"ถ้านายยังขืนปล่อยพลังเวทธาตุแสงให้ฟุ้งกระจายแบบนั้น อีเทอร์ในอากาศก็จะระเบิดใส่หน้าพวกเราทั้งคู่ตายกันพอดี เลิกเกร็งฝ่ามือแล้วผ่อนคลายซะ เซน!"
เสียงตวาดแฝงความหงุดหงิดของคาลอสทำเอาเซนต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาพยายามลดอุณหภูมิความร้อนรุ่มในกระแสเลือดที่พลุ่งพล่านจากการพยายามรีดเค้นพลังธาตุแสงบริสุทธิ์ออกมาให้คงที่ ทว่าเจ้าเวทสีครามจางๆ นี้ช่างเอาแต่ใจเสียเหลือเกิน มันเหมือนเด็กดื้อที่ไม่ยอมอยู่ในระเบียบวินัย แม้จะเป็นคนที่มีพรสวรรค์สูงส่งอย่างเขา แต่การควบคุมธาตุแสงให้เป็นรูปธรรมโดยไม่ให้มันลัดวงจรจนกลายเป็นระเบิดแสวงเครื่องนั้นถือเป็นงานหินระดับรากเลือด
"ฉันพยายามอยู่ คาลอส แต่เธอก็รู้ว่าธาตุแสงมันไม่เหมือนธาตุไฟของเธอที่แค่สั่งก็พุ่งออกไปนั่นแหละ" เซนตอบกลับพลางปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม เขาขยับไหล่ที่ปวดเมื่อยจากการทำสมาธิมาตลอดสามชั่วโมงในห้องซ้อมลับของโรงเรียนเวทมนตร์
"ก็เพราะมัน 'ไม่เหมือน' ไง เราถึงต้องจับคู่กัน" คาลอสพ่นลมหายใจแรงๆ ดวงตาสีเพลิงของเขาหรี่ลงมองแผ่นหินเวทมนตร์ตรงหน้าที่ตอนนี้มีรอยร้าวเป็นทางยาว "อาจารย์อาช่าไม่ได้เลือกให้เราคู่กันเพราะอยากเห็นฉันโดนระเบิดจากธาตุแสงของนายหรอกนะ แต่ท่านต้องการให้เราหาสมดุลระหว่าง 'การเผาไหม้' กับ 'การเยียวยา' ให้เจอ"
ในห้องซ้อมที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงหอบหายใจของเด็กหนุ่มทั้งสอง ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยละอองเวทมนตร์ที่ลอยเคว้งคว้าง ดั่งเศษเสี้ยวของดวงดาวที่แตกสลาย เซนเหลือบมองคาลอส—เพื่อนคนเดียวที่กล้าเผชิญหน้ากับสายตาเหยียดหยามของคนอื่นหลังจากเหตุการณ์ที่พี่ชายของเขาถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏ ทายาทตระกูลไฟผู้หยิ่งผยองคนนี้กลับเลือกที่จะยืนข้างเขาอย่างดื้อรั้นที่สุด
"ถ้างั้น... เอาใหม่" เซนพึมพำ เขาไม่ได้หลับตาลงเพื่อเพ่งสมาธิเหมือนครั้งก่อน ทว่าเขากลับลืมตามองดูเส้นสายของพลังที่ไหลเวียนในอากาศ เขาเริ่มเข้าใจกลไกของมันแล้ว เวทมนตร์ไม่ใช่สิ่งที่ต้องบังคับ แต่มันคือการ 'เจรจา'
เซนยื่นมือออกไปหาคาลอส "ใส่ธาตุไฟของนายมานิดเดียว แค่ให้มันอุ่นพอที่จะประคองแสงของฉันเอาไว้ อย่าเร่งเร้า แค่ประคอง"
คาลอสชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมยื่นมือมาแตะฝ่ามือของเซนเบาๆ ความร้อนแรงจากผิวหนังอีกฝ่ายส่งผ่านมาถึงเซน มันเป็นความรู้สึกที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง แต่ในขณะเดียวกัน มันกลับเข้ากันได้อย่างประหลาด ธาตุไฟที่ร้อนแรงค่อยๆ ปรับจูนเข้ากับธาตุแสงที่นิ่งสงบ ดั่งเปลวเทียนที่ถูกจุดขึ้นในความมืดมิด
*ครืน...*
วงแหวนเวทมนตร์สีครามสลับส้มปรากฏขึ้นบนพื้นห้อง มันเริ่มหมุนวนอย่างช้าๆ ทรงพลังและมั่นคงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คาลอสเบิกตากว้าง ความภูมิใจฉายชัดในแววตา "นั่นแหละ... เซน! นายทำได้แล้ว!"
ทว่า ในจังหวะที่พวกเขากำลังจะบรรลุการประสานเวทขั้นต้น เสียงกังวานเย็นเยียบดุจน้ำแข็งก็ดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง
"ความพยายามน่ะน่าชื่นชม แต่การหลอกตัวเองน่ะ... เป็นบาปนะ"
อาจารย์อาช่าก้าวออกมาจากเงามืด เรือนผมสีเงินยาวสลวยของเธอขยับไหวไปตามจังหวะก้าวเดิน ดวงตาสีเทาคู่สวยของเธอไม่เคยมองใครด้วยความอาลัยอาวรณ์ แต่มันมักจะอ่านทะลุปรุโปร่งถึงก้นบึ้งของจิตใจเสมอ เธอมองวงแหวนเวทมนตร์ที่ค่อยๆ จางหายไป ก่อนจะหยิบม้วนคัมภีร์เก่าแก่ที่ขอบกระดาษผุพังออกมา
"เซน เธอคิดว่าธาตุแสงที่เธอใช้อยู่... มันเป็นของเธอจริงๆ อย่างนั้นหรือ?" เธอหยุดเดินตรงหน้าเด็กหนุ่มทั้งสอง กลิ่นอายของอารยธรรมโบราณที่คล้ายกับกลิ่นดินหลังฝนตกอบอวลไปทั่วบริเวณ
เซนชะงัก คำถามนั้นแทงทะลุหัวใจของเขา เขาไม่เคยตั้งคำถามถึงที่มาของพลัง เพราะเขาถูกปลูกฝังมาตลอดว่าพลังคือพรสวรรค์ แต่แววตาของอาช่า... มันมีบางอย่างที่มากกว่านั้น
"อาจารย์หมายความว่ายังไงครับ?" เซนถาม เสียงของเขาแผ่วเบา
อาช่าคลี่คัมภีร์ออก เผยให้เห็นแผนผังดวงดาวที่บิดเบี้ยว "ในวันที่อารยธรรมไร้เงาล่มสลาย พลังธาตุแสงไม่ได้ถูกส่งต่อผ่านสายเลือด แต่มันถูก 'กักขัง' ไว้ในร่างของมนุษย์บางคนเพื่อรอเวลาที่เจ้าของที่แท้จริงจะกลับมาทวงคืน"
ขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยต่อ เสียงแจ้งเตือนของระบบในหัวของเซนก็ดังขึ้นเป็นจังหวะถี่รัวจนเขาหน้ามืด—มันไม่ใช่เสียงปกติ แต่มันเป็นเสียงเตือนระดับวิกฤตที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบคลื่นพลังงานแปลกปลอมระดับ SSS กำลังแทรกแซงพื้นที่หวงห้าม]
[สถานะ: รอยแยกมิติเกิดการฉีกขาด ณ จุดที่ยืนอยู่]
[คำเตือน: บอสลับ 'ผู้พิทักษ์ไร้เงา' ได้รับการปลุกให้ตื่นขึ้นจากการสั่นสะเทือนของพลังที่พวกคุณเพิ่งประสาน!]
พื้นห้องใต้เท้าของพวกเขาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแยกสีดำมืดมิดเหมือนรอยแตกบนกระจกค่อยๆ ปรากฏขึ้นกลางอากาศ และจากรอยแยกนั้น... มือที่หุ้มด้วยเกราะสีเหล็กกล้าที่ไร้เงากำลังค่อยๆ ยื่นออกมาคว้าคอเสื้อของเซนอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ใครจะตั้งตัวทัน!
"เซน!" คาลอสคำรามพร้อมเรียกอาวุธธาตุไฟออกมาหมายจะเข้าช่วย แต่ร่างของเขากลับถูกแรงปะทะจากมิติที่บิดเบี้ยวผลักกระเด็นไปกระแทกกำแพงจนสำลักเลือด
ร่างในชุดเกราะนั้นก้าวออกมาจากรอยแยกอย่างสง่างาม ใบหน้าภายใต้หน้ากากเหล็กนั้นก้มลงมองเซนด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาเซนถึงกับตัวแข็งทื่อ
"ในที่สุด... ก็หาตัวพบเสียที ทายาทที่หลงลืมของเผ่าพันธุ์ผู้ร่วงหล่น"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับเซเลสเทียละอองเวทนะคะ
เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ไร้เงา•ตอนที่ 6
คู่หูสายพันธุ์ต่างขั้ว
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!