาคณิตที่ซับซ้อน มันคือ 'โครงสร้างเวทแสงประสาน' ที่เขาเพิ่งขัดเกลาและทำความเข้าใจได้จากตำราโบราณเมื่อคืนนี้ เปรี้ยง! แรงกระแทกจากการปะทะระຫວ่างเปลวเพลิงของคาลอสและคลื่นพลังสะท้อนของอาช่ากระจายออกเป็นวงกว้าง ฝุ่นผงอัคนีและละอองเวทสีครามพวยพุ่งขึ้นสู่เพดานโดมสูงตระหง่าน อาช่า อาจารย์สาวผู้มีเรือนผมสีเงินยาวสลวยและนัยน์ตาสีไพลินลึกลับ ยืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา มุมปากของเธอหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่เต็มไปด้วยความหมาย ราวกับกำลังทดสอบขีดจำกัดของเด็กหนุ่มผู้นี้ มากกว่าจะต้องการทำลายล้างจริงๆ "ใช้ได้นี่... รู้จักประยุกต์โครงสร้างเวทแสงให้กลายเป็นโล่สะท้อนแรงกดดันแทนที่จะเข้าปะทะตรงๆ" เสียงทุ้มนุ่มน่าฟังเอ่ยขึ้นอย่างพึงพอใจ ขณะที่ร่างเพรียวระหงของเธอขยับตัวเพียงเล็กน้อย คลื่นพลังมหาศาลที่กดทับอยู่ก็มลายหายไปในพริบตา พร้อมๆ กับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เปลี่ยนเป็นสีเขียว [ภารกิจระดับ SSS: ผ่านการทดสอบของอาช่าสำเร็จ!] [ได้รับรางวัล: สิทธิ์เข้าถึงหอสมุดลับชั้นใต้ดิน และ 'สมุดบันทึกของลูเซียน'] เซนทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งด้วยความเหนื่อยอ่อน ลมหายใจเข้าออกถี่กระชั้น คาลอสรีบพุ่งเข้ามาประคองเพื่อนสนิททันที ใบหน้าคมคายเต็มไปด้วยความโล่งอก "ให้ตายเถอะ เซน นายเกือบทำให้หัวใจฉันวายตายจริงๆ นะ เวทบ้าอะไรเนี่ย หนักหน่วงเป็นบ้าเลย" "ขอบใจมากนะคาลอส... ถ้าไม่ได้นายช่วยดึงความสนใจจากแรงกดดันด้านหน้า ฉันคงไม่มีสมาธิพอจะแกะรักษāโครงสร้างเวทของอาช่าหรอก" เซนยิ้มอ่อนๆ ให้สหายร่วมรบ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอาจารย์สาวที่เดินเข้ามาใกล้ อาช่าปัดฝุ่นตามอาภรณ์สีดำสนิทของตนเองเบาๆ สายตานิ่งสงบทอดมองเด็กหนุ่มทั้งสองคนสลับกัน "พวกเธอทำได้ดีกว่าที่ฉันคาดไว้มาก เซน... การที่เธอสามารถมองทะลุจุดอ่อนของค่ายกลในเวลาเพียงไม่กี่นาที แสดงว่ารากฐานความรู้เรื่องเวทมนตร์ประวัติศาสตร์ของเธอไม่ได้มีดีแค่ท่องจำสินะคะ" "ผมแค่... ทำตามสิ่งที่ควรจะทำครับ... เอ๊ย หมายถึง ทำตามที่ควรทำค่ะ" เซนเกือบเผลอหลุดปากพูดสำนวนคุ้นเคยออกไป แต่ก็รีบเปลี่ยนสรรพนามและน้ำเสียงให้สำรวมตามมารยาทที่อาจารย์สาวเคยเคี่ยวเข็ญ อาช่าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยกับความลนลานนั้น แต่ไม่ได้ติดใจอะไร เธอผายมือไปยังแท่นหินโบราณที่ตั้งอยู่เบื้องหลัง ซึ่งบัดนี้กลุ่มควันสีครามได้จางหายไปแล้ว เผยให้เห็นหีบเหล็กขนาดเล็กที่ปิดผนึกด้วยอักขระเวทโบราณสีทองอร่าม "นั่นคือรางวัลของเธอ... สิ่งที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เขตต้องห้ามชั้นที่ 3 สิ่งที่สถาบันพยายามลบเลือนมันออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์" เซนก้าวเข้าไปใกล้แท่นหินด้วยหัวใจที่เต้นระรัว หัวใจของเขาบีบตัวแน่นขึ้นทุกทีเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายเวทมนตร์คุ้นเคยที่แผ่ออกมาจากหีบใบนั้น มันเป็นกลิ่นอายธาตุแสงที่เจือปนด้วยความเศร้าสร้อยและเด็ดเดี่ยว—กลิ่นอายเวทมนตร์ที่เป็นเอกลักษณ์ของพี่ชายผู้ล่วงลับของเขา 'ลูเซียน' มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยยามเอื้อมไปแตะที่อักขระผนึก ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส อักขระสีทองก็เปล่งประกายเจิดจ้าก่อนจะสลายกลายเป็นละอองแสงโปรยปรายราวกับหิมะในฤดูหนาว เซนเปิดฝาหีบออกช้าๆ สิ่งที่นอนสงบนิ่งอยู่ภายในคือสมุดบันทึกหนังสีดำปกเก่าคร่ำคร่า ขอบมุมสมุดมีร่องรอยไหม้เกรียมและคราบกาลเวลา แต่ตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลที่สลักไว้บนปกนั้นชัดเจนจนแทบไม่ต้องเดา "สมุดบันทึกของ... พี่ลูเซียนจริงๆ ด้วย..." เซนพึมพำออกมาเบาหวิว ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงความฝัน คาลอสขยับเข้ามาดูใกล้ๆ ด้วยสีหน้าเคร่งขรึมขึ้น "พี่ชายของนาย... ซ่อนมันไว้ที่นี่งั้นเหรอ? ทำไมต้องเป็นเขตต้องห้ามที่อันตรายขนาดนี้ด้วยล่ะ" "เพราะสิ่งที่อยู่ในนี้... อาจเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเขา หรืออาจเป็นความลับที่สถาบันเวทมนตร์ไม่ต้องการให้ใครล่วงรู้เลยต่างหากค่ะ" เสียงของอาช่าดังแทรกขึ้นมา น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความจริงจังที่ชวนให้รู้สึกหนสันหลังวาบ "เปิดดูสิ เซน... นี่คือสิ่งฟ้องร้องที่เธอตามหามาตลอด" เซนสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะค่อยๆ เปิดหน้าแรกของสมุดบันทึกเก่าแก่ออก ลายมือชื่อคุ้นตาที่เขียนด้วยหมึกเวทสีครามปรากฏแก่สายตา ข้อความบนหน้ากระดาษเหล่านั้นไม่ได้มีแค่บันทึกการทดลองเวทมนตร์ทั่วไป แต่มันเต็มไปด้วยผังโครงสร้างของ 'ประตูแห่งบรรพกาล' และบันทึกการค้นพบที่น่าตกใจเกี่ยวกับต้นกำเนิดที่แท้จริงของเวทมนตร์สีคราม นิ้วมือของเซนไล่เรียงอ่านข้อความทีละบรรทัดอย่างตั้งใจ จนกระทั่งมาสะดุดตากับข้อความในหน้าเกือบสุดท้าย ที่ถูกเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ราวกับผู้เขียนกำลังรีบร้อนและตกอยู่ในอันตรายขั้นสุด *‘หากข้อความนี้ถึงมือเจ้า... แสดงว่าข้าคงไม่รอดพ้นจากแผนการลับของสภาสูงแล้ว ความจริงเกี่ยวกับรากฐานเวทมนตร์แห่งแสงไม่ได้บริสุทธิ์อย่างที่ทุกคนเข้าใจ มันถูกควบคุมด้วย...’* พรึบ! จู่ๆ เปลวไฟสีดำประหลาดก็ลุกโชนขึ้นมาจากขอบกระดาษของสมุดบันทึกอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย มันแผดเผาข้อความสำคัญบรรทัดสุดท้ายให้กลายเป็นเถ้าถ่านต่อหน้าต่อตาในเสี้ยววินาที! "เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้นวะ!" คาลอสอุทานลั่นด้วยความตกใจ พยายามใช้เวทไฟช่วยดับ แต่เปลวไฟสีดำนั้นกลับไร้ซึ่งความร้อน และไม่ตอบสนองต่อเวทมนตร์ใดๆ ทั้งสิ้น มันกัดกินตัวกระดาษด้วยความเร็วสูงจนลามมาถึงมือของเซน เซนเบิกตากว้างด้วยความตระหนก ทว่าด้วยสัญชาตญาณของการเป็นผู้ใช้เวทธาตุแสง เขาไม่รอช้าที่จะสะบัดมือซัดพลังแสงบริสุทธิ์เข้าใส่สมุดบันทึกเพื่อตัดวงจรการทำลายล้าง ทว่ากลับช้าไปก้าวเดียว— กระดาษหน้าสุดท้ายถูกเผาไหม้จนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงกระดาษแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นลงมาบนพื้นหิน มันไม่ใช่กระดาษธรรมดา แต่เป็นแผ่นโลหะเวทมนตร์บางเฉียบที่สลักพิกัดลับและเงื่อนไขบางอย่างไว้ เซนรีบก้มลงหยิบแผ่นโลหะขึ้นมาพินิจดูอย่างรวดเร็ว หัวใจเต้นโครมครามด้วยความตื่นตระหนกและสงสัยระคนกัน ในขณะที่คาลอสและอาช่ากำลังก้าวเข้ามามุงดู ทันใดนั้นเอง— บรรยากาศรอบกายก็พลันเย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน อุณหภูมิดิ่งฮวบจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและมั่นคงคู่หนึ่งดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินมืดมิดเบื้องหลังเขตต้องห้าม—ทางเดินที่ควรจะถูกปิดตายและไม่มีใครอื่นนอกจากพวกเขาสามคนเข้าถึงได้! ตึก... ตึก... ตึก... เสียงฝีเท้านั้นหยุดลงตรงหน้าประตูทางเข้าเขตต้องห้ามพอดี เงาร่างสูงใหญ่ทอดทับลงบนพื้นหิน พร้อมกับน้ำเสียงเย็นชาไร้ความรู้สึกที่เอ่ยทักทายราวกับเจ้าบ้านกำลังต้อนรับแขกผู้มาเยือนยามวิกาล "ช่างเป็นความพยายามที่น่าประทับใจเสียจริง... เด็กน้อยทั้งหลาย... หรือว่าพวกเธอคิดจะขโมยสมบัติของสถาบันกันแน่?" เซนสะท้านเฮือกเมื่อเงาร่างนั้นก้าวพ้นความมืดออกมา เผยให้เห็นใบหน้าภายใต้ฮู้ดคลุมสีเทาเข้มและดวงตาคู่คมที่จ้องมองตรงมายังแผ่นโลหะในมือของเขาด้วยประกายตาดุดันอำมหิต—มันคือบุคคลที่สภาสูงประกาศว่าหายสาบสูญไปตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อหี่ปีก่อน! ...โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ... - เซเลสเทียละอองเวท -
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%