เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ไร้เงา•ตอนที่ 2

วันแรกที่เต็มไปด้วยฝุ่นเวทมนตร์

ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
กลิ่นไอน้ำเวทมนตร์สีดำที่ระเหยออกมาจากรอยแยกของประตูเหล็กกล้าบานยักษ์ไม่ได้ทำให้เซนถอยหลัง แต่กลับทำให้ปลายนิ้วที่กำจดหมายตอบรับแน่นนั้นชื้นไปด้วยเหงื่อ ความกดดันระดับที่กดทับลงบนแผ่นอกจนแทบหายใจไม่ออกนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ระบบแจ้งเตือนโปร่งแสงสีฟ้าที่ลอยค้างอยู่กลางอากาศกำลังกระพริบถี่เป็นสัญญาณเตือนภัยอันตรายระดับที่สถาบันเวทมนตร์อาร์케เลียไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้นในวันปฐมนิเทศ "ถ้ายังยืนกอดจดหมายทำหน้าเคร่งเครียดแบบนั้นต่อไป เกรงว่างานพิธีต้อนรับปีหนึ่งคงจะจัดขึ้นบนซากปรักหักพังแทนที่จะเป็นหอประชุมใหญ่หรอกนะคะ" น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเย้าแหย่เล็กน้อยดังขึ้นจากด้านหลัง เซนสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปพบกับร่างเพรียวบางของอาจารย์อาช่า อาจารย์ประจำวิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์ผู้มักจะปรากฏตัวในเวลาที่คาดไม่ถึงเสมอ ดวงตาสีเทาควันบุหรี่ของเธอมองลอดผ่านกรอบแว่นทรง Theatrical ปราดเดียวก็ทะลุปรุโปร่งถึงความวุ่นวายที่ซ่อนอยู่หลังบานประตู "อาจารย์อาช่า... คือว่าประตูบานนี้..." เซนพยายามจะอธิบาย แต่ถูกยกมือขึ้นห้ามด้วยท่าทางสบายๆ ของหญิงสาว "รู้แล้วค่ะ วงแหวนเวทผนึกชั้นที่เจ็ดกำลังทำงานผิดพลาดเนื่องจากมีใครบางคนพยายามแอบใส่พลังธาตุไฟบริสุทธิ์เข้าไปกระตุ้นแกนกลาง... ซึ่งถ้าให้เดาจากร่องรอยการไหม้เกรียมเป็นรูปสัญลักษณ์ดาวหกแฉกนั่น คงไม่ใช่ฝีมือใครอื่นนอกจากเจ้าเด็กหัวดื้อจากตระกูลอัคคีภัยที่เพิ่งโวยวายเสียงดังลั่นโถงทางเข้าเมื่อครู่นี้แน่นอน" คำพูดของอาช่าทำให้เซนขมวดคิ้วแน่น ภาพของเด็กหนุ่มเรือนผมสีเพลิงที่กำลังใช้กำปั้นชกใส่ผนังหินด้วยความหงุดหงิดเพราะหาห้องประชุมไม่เจอผุดขึ้นมาในหัว ทายาทตระกูลคาลอสผู้ขึ้นชื่อเรื่องความใจร้อนและพลังธาตุไฟที่รุนแรงเกินควบคุมคนนั้น ถึงขั้นกล้าหาญ (หรือบุ่มบ่าม) จนเกือบทำลายระบบป้องกันหลักของสถาบันในวันแรกเลยหรือนี่ ไม่รอช้า เซนตัดสินใจพุ่งตัวไปยังทิศทางของประตูเหล็กกล้าทันทีโดยมีสายตาของอาช่ามองตามด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เสียงคำรามของโลหะที่เสียดสีกันดังสนั่นหวั่นไหว ไอความร้อนระอุผสมกับความเย็นเยียบของเวทมนตร์ธาตุมืดตีวนกันจนเกิดเป็นกระแสลมหมุนขนาดย่อม เบื้องหน้าของประตูบานนั้น ร่างของเด็กหนุ่มเรือนผมสีเพลิงกำลังยืนหอบหายใจถี่กระชั้น ฝ่ามือของเขามีเปลวเพลิงสีส้มแดงลุกโชนสะท้อนกับเหงื่อที่ไหลท่วมกรอบหน้า "เฮ้ย! หลบไปซะ ถ้านายไม่อยากโดนลูกหลง ประตูบานนี้มันบังคับให้ฉันยืนรอจนรากงอกอยู่ได้ไงก็ไม่รู้!" คาลอสตะโกนลั่นโดยไม่หันมามองด้วยซ้ำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหงุดหงิดและอารมณ์ร้อนรุ่มตามประสาคนธาตุไฟที่อดทนรออะไรไม่เป็น "ถ้านายยังดันทุรังส่งพลังธาตุไฟอัดเข้าไปในท่อส่งมานากลางแบบนั้นอีกสามวินาที แรงดันย้อนกลับจะเผาผลาญเส้นประสาทเวทมนตร์ในแขนขวาของนายจนใช้การไม่ได้ไปตลอดชีวิตนะ" เซนกล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบแต่หนักแน่น พร้อมกับก้าวเท้าเข้าไปยืนอยู่ในรัศมีอันตรายอย่างไม่ลังเล คาลอสชะงัก หันขวับมามองเด็กหนุ่มร่างโปร่งผู้มีออร่าเวทมนตร์ธาตุแสงจางๆ ห่อหุ้มอยู่รอบตัว "หา? แกเป็นใครวะ? รู้ได้ยังไงว่าฉัน..." "ไม่มีเวลาอธิบายแล้ว จับมือฉันไว้เร็วเข้า!" เซนไม่รอให้คาลอสได้ตั้งคำถาม มือเรียวยื่นออกไปคว้าข้อมือของอีกฝ่ายไว้แน่น ทันทีที่สัมผัสโดนผิวหนังที่ร้อนราวกระทะทองแดง พลังเวทมนตร์ธาตุแสงบริสุทธิ์ในร่างกายของเซนก็ถูกรีดเร้นออกมาผ่านปลายนิ้ว มันทำหน้าที่เหมือนแผ่นกรองพลังงาน เข้าไปโอบอุ้มและระบายความร้อนส่วนเกินจากธาตุไฟที่กำลังปะทุให้ออกไปทางช่องระบายอากาศสำรองที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นหินอย่างแม่นยำ แสงสว่างวาบสีทองนวลตาตัดกับประกายไฟสีแดงฉาน เสียงคำรามของประตูเหล็กกล้าค่อยๆ สงบลง ไอน้ำสีดำสลายกลายเป็นละอองแสงสีขาวสะอาดตา ระบบแจ้งเตือนโปร่งแสงสีฟ้าตรงหน้าของเซนเปลี่ยนเป็นสีเขียวพร้อมกับเสียงข้อความยืนยันความสำเร็จดังขึ้นในหัว [ภารกิจเฉพาะกิจ: ระงับความผิดพลาดของวงแหวนเวทระดับ S สำเร็จ] [ท่านได้รับแต้มความเข้าใจเวทมนตร์ +150] [ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร: เซน และ คาลอส เลื่อนระดับเป็น 'สหายร่วมเป็นร่วมตาย'] คาลอสทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นหินด้วยความอ่อนแรง ดวงตาสีเพลิงเบิกกว้างด้วยความทึ่งและตกใจระคนกัน เขาเงยหน้าขึ้นมองเซนที่ยืนหอบหายใจเบาๆ อยู่ตรงหน้า ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นอย่างไม่ถือตัว "ให้ตายเถอะ... แกนี่มันบ้าจริงๆ ด้วย เจ๋งเป็นบ้าเลยว่ะ! ฉันชื่อคาลอส จากตระกูลเพลิงนรกคาลอส แล้วแก...?" "เซนค่ะ" เด็กหนุ่มตอบรับสั้นๆ ด้วยรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้า "ยินดีที่ได้รู้จักนะ คาลอส" ทว่า ก่อนที่ทั้งสองจะได้พูดคุยทำความรู้จักกันมากกว่านั้น เสียงระฆังเวทมนตร์ประจำหอประชุมใหญ่ก็ดังขึ้นกังวาน บรรยากาศรอบตัวที่ควรจะกลับคืนสู่ความสงบเรียบร้อยกลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบงัดที่น่าประหลาด ลมหนาวพัดกรรโชกเข้ามาจากหน้าต่างบานสูงทั้งที่ไม่มีใครเปิด ประตูเหล็กกล้าที่เพิ่งซ่อมแซมเสร็จค่อยๆ เปิดอ้าออกเองช้าๆ โดยปราศจากการควบคุม กลิ่นอายเวทมนตร์โบราณที่กดดันยิ่งกว่าเดิมนับร้อยเท่าแผ่พุ่งออกมาจากความมืดมิดภายในหอประชุม พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ก้าวออกมาจากเงานั้น—เงาร่างที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวในพิธีปฐมนิเทศวันแรกนี้ และที่น่ากลัวที่สุดคือ... เงาร่างนั้นกำลังจ้องมองตรงมาที่เซน ด้วยดวงตาคู่สีครามที่สะท้อนภาพของอดีตที่ถูกฝังกลบเอาไว้ "ยินดีต้อนรับสู่สถาบันอาร์เคเลีย... ทายาทแห่งตั๋วผู้ถูกสาป" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นแผ่วเบา แต่กลับก้องกังวานอยู่ในจิตวิญญาณของเด็กหนุ่มจนร่างทั้งร่างแข็งค้าง ขอบคุณที่ติดตามอ่านจนจบตอนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%