เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ไร้เงา•ตอนที่ 4

บทเรียนจากอาจารย์ผู้แปลกแยก

ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
ฝุ่นผงโบราณที่ลอยวนเวียนอยู่ใต้ลำแสงสลัวจากหน้าต่างกระจกสี ทำให้กลิ่นอายของห้องสมุดเขตต้องห้ามแห่งนี้อบอวลไปด้วยความลับที่กาลเวลาถูกลืมเลือน เซนขยับตัวเล็กน้อยเพื่อซ่อนแผ่นหลังที่ชุ่มเหงื่อจากการลักลอบเข้ามาในยามวิกาล เสียงฝีเท้าของเวรยามตรวจการณ์ที่ดังลอดมาจากระเบียงด้านนอกทำให้ลมหายใจของเขาขาดช่วงไปชั่วขณะ เด็กหนุ่มกวาดสายตามองไปตามชั้นหนังสือสูงตระหง่านที่ทำจากไม้โอ๊กดำสนิท ตำราเวทมนตร์โบราณนับพันเล่มถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ แต่เป้าหมายของเขาในค่ำคืนนี้ไม่ใช่ตำราเวทธาตุแสงทั่วไป หากแต่เป็นบันทึกการสำรวจซากปรักหักพังยุคบรรพกาล—เบาะแสเดียวที่จะช่วยไขปริศนาคดีของพี่ชาย และพิสูจน์ความบริสุทธิ์ที่ตระกูลใหญ่พยายามปกปิด "อย่าเพิ่งฝืนเด็กน้อย..." เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังขึ้นเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท เซนสะعدกตัวหันขวับไปมองด้านหลังทันที ความเย็นยะเยือกแล่นริ้วขึ้นมาจากปลายนิ้วเท้า ทว่าความว่างเปล่าและความมืดมิดคือคำตอบเดียวที่ห้องสมุดมอบให้ "ใคร...?" เซนเอ่ยถามเสียงเบาหวิว แม้จะรู้ดีว่าไม่มีประโยชน์ แต่วิชาประสาทสัมผัสธาตุแสงที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างยากลำบากก็ช่วยให้เขารับรู้ได้ถึงคลื่นพลังงานแปลกปลอมที่แผ่วเบาราวกับละอองดาว มันไม่ใช่พลังเวททำลายล้าง แต่เป็นคลื่นความถี่ที่นิ่งสงบและเก่าแก่เสียจนน่าขนลุก "เด็กที่ดึงดันวิ่งเข้าหาความตาย มักจะมีเหตุผลที่ดีเสมอใช่ไหมคะ... คุณเซน" น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเย้าแหย่เล็กน้อยดังขึ้นจากมุมมืดที่ลึกที่สุดของชั้นหนังสือแถวที่สี่ เงาร่างของสตรีคนหนึ่งค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืด แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านกระจกสีอาบไล้เรือนผมสีเงินยวดยาวสลวยและชุดคลุมยาวสีครามเข้มของอาจารย์ประจำวิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์—อาจารย์อาช่า เซนผถกถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ มือซ้ายกำไม้เท้าเวทมนตร์แน่น ขณะที่สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว อาจารย์อาช่าขึ้นชื่อเรื่องความสันโดษและเย็นชา เธอไม่เคยสนใจการเมืองในโรงเรียนเวทมนตร์แห่งนี้ และไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับนักเรียนคนใดเป็นพิเศษ แล้วเหตุใด... เธอจึงมาอยู่ที่นี่ ในเวลาวิกาล และเจาะจงรอเขา? "อาจารย์อาช่า..." เซนกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงระแวดระวัง พยายามควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจไม่ให้แสดงความตื่นตระหนกออกมาทางสีหน้า "ผมไม่ได้ตั้งใจจะละเมิดกฎของเขตต้องห้าม แค่..." "แค่กำลังตามหาเงาของอดีตที่ถูกฝังกลบเอาไว้ใต้พรมสีแดงหรูหราของสภาเวทมนตร์อย่างนั้นสินะคะ" อาช่าตัดบทด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ดวงตาสีครามเข้มคู่นั้นราวกับหลุมดำที่ดูดกลืนทุกสรรพสิ่ง เธอเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนกระทั่งกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าโบราณลอยแตะจมูก "ความอยากรู้อยากเห็นเป็นบาปที่งดงามที่สุดในหมู่เด็กหนุ่มวัยเรียนค่ะ แต่น่าเสียดาย... ความรู้ที่คุณกำลังไขว่คว้า มันคมกริบพอที่จะบั่นคอคุณให้ขาดได้ก่อนที่ดวงอาทิตย์จะขึ้นเสียอีก" คาลอส สหายสนิทผู้เป็นทายาทตระกูลเวทมนตร์ธาตุไฟเคยเตือนเขาไว้ว่า อาจารย์อาช่าคือผู้หญิงที่อันตรายที่สุดในสถาบันแห่งนี้ เพราะไม่มีใครหยั่งรู้ได้เลยว่าเวทมนตร์ที่เธอครอบครองนั้นอยู่ในระดับใด และเธออยู่ฝ่ายไหนกันแน่ "ถ้าผมไม่ทำแล้วใครจะทำล่ะครับ?" เซนสวนกลับ เสียงของเขาเริ่มมีความแข็งกร้าวเจืออยู่เล็กน้อย ความกดดันจากสถานการณ์บีบให้เขาต้องเลิกสวมหน้ากากเด็กดี "พี่ชายของผมต้องถูกเนรเทศและถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏทั้งที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิด! ถ้าอาจารย์รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในบันทึกเล่มนั้น ทำไมถึงไม่พูดความจริงออกมาล่ะครับ?" บรรยากาศในห้องสมุดเก่าพลันเงียบงันลงทันที อุณหภูมิลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว อาช่าหยุดเดิน เธอจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตาที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา ในแวบหนึ่ง เซนรู้สึกเหมือนเธอกำลังมองทะลุผ่านวิญญาณของเขา ไปยังตัวตนในอดีตที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้จัก "เพราะความจริง... มีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่เด็กอย่างเธอจะแบกรับไหวอย่างไรล่ะคะ" อาช่ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย แต่มันกลับยิ่งสร้างความอึดอัดให้เซนมากกว่าเดิม เธอเอื้อมมือเรียวบางออกไปแตะที่สันหนังสือปกหนังสีดำบนชั้นใกล้ตัว "บันทึกเล่มนี้ไม่ได้บอกว่าพี่ชายของเธอเป็นผู้บริสุทธิ์หรอกนะคะ แต่มันบอกว่า... พี่ชายของเธอเลือกที่จะเดินเข้าไปในเส้นทางที่แม้แต่เทพเจ้าก็ยังหวาดกลัว" เซนเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบ "หมายความว่ายังไง..." "ถ้าอยากรู้ความจริงทั้งหมด ไม่ใช่แค่การอ่านตัวหนังสือเก่าๆ บนกระดาษพวกนี้หรอกค่ะที่เธอต้องทำ" อาช่าหันกลับมาสบตาเขาตรงๆ แววตานั้นเปล่งประกายคมกลาวราวกับคมดาบที่ซ่อนอยู่ในฝัก "แต่เธอต้องพิสูจน์ให้ฉันเห็นก่อนว่า... เวทมนตร์ธาตุแสงที่ไร้เสถียรภาพของเธอ จะไม่แผดเผาตัวเธอเองเสียก่อนที่จะได้พบความจริง" สิ้นคำพูดของอาจารย์สาว พื้นห้องสมุดโบราณใต้ฝ่าเท้าของเซนก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง วงเวทย์สีครามประหลาดปรากฏขึ้นเป็นรูปทรงเรขาคณิตซับซ้อน มันส่องแสงสว่างวาบจนแสบตา และก่อนที่เซนจะทันได้ตั้งตัว พื้นไม้ใต้ร่างของเขาก็ยุบตัวลงกลายเป็นหลุมอากาศมิติที่ดึงดูดร่างของเขาให้ร่วงหล่นลงไปในความมืดเบื้องล่าง! "อาจารย์...!" เซนตะโกนลั่น พยายามเรียกพลังธาตุแสงออกมาคุ้ม อาช่ายืนมองร่างของเด็กหนุ่มที่กำลังดิ่งพสุธาลงสู่ความลับเบื้องล่างด้วยรอยยิ้มลึกลับ เธอปัดเศษฝุ่นที่ไหล่เสื้อเบาๆ ก่อนจะเอ่ยพึมพำกับความว่างเปล่า "ยินดีต้อนรับสู่บทเรียนบทแรกค่ะ... ผู้พิทักษ์แห่งแสงสว่างคนใหม่" [แจ้งเตือนระบบภารกิจระดับ SSS: ค้นพบ 'ประตูแห่งบรรพกาล' / ปลดล็อกพื้นที่เขตต้องห้ามชั้นที่ 3 / เงื่อนไขการรอดชีวิต: เอาชนะการทดสอบของอาช่าภายในเวลา 10 นาที หรือสูญเสียพลังเวททั้งหมดถาวร] ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้นะคะ!
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%