"ถ้าก้าวพลาดแม้แต่นิ้วเดียว วงเวทย์เคลื่อนย้ายจะบดขยี้กระดูกของพวกเธอจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง... อย่าได้คิดว่านี่คือทัศนศึกษาในรั้วโรงเรียนเด็ดขาด"
น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงไว้ด้วยแรงกดดันมหาศาลของอาจารย์อาช่า ดังแทรกเสียงคำรามต่ำของห้วงมิติสีครามที่กำลังบิดเบี้ยวตรงหน้า เส้นผมสีเงินยวงของเธอสะท้อนกับแสงเรืองรองจากอักขระโบราณที่ลอยคว้างกลางอากาศ ร่างโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทขยับเพียงเล็กน้อยเพื่อจัดระเบียบถุงมือหนังเวทมนตร์ แต่ทว่าแววตาสีอำพันคู่นั้นกลับกวาดมองกลุ่มนักเรียนปีสองด้วยความเข้มงวดราวกับผู้คุมวิญญาณ
เซนสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนยังคงเด่นชัดในความทรงจำ ประโยคหลอนหูที่ว่า *"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ทายาทแห่งแสงผู้ทรยศ"* ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท ราวกับเงาปริศนาพยายามดึงรั้งเขาให้จมดิ่งลงไปในอดีตที่พี่ชายของเขาเคยทิ้งไว้ แต่ในยามนี้เขายังมีภารกิจเบื้องหน้า—ค่ายฝึกปฏิบัติการนอกสถานที่ครั้งแรก ณ หุบเขาไร้ชื่อ ดินแดนรกร้างที่ถูกลบออกจากแผนที่อาณาจักรมานานกว่าสามร้อยปี
"เฮ้ เซน หน้าซีดเป็นไก่ต้มเลยนะ นายไหวหรือเปล่า?"
คาลอสเอ่ยกระซิบพลางใช้ศอกสะกิดเบาๆ ที่แขนเสื้อของเขา ใบหน้าคมคายของเด็กหนุ่มตระกูลไฟฉายแววเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิด แม้เจ้าตัวจะพยายามทำเสียงให้ร่าเริงเพื่อลดบรรยากาศตึงเครียดรอบตัวก็ตาม มือหนาของคาลอสจับด้ามดาบเวทมนตร์ประจำตระกูลที่ปล่อยไอความร้อนระอุออกมาจางๆ เป็นการเตรียมพร้อม
"ฉันไม่เป็นไร... แค่นอนน้อยไปหน่อยน่ะ" เซนฝืนยิ้มบางๆ ส่งให้สหายสนิท พร้อมกับกระชับถุงมือเวทมนตร์ธาตุแสงในมือซ้าย อณูแสงสีทองจางๆ เปล่งประกายขึ้นมาเพื่อตอบสนองต่อสัญชาตญาณการป้องกันตัวที่ตื่นตัวตลอดเวลา
"เอาล่ะ หมดเวลาพูดคุย ประตูมิติเปิดแล้ว" อาจารย์อาช่าสะบัดมือขวาเบาๆ อักขระเวทมนตร์นับร้อยตัวพุ่งเข้าประสานกันเกิดเป็นเสียงระเบิดก้องกังวาน "จำกฎสามข้อให้ขึ้นใจ: หนึ่ง ห้ามแยกกลุ่มเด็ดขาด สอง หากเจอสิ่งผิดปกติให้ใช้พลارสัญญาณฉุกเฉินทันที และสาม... จงใช้สมองให้มากกว่าพละกำลัง"
สิ้นเสียงคำสั่ง ร่างของพวกเขาก็ถูกกลืนกินด้วยแสงสีครามวาบใหญ่ พร้อมกับแรงเหวี่ยงของมิติจนลมหายใจสะดุด
***
สัมผัสแรกที่ต้อนรับพวกเขาไม่ใช่ความเย็นยะเยือกอย่างที่คิด แต่เป็นกลิ่นอายของดินชื้นและกลิ่นอายโบราณที่เจือจางด้วยละอองมานากลุ่มหนาแน่น หุบเขาไร้ชื่อปรากฏแก่สายตาในรูปแบบของแอ่งกระทะขนาดมหึมา ล้อมรอบด้วยหน้าผาสูงชันที่ถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์หนามสีดำสนิท ท้องฟ้าเบื้องบนไม่ใช่สีครามสดใสตามธรรมชาติ แต่ถูกย้อมด้วยม่านหมอกสีเทาหม่นที่บิดเบี้ยวเป็นลอนคลื่นราวกับมีชีวิต
"นี่น่ะเหรอ... หุบเขาไร้ชื่อ บรรยากาศชวนขนลุกเป็นบ้าเลย" คาลอสพึมพำเบาๆ ขณะกวาดสายตามองรอบตัวด้วยความระแวดระวัง เปลวไฟสีส้มอ่อนถูกจุดขึ้นที่ปลายนิ้วเพื่อส่องทาง
เซนไม่ได้ตอบคำทันที ดวงตาของเขากำลังเพ่งมองไปที่ร่องรอยบนพื้นดิน เบื้องหน้าของพวกเขาคือซากปรักหักพังของเสาหินโบราณที่สลักลวดลายประหลาด—ลวดลายที่คุ้นตาอย่างประหลาด มันคือสัญลักษณ์เดียวกับที่ปรากฏในบันทึกต้องห้ามเกี่ยวกับเหตุการณ์การล่มสลายของตระกูลผู้ใช้เวทมนตร์ธาตุแสงเมื่อสิบปีก่อน
[ตรวจพบร่องรอยพลังงานมานาโบราณ: ธาตุแสงขั้วตรงข้าม (ความมืดกลืนกินแสง)]
[คำเตือน: สภาพแวดล้อมไม่เสถียร ระบบตรวจจับสิ่งมีชีวิตระดับภัยคุกคามกำลังทำงาน...]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบเวทมนตร์ส่วนตัวดังขึ้นในหัวของเซน พร้อมกับหน้าต่างสถานะโปร่งแสงสีฟ้าที่ปรากฏขึ้นเบื้องสายตา หัวใจของเด็กหนุ่มเต้นรัวขึ้นมาทันที ระบบนี้ไม่เคยผิดพลาด... และการที่มันตรวจพบ "ธาตุแสงขั้วตรงข้าม" ในสถานที่รกร้างเช่นนี้ หมายความว่ามีบางสิ่งที่ทรงพลังกำลังรอคอยพวกเขาอยู่
"อาจารย์ครับ..." เซนหันไปหมายจะทักท้วงอาจารย์อาช่า แต่ทว่า... พื้นที่ด้านหลังของพวกเขากลับว่างเปล่า!
ม่านหมอกสีเทาหนาทึบเคลื่อนตัวเข้ามาปิดกั้นเส้นทางถอยกลับอย่างรวดเร็ว เสียงคำรามต่ำของห้วงมิติที่ปิดตายดังขึ้นสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา อาจารย์อาช่าและนักเรียนคนอื่นๆ หายลับไปจากครรลองสายตา ราวกับว่าพวกเขาถูกแยกออกเป็นเขตแดนอิสระด้วยกลไกเวทมนตร์บางอย่างที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา
"เวทมนตร์เขตแดนลวงตา...?" คาลอสหน้าถอดสี รีบดึงดาบออกจากฝักโดยอัตโนมัติ "อาจารย์หายไปไหน? เซน นายเห็นทางออกไหม?"
"ตั้งสติก่อน คาลอส!" เซนพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น แม้เหงื่อกาฬจะเริ่มซึมตามไรผม "นี่ไม่ใช่การพลัดหลงธรรมดา... มีคนจงใจแยกเราออกจากกลุ่มตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามา"
บรรยากาศรอบตัวเริ่มอุณหภูมิลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว ไอเย็นเยียบยะเยือกกัดกินผิวหนังจนรู้สึกชา ไอน้ำจากลมหายใจกลายเป็นสีขาวโพลน เงาดำทึบรูปร่างประหลาดนับสิบเริ่มก่อตัวขึ้นจากพื้นดินรอบกาย พวกมันไม่มีใบหน้า ไม่มีเสียงคำราม มีเพียงดวงตาสีแดงฉานที่จ้องมองมายังเด็กหนุ่มทั้งสองด้วยความกระหายเลือด
เซนยกมือขึ้นตั้งรับ อณูแสงสีทองสว่างวาบขึ้นในความมืดเพื่อขับไล่ความหนาวเหน็บ ทว่าทันทีที่แสงสว่างกระทบกับเงาดำเหล่านั้น เสียงหัวเราะแหบพร่าและเย็นเยียบก็ดังแทรกขึ้นมาจากความว่างเปล่า—เสียงที่เต็มไปด้วยความคุ้นเคยและความเกลียดชังอันล้ำลึก
*"ในที่สุด... ก็ตกลงมาในหลุมพรางจนได้นะ น้องชาย..."*
สิ้นเสียงกระซิบนั้น อักขระสีดำสนิทนับพันก็พุ่งทะยานขึ้นจากพื้นดิน ล้อมรอบตัวเซนและคาลอสไว้ในกรงขังแห่งความมืดที่ไร้ทางหนี ขณะที่เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากม่านหมอก พร้อมกับประกายแสงสีครามอันบิดเบี้ยวที่คุ้นเคยเกินกว่าจะลืมเลือน!
[แจ้งเตือนด่วน: เผชิญหน้ากับเป้าหมายระดับ SSS - "เงาแห่งพันธสัญญาเลือด"]
[เงื่อนไขการเอาชีวิตรอด: ปลดล็อกพลังธาตุแสงขั้นที่ 2 ภายใน 180 วินาที มิฉะนั้นจิตวิญญาณจะถูกกลืนกินถาวร]
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความลับอันดำมืดบทนี้ด้วยกันนะคะ!
เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ไร้เงา•ตอนที่ 12
ค่ายฝึกฤดูร้อน ณ หุบเขาไร้ชื่อ
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!