"ถ้าการควบคุมพลังระดับพื้นฐานยังทำไม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทายาทแห่งตั๋วผู้ถูกสาปผู้นี้ก็คงเป็นได้แค่ภาระของสถาบันอาร์เคเลีย... นักเรียนเซน คุณจะถอยหรือจะก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองในตอนนี้?"
เสียงกังวานของอาจารย์ประจำภาควิชาเวทมนตร์ประยุกต์ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องทดลองใต้ดิน ท่ามกลางสายตานับสคู่ที่จ้องมองมาเป็นตาเดียว บรรยากาศภายในห้องอัดแน่นไปด้วยแรงดันเวทมนตร์เข้มข้นจนผิวหนังของเซนรู้สึกได้ถึงความซ่าราชา คาลอสที่ยืนอยู่ริมขอบเขตวงเวทย์กำหมัดแน่น สีหน้าของเด็กหนุ่มธาตุไฟฉายแววเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่คมพยายามส่งสัญญาณเตือนสติสหายสนิทว่าอย่าเพิ่งใช้อารมณ์ตัดสินใจ
เซนสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ปลายเท้าสัมผัสกับศิลาเวทมนตร์สีครามเข้มที่สลักลวดลายโบราณ ข้อมูลระบบเวทมนตร์ของสถาบันระบุไว้ชัดเจนว่า ศิลาแผ่นนี้จะวัดค่าความหนาแน่นของอนุภาคมานาในร่างกาย รวมถึงความเข้ากันได้กับธาตุหลัก ทว่าสำหรับเขาผู้มีธาตุแสง—ธาตุที่หาได้ยากยิ่งและมักถูกมองว่าเป็นเพียงภาพลวงตาไร้พิษภัย—การทดสอบนี้จึงไม่ใช่แค่การวัดผลการเรียน แต่เป็นการเดิมพันครั้งสำคัญเพื่อล้างมลทินให้พี่ชายที่หายสาบสูญไปในเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อน
"ผมพร้อมแล้วค่ะ... เอ๊ย หมายถึง ผมพร้อมแล้วครับ!" เซนเกือบเผลอใช้สรรพนามตามความคุ้นเคย แต่ก็รีบปรับเสียงให้เป็นปกติเพื่อรักษามาตรการความสำรวมต่อหน้าคณะกรรมการคุมสอบ
"หึ ตั้งสมาธิให้ดี อย่าให้แสงสีครามนั้นกลืนกินตัวตนของคุณ" อาจารย์สาวลึกลับอย่างอาช่าที่ยืนกอดอกอยู่มุมมืดเอ่ยแทรกขึ้นมา น้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความห่วงใยที่สังเกตได้ยาก เธอนัยน์ตาสีเทาคู่นั้นจ้องมองเซนราวกับจะทะลุผ่านเข้าไปในห้วงความคิด
เซนหลับตาลง ปล่อยให้ความมืดมิดภายในจิตใจถูกชำระด้วยระเบียบของลมหายใจเข้าออก ระบบเวทมนตร์ภายในร่างกายเริ่มทำงาน สติปัญญาและสัญชาตญาณผสานกันอย่างลงตัว ตัวเลขค่าสถานะมานาในจิตสำนึกของเขาเริ่มกระพริบเตือน จากระดับเริ่มต้นที่ 120 พุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว 150... 200... จนแตะถึงขีดจำกัดของมนุษย์ทั่วไปที่ 300 หน่วย ทว่าความผิดปกติก็บังเกิดเมื่อศิลาใต้ฝ่าเท้าไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น
*เปรี๊ยะ!*
เสียงแตกร้าวเบาๆ ดังขึ้นจากศิลาสีคราม คาลอสอ้าปากค้างด้วยความตกใจ อาช่าขยับตัวตรงขึ้นทันที ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่อาจซ่อนความประหลาดใจได้ มวลอากาศรอบตัวเซนเริ่มบิดเบี้ยว แสงสว่างจ้าสีบริสุทธิ์ไม่ได้พวยพุ่งออกมาเหมือนระเบิดเวทมนตร์ทั่วไป แต่มันกลับถูกบีบอัดจนกลายเป็นระลอกคลื่นเสียงความถี่สูงที่ไร้เสียง — "ธาตุแสงที่ไร้เสียง" รูปแบบพลังโบราณที่สูญหายไปจากตำราประวัติศาสตร์นับพันปี
"นี่มัน... เกิดอะไรขึ้นกันแน่?" คาลอสพึมพำกับตัวเองขณะที่ต้องยกมือขึ้นป้องดวงตาจากแสงที่เริ่มสว่างวาบจนแสบตา
ในห้วงมิติความคิดของเซน เวลาราวกับหยุดนิ่ง เขามองเห็นเส้นใยมานาสีทองคำขาวนับล้านเส้นถักทอเข้าหากันอย่างเป็นระบบ ราวกับรหัสลับของจักรวาลที่ถูกเปิดออก ระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานปรากฏขึ้นตรงหน้าจอจิตวิญญาณของเขาโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการปลุกพลังระดับ SSS - "เนตรสวรรค์ทลายมิติ"]
[คำเตือน: พลังงานในร่างเกินขีดจำกัดความปลอดภัย คุณกำลังเชื่อมต่อกับแก่นแท้โบราณที่ถูกผนึก]
[เป้าหมายปัจจุบัน: จงควบคุมมัน หรือปล่อยให้ร่างนี้สลายหายไปในแสงสีคราม...]
เซนกัดฟันแน่นจนเลือดซึมที่มุมปาก เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า ทว่าท่ามกลางความโกลาหลของพลังที่กำลังจะระเบิดออก ร่างเงาสลับซับซ้อนของใครบางคนก็ก้าวทะลุผ่านม่านบาเรียเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง พร้อมกับมือเรียวเย็นเฉียบที่แตะลงบนหัวไหล่ของเขาเพื่อถ่าย
"อย่าเพิ่งฝืนเด็กน้อย..." เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูของอาช่าดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มลึกลับที่มุมปาก "เกมเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น..."
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเซนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ไร้เงา•ตอนที่ 3
ธาตุแสงที่ไร้เสียง
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!