กลิ่นอายของยางไม้โบราณและละอองสปoresสีเขียวเรืองแสงคละคลุ้งจนแสบจมูก เซนกัดฟันแน่นจนกล้ามเนื้อกรามเกร็งนูน ขณะที่ร่างของเขากำลังแนบติดกับเปลือกไม้หนาของต้นพฤกษาโบราณ รากไม้ขนาดมหึมานับสิบเส้นกำลังเลื้อยพล่านราวกับงูยักษ์กระหายเลือดบนพื้นดิน ปลายรากแหลมคมปักทะลุพื้นดินจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เศษดินและใบไม้ปลิวว่อนท่ามกลางม่านหมอกสีครามจาง ๆ ของป่าเวทมนตร์ยามค่ำคืน
[แจ้งเตือนด่วน: เผชิญหน้ากับเป้าหมายระดับ SSS - "เงาแห่งพันธสัญญาเลือด"]
[เงื่อนไขการเอาชีวิตรอด: ปลดล็อกพลังธาตุแสงขั้นที่ 2 ภายใน 180 วินาที มิฉะนั้นจิตวิญญาณจะถูกกลืนกินถาวร]
เสียงแจ้งเตือนใส ๆ ของระบบเวทมนตร์ก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แต่มันกลับฟังดูคล้ายเสียงนับถอยหลังสู่ความตายในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ หน้าจอสีฟ้าโปร่งใสปรากฏขึ้นตรงหน้า บ่งบอกเวลาที่กำลังไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว—142... 141... 140 วินาที
"บ้าเอ้ย... มาเร็วเกินไปแล้ว!" คาลอสสบถเสียงดัง มือข้างหนึ่งกำคฑาธาตุไฟแน่นจนประกายไฟสีส้มลุกโชนขึ้นขับไล่ความมืด แสงไฟสว่างวาบเผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อไคลของสหายร่วมรบ ทายาทตระกูลเพลิงกางโล่เวทมนตร์รูปทรงหกเหลี่ยมขึ้นรับการโจมตีจากกิ่งไม้หนาที่ฟาดลงมาอย่างรุนแรง เสียงระเบิดดังสนั่นจนแรงกระแทกทำให้เซนต้องถอยหลังไปหลายก้าว
"คาลอส! อย่าใช้ไฟพร่ำเพรื่อ รากพวกนี้ดูดซับพลังงานเวทมนตร์ได้ ยิ่งนายโจมตีด้วยความร้อนสูง มันยิ่งเติบโตเร็วขึ้น!" เสียงหวานนุ่มแต่เด็ดขาดดังขึ้นจากเบื้องหลัง อาช่า อาจารย์สาวลึกลับก้าวเท้าออกมาจากกลุ่มหมอกอย่างเงียบเชเชียบ เส้นผมสีเงินยวงสะท้อนกับแสงเรืองรองของพืชพรรณ เธอยกมือขึ้นวาดลวดลายกลางอากาศ วงแหวนเวทมนตร์สีครามซับซ้อนปรากฏขึ้นเพื่อสร้างเกราะคุ้มกันอีกชั้นให้ทั้งสามคน
เซนเหลือบมองอาจารย์สาวแวบหนึ่ง หัวใจของเขาเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก ข้อมูลจากตำราโบราณที่อาช่าเคยสอนผุดขึ้นมาในหัว *อสูรพฤกษาแห่งพันธสัญญา* ไม่ได้โจมตีด้วยพละกำลังกายภาพ แต่มมันโจมตี "จิตวิญญาณ" ผ่านทางละอองสปoresที่สูดดมเข้าไป
นั่นคือเหตุผลว่าทำไมระบบถึงบังคับให้เขาต้อง "ปลดล็อกพลังธาตุแสงขั้นที่ 2" เพราะมีเพียงแสงบริสุทธิ์ที่มีคุณสมบัติชำระล้างเท่านั้นที่จะเผา
ผลาญรากเหง้าแห่งความมืดนี้ได้!
*แต่ฉันยังควบคุมมันไม่ได้สมบูรณ์เลยนี่สิ...* เซนสูดลมหายใจเข้าลึก
พยายามกดความหวาดกลัวที่กำลังกัดกินขั้วหัวใจลงไป ภาพเหตุการณ์ในอดีต วันที่พี่ชายของเขาถูกกล่าวหาว่าเป็นคนทรยศต่อสถาบันเวทมนตร์ผุดขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความรู้สึกไร้พลัง ความคับแค้น และความมุ่งมั่นที่จะแก้ต่างให้ครอบครัวกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่หล่อเลี้ยงพลังในกาย
[เวลาคงเหลือ: 95 วินาที]
"เซน!" เสียงเรียกของคาลอสฉุดเขากลับสู่ความเป็นจริง โล่ไฟของเพื่อนสนิทเริ่มมีรอยร้าว รากไม้ยักษ์พุ่งทะลุดินขึ้นมาหมายจะเสียบทะลวงร่างของคาลอสจากด้านหลัง
"ระวัง!" เซนพุ่งตัวออกไปด้วยสัญชาตญาณ เขาควAМคฑาไม้เนื้ออ่อนประจำตัวขึ้นมา ปลายคฑาสั่นเทาด้วยกระแสพลังเวทมนตร์ที่ปั่นป่วน เขาไม่ได้ใช้คาถาโจมตี แต่เลือกที่จะทิ้งตัวลงขวางหน้าเพื่อน พร้อมกับถ่ายเทพลังเวทธาตุแสงที่เหลืออยู่น้อยนิดลงสู่พื้นดิน
*ตูม!*
แรงปะทะทำให้กระดูกทั่วร่างของเซนเหมือนจะแหลกสลาย รสชาติเค็มปร่าของเลือดไหลซึมออกมาจากมุมปาก ละอองสปoresสีเขียวเข้มทะลักเข้าสู่ปอดของเขาผ่านทางการหายใจที่หอบเหนี่ยว ในวินาทีนั้นเอง โลกทั้งใบก็เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท เสียงรอบตัวเงียบงัน ราวกับจิตวิญญาณกำลังถูกดึงดูดลงสู่ห้วงเหวลึกที่ไร้ก้นบึ้ง
*นี่ฉันกำลังจะ... แพ้งั้นเหรอ?*
[แจ้งเตือน: ตรวจพบภาวะวิกฤตทางจิตวิญญาณ กระบวนการกลืนกินเริ่มต้น 60%]
"เด็กโง่..." เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่ทรงพลังดังขึ้นข้างหู เซนรู้สึกถึงสัมผัสอบอุ่นที่แนบบนแผ่นหลัง มือเรียวบางแต้มด้วยไอเวทสีเงินบริสุทธิ์ของอาช่าทาบทับลงบนมือของเขาที่ถือคฑาอยู่ "อย่าปล่อยให้ความกลัวมาครอบงำแสงสว่างในตัวเธอ เซน... ธาตุแสงไม่ใช่เครื่องมือทำลายล้าง แต่มันคือการ 'ตื่นรู้' ต่างหาก"
ดวงตาของเซนเบิกกว้างขึ้น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของอาจารย์สาวแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ไล่ความมืดมิดที่กำลังกัดกินจิตวิญญาณให้ถอยร่นไป เขารู้สึกได้ถึงกระแสมานาอันบริสุทธิ์ที่ไหลเวียนผ่านจุดชีพจรทั่วร่างกาย มันไม่ใช่พลังที่เกรี้ยวกราดเหมือนไฟของคาลอส แต่มันคือกองไฟอุ่น ๆ ในคืนฤดูหนาว เป็นแสงอาทิตย์แรกที่สาดส่องผ่านรอยต่อของยอดไม้
เซนหลับตาลง ปล่อยวางความกังวลทั้งหมด ตั้งสติให้มั่นคงดั่งผืนน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น
[เวลาคงเหลือ: 15 วินาที]
*10... 9... 8...*
ดวงตาของเซนลืมโพลงขึ้นอีกครั้ง ในวินาทีนั้น นัยน์ตาสีดำสนิทของเด็กหนุ่มแปรเปลี่ยนเป็นประกายสีทองเจิดจ้า รัศมีแสงสีขาวนวลแผ่ขยายออกรอบตัวเป็นวงกว้าง รากไม้ยักษ์ที่พุ่งเข้ามาหยุดชะงักทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงออร่าอันศักดิ์สิทธิ์
"ธาตุแสงขั้นที่... การปลดล็อกสมบูรณ์"
เสียงระบบดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่หน้าจอแจ้งเตือนจะแตกสลายกลายเป็นละอองแสง เซนยกคฑาขึ้นชี้ตรงไปยังรากไม้เบื้องหน้า ไม่มีการท่องคาถา ไม่มีการร่ายอาตราที่ซับซ้อน มีเพียงเจตจำนงอันแน่วแน่ที่เปล่งประกายออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ
"ประกายแสงแห่งการชำระล้าง—[ศารทولแห่งรุ่งอรุณ]!"
ลำแสงสีทองบริสุทธิ์พุ่งทะยานออกจากปลายคฑาราวกับดาวตก มันสว่างเจิดจ้าจนกลบแสงไฟและหมอกสีครามทั้งหมดในป่าให้หายวับไปในพริบตา เสียงกรีดร้องโหยหวนราวกับภูตผีดังสะท้อนออกมาจากรากไม้พฤกษา ก่อนที่พวกมันจะถูกเผาผลาญจนกลายเป็นเถ้าถธุลีสีขาวและสลายหายไปกับสายลม
ความเงียบสงบกลับคืนสู่ป่าเวทมนตร์อีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงแสงเรืองรองจาง ๆ ของหิ่งห่ายามค่ำคืนและกลิ่นหอมสะอาดสดชื่น
เซนหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ร่างกายทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นหญ้า แต่ก่อนที่เขาจะล้มลงไปนอนกองกับพื้น อ้อมแขนอบอุ่นของคาลอสก็เข้ามาประคองไว้ทันเวลา พร้อมกับสายตาคมกริบของอาช่าที่มองมาด้วยรอยยิ้มบางเบาที่หาได้ยากยิ่ง
"ทำได้ไม่เลวเลยนี่ เจ้าศิษย์ตัวแสบ..." อาช่าเอ่ยชมเบา ๆ พลางยื่นมือเรียวมาหมายจะแตะที่ไหล่ของเขาเพื่อตรวจสอบอาการบาดเจ็บ
ทว่า ในจังหวะที่ความตึงเครียดกำลังคลี่คลายลงนั้นเอง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของพวกเขากลับสั่นสะเทือนขึ้นมาอีกครั้งอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม! ไม่ใช่แรงสั่นจากรากไม้ แต่เป็นแรงกระแทกจากใต้พิภพที่ลึกยิ่งกว่า และสิ่งที่ผุดขึ้นมาจากรอยแยกของพื้นดิน ไม่ใช่อสูรพฤกษา... แต่เป็นแท่นหินโบราณสลักอักษรเวทมนตร์สีเลือด ที่กำลังส่งเสียง "ติ๊ก... ติ๊ก..." ราวกับนาฬิกาจับเวลาแห่งความตายที่เพิ่งเริ่มต้นเดินเครื่องจริง ๆ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเซนนะคะ!
เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ไร้เงา•ตอนที่ 13
กับดักของสัตว์อสูรพฤกษา
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!