"ถอยไป! คาลอส ระวังข้างซ้าย!"
เสียงตะโกนของเซนดังแข่งกับเสียงกัมปนาทของแท่นหินโบราณที่สลักอักษรเวทมนตร์สีเลือด เสียง "ติ๊ก... ติ๊ก..." ดังสะท้อนก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ราวกับเสียงเต้นของหัวใจปีศาจที่ถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับใหลนานนับพันปี ไอความร้อนระอุแผ่ซ่านออกมาจากรอยแยกของพื้นดิน พร้อมกับออร่าสีดำทมิฬที่เริ่มบิดเบี้ยวอากาศรอบตัวจนเกิดเป็นคลื่นความร้อนระลอกใหญ่
คาลอสกัดฟันกรอด เปลวไฟสีส้มอมแดงลุกโชนท่วมสองมือ แผดเผาเศษซากอสูรพฤกษาที่พยายามเลื้อยเข้ามารangคานอย่างไม่ขาดสาย แม้เหงื่อกาฬจะไหลท่วมใบหน้าคมคายจนเปียกชุ่ม แต่แววตาของเด็กหนุ่มตระกูลอัคคีไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้าเพื่อปกป้องสหายร่วมรบ
"มันไม่ใช่แค่กลไกเวทมนตร์ธรรมดาเซน!" คาลอสตะโกนกลับเสียงดัง ฝ่ามือร้อนผ่าวซัดลูกไฟอัดกระแทกใส่โครงกระดูกเวทมนตร์ที่ผุดขึ้นมาจากใต้ดิน "โครงสร้างวงแหวนเวทมนตร์ข้างใต้นั่น... มันกำลังดูดกลืนมานาจากชั้นบรรยากาศรอบตัวเราไปเรื่อยๆ ถ้าปล่อยให้เวลาบนหน้าปัดนั่นหมดลง ฉันเกรงว่าพวกเราจะไม่ได้แค่บาดเจ็บแน่!"
อาช่า อาจารย์สาวลึกลับผู้ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลัง ขยับแว่นตากรอบเงินเล็กน้อย นัยน์ตาสีเทาเข้มของเธอกวาดมองอักษรโบราณบนแท่นหินด้วยความรวดเร็ว นิ้วเรียวยาววาดลวดลายกลางอากาศเพื่อสร้างบาตรป้องกันแรงกระแทก แม้ใบหน้าของเธอจะยังคงความเรียบเฉย แต่มือที่สั่นเทานิดๆ นั้นบ่งบอกว่าสถานการณ์ในตอนนี้เกินขีดจำกัดที่ตำราเรียนในหอสมุดหลวงเคยบันทึกไว้เสียแล้ว
"นั่นคือ 'นาฬิกาพิพากษาโลหิต' เป็นสถาปัตยกรรมเวทมนตร์ยุคโบราณที่ถูกใช้ผนึกผนังกั้นมิติระหว่างแดนมนุษย์กับเขตแดนต้องห้ามค่ะ" เสียงหวานนุ่มแต่เยือกเย็นของอาจารย์อาช่าดังแทรกผ่านเสียงระเบิด "การที่มันเริ่มเดินเครื่องหมายความว่า 'เงื่อนไข' บางอย่างถูกกระตุ้น... และเป้าหมายของมันคือการล้างบางสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในรัศมีหนึ่งกิโลเมตรเพื่อรีเซ็ตระบบเวทมนตร์"
เซนหันไปมองหน้าอาจารย์สาวสลับกับแท่นหินสีเลือด หัวใจของเขาเต้นรัวระรัว ปมในใจเรื่องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของพี่ชายพรั่งพรูขึ้นมาในหัว สมองของเด็กหนุ่มประมวลผลอย่างรวดเร็วด้วยทักษะการวิเคราะห์ที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วง หากทำลายมันด้วยพละกำลังอย่างที่คาลอสกำลังทำ แรงสะท้อนจากอักษรเวทมนตร์สีเลือดอาจทำให้บาตรป้องกันพังทลาย และพวกเขาทั้งหมดจะกลายเป็นจุลในพริบตา
*มีทางอื่น... ต้องมีวิธีอื่นสิ!* เซนบอกตัวเองในใจ ขณะที่สายตาสังเกตเห็นจุดอ่อนเล็กๆ บนแท่นหิน ตรงรอยต่อระหว่างอักษรเวทตัวที่สามและตัวที่สี่ มีความผันผวนของมานาที่อ่อนแอกว่าจุดอื่นเล็กน้อย ซึ่งเป็นผลมาจากความเก่าแก่ของวัสดุ
ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง...
"ระวัง!"
คาลอสคำรามลั่น พร้อมกับพุ่งตัวเข้ามารับแรงกระแทกจากลำแสงสีเลือดที่พุ่งออกมาจากแท่นหิน ร่างของทายาทตระกูลอัคคีกระเด็นถอยหลังไปหลายเมตร กระแทกเข้ากับผนังถ้ำหินจนเกิดเสียงดังสนั่น คาลอสกระอักเลือดออกมาคำโต แขนซ้ายลู่ตกด้วยแรงกระแทกมหาศาล เปลวไฟที่มือข่วมอดดับลงในพริบตา
"คาลอส!" เซนเบิกตากว้าง ความโกรธและความตกใจตีรวนขึ้นมาในอกจนหายใจแทบไม่ออก
"ฉัน... ฉันยังไหว..." คาลอสพยายามยันตัวเองลุกขึ้น แต่บาดแผลฉกรรจ์บริเวณหัวไหล่และพิษเวทมนตร์สีเลือดที่กัดกินผิวเนื้อกำลังทำให้มานาในร่างกายของเขารั่วไหลอย่างรวดเร็ว หากปล่อยไว้เกินสามนาที เนื้อเยื่อส่วนนั้นจะเน่าเปสและสูญเสียการใช้งานไปตลอดกาล
อาจารย์อาช่าพยายามจะพุ่งเข้ามาช่วย แต่เงาดำประหลาดนับสิบสายจากรอยแยกเบื้องล่างกลับพุ่งขึ้นมาพันธนาการเรียวขาของเธอไว้จนขยับเขยื้อนไม่ได้ "ฉันถูกตรึงไว้... เซน! ใช้ธาตุแสงของเธอ...!"
เซนทรุดตัวลงคุกเข่าข้างกายคาลอส มือทั้งสองข้างสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ ธาตุแสงในร่างกายของเขาขึ้นชื่อเรื่องความบริสุทธิ์และความรุนแรงในการโจมตี แต่วิธีการ 'เยียวยา' ด้วยแสงนั้น... เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยทำสำเร็จเลยสักครั้งในคาบปฏิบัติการ การควบคุมความถี่ของแสงเพื่อสมานเซลล์เนื้อเยื่อที่ถูกทำลายด้วยเวทมนตร์มืด เป็นศาสตร์ขั้นสูงที่แม้แต่นักเวทระดับกลางยังต้องใช้เวลาฝึกฝนเป็นปี
"ฉันทำไม่ได้... มานาของฉันมันควบคุมยากเกินไป คาลอสอาจจะ..." เซนพึมพำกับตัวเอง ความทรงจำในวันที่พี่ชายถูกกล่าวหาว่าใช้เวทมนตร์ต้องห้ามผุดขึ้นมาซ้ำเติม ความรู้สึกไร้พลังบีบหัวใจของเขาจนเจ็บแปลบ
*ติ๊ก... ติ๊ก... (เหลือเวลาอีกสิบวินาที)*
เสียงนาฬิกาพิพากษาเร่งจังหวะเร็วขึ้น ไอสีเลือดแผ่ขยายปกคลุมร่างของคาลอสจนแทบมองไม่เห็นตัว
ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง เซนหลับตาลง ปิดกั้นเสียงรอบข้างทั้งหมด ตัดความกลัวและความลังเลใจออกไปจนหมดสิ้น เขาจำคำสอนของอาจารย์อาช่าในห้องเรียนประวัติศาสตร์เวทมนตร์ได้ขึ้นใจ—*เวทมนตร์ธาตุแสงไม่ได้เกิดจากการบังคับฝืนใจให้มันส่อง 0 กว้าง แต่เกิดจากการยอมรับความอ่อนแอ แล้วปล่อยให้แสงสว่างไหลไปตามความตั้งใจที่บริสุทธิ์ที่สุด*
เด็กหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก ภายในห้วงจิตสำนึกของเซน ระบบแจ้งเตือนเวทมนตร์ที่เคยนิ่งเงียบมาตลอดพลันปรากฏแสงสีฟ้าอ่อนขึ้นมา:
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบภาวะวิกฤตทางจิตใจของโฮสต์]
[เงื่อนไขพิเศษปลดล็อก: บรรลุสภาวะ 'จิตประสานแสงบริสุทธิ์']
[กำลังเริ่มต้นการถ่ายโอนมานาธาตุแสงขั้นสูง...]
วูบ!
แสงสว่างเจิดจ้าสีฟ้าครามผสมผสานกับประกายออร่าสีทองบริสุทธิ์พวยพุ่งออกจากร่างของเซน แสงนั้นไม่ได้ก반าดเกรี้ยวหรือแผดเผาเหมือนเปลวไฟของคาลอส แต่มันนุ่มนวลและอุ่นสบายราวกับแสงแรกของวันที่สาดส่องลงบนผืนป่าในฤดูใบไม้ผลิ เซนลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีดำสนิทสะท้อนประกายแสงเรืองรอง ละอองแสงนับล้านชิ้นลอยวนรอบตัวเขาก่อนจะพุ่งเข้าโอบล้อมร่างของคาลอสอย่างแม่นยำ
"นี่มัน... อะไรกัน..." คาลอสพึมพำด้วยความทึ่ง เมื่อสัมผัสได้ว่าความเจ็บปวดแสนสาหัสบริเวณหัวไหล่กำลังเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว เนื้อเยื่อที่ถูกพิษเวทมนตร์สีเลือดกัดกินค่อยๆ สมานตัวเข้าหากันอย่างอัศจรรย์ คราบเลือดจางหายไป เหลือเพียงผิวหนังปกติที่กลับมาสมบูรณ์แบบราวกับไม่เคยมีแผลเกิดขึ้นมาก่อน
อาจารย์อาช่าเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นัยน์ตาสีเทาเข้มของเธอสะท้อนภาพเด็กหนุ่มที่กำลังควบคุมแสงสว่างระดับที่สามารถพลิกฟื้นเซลล์สิ่งมีชีวิตได้ในชั่วพริบตา *เด็กคนนี้... พัฒนาก้าวกระโดดไปถึงขั้นนั้นแล้วจริงๆ หรือ? ในวัยเพียงเท่านี้เนี่ยนะ?*
ทว่า ความสำเร็จในการเยียวยาสมานแผลให้สหายร่วมรบยังไม่ทันทำให้เซนได้พักหายใจ รอยแยกของพื้นดินที่สงบลงไปชั่วครู่กลับระเบิดออกอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แท่นหินโบราณ แต่เป็นเงาดำมหึมาที่มีดวงตาสีแดงฉานนับร้อยคู่กำลังจ้องมองขึ้นมาจากก้นเหวลึก พร้อมกับเสียงคำรามต่ำๆ ที่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณ และเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังขึ้นข้างหูของเซนอย่างชัดเจน
"ในที่สุด... ก็หาเจอแล้ว... ผู้สืบสายเลือดแห่งความมืดที่แท้จริง..."
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเซนและผองเพื่อนในบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ไร้เงา•ตอนที่ 14
พลังที่ตื่นขึ้นในภาวะวิกฤต
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!