เศษปูนและฝุ่นควันที่ยังคละคลุ้งในห้องสมุดโบราณไม่ได้ทำให้เซนยอมลดมือลงจากคทาสีครามในมือเลยแม้แต่น้อย
"เซน! นายไม่เป็นไรใช่ไหม!" เสียงตะโกนอย่างร้อนรนของคาลอสทะลุผ่านม่านฝุ่นหนาทึบเข้ามา พร้อมกับเปลวเพลิงสีส้มอุ่นที่แผ่ขยายออกเป็นวงกว้างเพื่อช่วยปัดเป่าเศษซากอาคารที่กำลังจะหล่นลงมาทับพวกเขา สหายร่วมรบหนุ่มพุ่งตัวเข้ามาคว้าไหล่เขาด้วยความตกใจ ขณะที่ดวงตาคู่คมกวาดมองสำรวจร่องรอยการปะทะทั่วร่างของเซน
"ฉัน... ฉันไม่เป็นไรค่ะ... คาลอส" เซนหอบหายใจหนักหน่วง เหงื่อกาฬไหลซึมตามกรอบหน้าคมคาย พลังงานสองขั้วที่เพิ่งระเบิดออกไปเมื่อครู่ยังคงทิ้งกระแสความสั่นสะเทือนไว้ตามปลายนิ้ว แสงสีครามอันบริสุทธิ์ของธาตุแสงผสมผสานกับละอองเงาดำจางๆ คล้ายกลุ่มควัน ปฏิกิริยาอันซับซ้อนนี้คือหลักฐานยืนยันว่าพลังที่หลับใหลในตัวเขากำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่อีกระดับหนึ่งอย่างไม่มีวันย้อนกลับ
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นทว่านุ่มนวลดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลังซากเสาหินที่พังทลาย อาจารย์อาช่าก้าวเดินออกมาจากเงาเงื้อมของชั้นหนังสือโบราณ ใบหน้าเรียบเฉยเป็นนิจของอาจารย์สาวประวัติศาสตร์เวทมนตร์ฉายแววเคร่งเครียดอย่างที่หาได้ยากยิ่ง ดวงตาสสีนิลคู่นั้นกวาดมองร่องรอยการทำลายล้างรอบตัว ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่รอยแยกของพื้นหินอ่อนที่ถูกระเบิดเปิดออกเผยให้เห็นบันไดหินเก่าแก่ทอดยาวลงสู่เบื้องล่าง
"ดูเหมือนว่าการระเบิดเมื่อครู่จะไม่ได้ทำลายแค่ห้องสมุดนะคะ เซน" อาจารย์อาช่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่น่าเกรงขาม นางก้าวเข้าไปใกล้ปากทางลับที่เพิ่งเปิดออก ลมเย็นเยียบที่พัดสอบขึ้นมาจากเบื้องล่างพัดเอา กลิ่นอายของความชื้นและกระดาษเก่าคร่ำคร่าลอยคละคลุ้งเข้ามาแตะจมูก "มันได้เปิดประตูที่ถูกผนึกไว้ด้วยเวทมนตร์โบราณมานานนับร้อยปี... ประตูที่นำไปสู่ห้องใต้ดินชั้นในสุดของหอคอยเวทมนตร์"
คาลอสกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่แสงไฟจากเวทมนตร์ธาตุไฟบนฝ่ามือของเขาถูกเร่งให้สว่างขึ้นเพื่อส่องนำทาง "ห้องใต้ดินชั้นในสุด? ฉันจำได้ว่าในแผนผังโครงสร้างของโรงเรียนเวทมนตร์ ไม่เคยมีบันทึกเกี่ยวกับชั้นนี้มาก่อนเลยนี่ครับ... เอ่อ... ค่ะ!" เจ้าตัวรีบแก้คำพูดทันทีเมื่อเหลือบไปเห็นสายตาดุๆ ที่เต็มไปด้วยระเบียบวินัยของอาจารย์อาช่า
เซนไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา ดวงตาของเขากลับจดจ้องไปยังเศษวัตถุชิ้นหนึ่งที่ตกอยู่ใกล้ปากทางลงบันได มันคือ 'เข็มกลัดประจำตระกูล' ที่สลักลวดลายรูปดวงดาวและปีกนก—สัญลักษณ์ที่เขาคุ้นเคยยิ่งกว่าสิ่งใด เข็มกลัดชิ้นนี้เคยติดอยู่บนปกเสื้อของพี่ชายผู้หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสองปีก่อน
หัวใจของเด็กหนุ่มกระตุกวาบ ร่องรอยของพี่ชายไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ห้องสมุดแห่งนี้ แต่มันกำลังนำทางเขาไปสู่ความมืดมิดที่ลึกยิ่งกว่า
"เราต้องลงไปค่ะ" เซนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว ไม่มีร่องรอยความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ ดวงตาคู่สีฟ้าครามสะท้อนประกายแสงแห่งความมุ่งมั่น คทาในมือถูกกระชับแน่นขึ้น พร้อมกับระบบแจ้งเตือนพลังงานเวทมนตร์ในจิตสำนึกที่เริ่มส่งเสียงติ๊ดเบาๆ เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดฝัน
อาจารย์อาช่าปรายตามองลูกศิษย์หนุ่มผู้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว นางไม่ได้ห้ามปราม แต่มุมปากกลับยกขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหมาย "ระวังตัวด้วยนะคะ กฎของห้องใต้ดินชั้นในไม่ได้ถูกเขียนขึ้นด้วยตัวอักษรบนกระดาษ แต่ถูกเขียนด้วยชีวิตของผู้ที่เคยล่วงล้ำเข้ามาในอดีต... ตามฉันมา"
ทั้งสามก้าวเดินเรียงแถวลงไปตามขั้นบันไดหินที่ลาดชัน บรรยากาศรอบตัวค่อยๆ เยยะเยือกขึ้นเรื่อยๆ จนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ผนังหินสองข้างทางเริ่มปรากฏร่องรอยการขูดขีดและอักขระเวทมนตร์โบราณที่เรืองแสงสีฟ้าจางๆ เป็นระยะ ระบบเวทมนตร์ภายในร่างกายของเซนเริ่มตอบสนองต่อสภาพแวดล้อม ค่าความเสถียรของธาตุแสงผันผวนเล็กน้อยเมื่อเข้าใกล้เขตแดนที่มีความหนาแน่นของพลังงานความมืดสูงขึ้น
เมื่อเดินลงมาถึงเบื้องล่าง สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือโถงกว้างขวางที่สถาปัตยกรรมแตกต่างจากตัวโรงเรียนเวทมนตร์ด้านบนอย่างสิ้นเชิง เสาศิลาขนาดมหาสลักรูปสัตว์ในตำนานตั้งตระหง่านค้ำยันเพดานอันมืดมิด ตรงใจกลางโถงมีแท่นหินวงกลมขนาดใหญ่ บนนั้นมีคัมภีร์โบราณเล่มหนึ่งกางออกอยู่ และรอบๆ แท่นหินมีร่องรอยของการร่ายเวทมนตร์ต้องห้ามที่ยังคงหลงเหลือไอพลังงานคุกรุ่น
"นี่มัน... วงเวทกักเก็บความทรงจำขั้นสูง" อาจารย์อาช่าพึมพำเบาๆ ขณะก้าวเข้าไปใกล้แท่นหิน นางยกมือขึ้นวาดผ่านอากาศเบาๆ เพื่อสลายม่านพลังป้องกันที่อ่อนแรงลง "มีใครบางคนจงใจใช้สถานที่แห่งนี้เพื่อซ่อนความจริงเกี่ยวกับการล่มสลายของอารยธรรมเก่า และ... บางสิ่งที่เชื่อมโยงกับพี่ชายของคุณ เซน"
เซนก้าวเข้าไปใกล้แท่นหินนั้น มือที่สวมถุงมือหนังเอื้อมออกไปแตะหน้ากระดาษของคัมภีร์โบราณ ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส อักขระเวทมนตร์สีครามและสีดำก็พรั่งพรูออกมาจากหน้ากระดาษ ราวกับมีชีวิต มันพุ่งเข้าโอบล้อมร่างของเซนในพริบตาเดียว เสียงกระซิบแผ่วเบานับร้อยเสียงดังขึ้นในโสตประสาท เป็นเสียงที่ก้องกังวานและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
*(“ถ้านายอ่านบันทึกนี้... แสดงว่าฉันคงไม่สามารถกลับไปหาเธอได้แล้ว เซน... ความจริงเรื่องพลังนั้นมันอันตรายเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้...”)*
เสียงของพี่ชายดังชัดเจนอยู่ในห้วงความคิด พร้อมกับภาพความทรงจำที่ไหลทะลักเข้ามาในสมองราวกับเขื่อนแตก ภาพของพี่ชายกำลังต่อสู้กับเงาดำปริศนาภายในห้องใต้ดินแห่งนี้ และประกายแสงสีครามที่ระเบิดออกในวินาทีสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลง
"เซน! เกิดอะไรขึ้น!" คาลอสตะโกนเรียกด้วยความตกใจเมื่อเห็นร่างของเซนถูกห่อหุ้มด้วยพายุพลังงานสองขั้วที่หมุนวนอย่างรุนแรงจนเกิดประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบไปทั่วห้องโถง
อาจารย์อาช่าเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย นางสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนมหาศาลที่ไม่ได้มาจากตัวของเซนเพียงอย่างเดียว แต่มาจากเบื้องล่าง—ลึกลงไปใต้พื้นห้องโถงนี้อีกชั้นหนึ่ง
กึก... กึก... กึก...
เสียงฝีเท้าอันหนักหน่วงและเชื่องช้า ดังสะท้อนก้องขึ้นมาจากความมืดมิดใต้พื้นศิลา มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่เป็นเสียงของเหล็กกล้าที่เสียดสีกัน พร้อมกับไอสังหารเย็นยะเยือกที่แผ่พุ่งขึ้นมาจนทำให้เปลวไฟของคาลอสเกือบมอดดับลงในทันที
คัมภีร์โบราณบนแท่นหินปิดฉากลงเองอย่างแรง และที่กึ่งกลางห้องโถง พื้นศิลาเริ่มปริแยกออกอีกครั้ง พร้อมกับร่างเงาสูงใหญ่สวมชุดเกราะเหล็กสีดำสนิทที่ก้าวขึ้นมาจากรอยแยกนั้น ดวงตาสีแดงฉานคู่หนึ่งลืมตาตื่นขึ้นท่ามกลางความมืดมิด จ้องมองตรงมาที่เซนด้วยจิตสังหารอันเข้มข้นที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งให้แหลกเป็นจุล!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเซนและผองเพื่อนในบทนี้นะคะ
เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ไร้เงา•ตอนที่ 23
บันทึกที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!