“ถ้าเจ้ายังไม่เลิกสั่นแบบนั้น ต่อให้ข้าพยายามถ่ายทอดพลังงานเวทให้สักกี่ครั้ง มันก็ไม่มีทางไหลเวียนเข้าสู่แกนกลางของเจ้าได้หรอกนะ เซน”
น้ำเสียงราบเรียบของอาจารย์อาช่าดังแทรกผ่านเสียงฟ้าร้องกึกก้องจากภายนอกหน้าต่างห้องสมุดต้องห้าม ที่แห่งนี้ดูเล็กลงถนัดตาเมื่อพายุเวทมนตร์ด้านนอกโหมกระหน่ำจนม่านพลังป้องกันของสถาบันสั่นไหว เซนกัดริมฝีปากจนห่อเลือด มือที่กำด้ามไม้เท้าไม้โอ๊กสีซีดของเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ เขาไม่ได้สั่นเพราะความหนาว แต่เป็นเพราะภาพความทรงจำของพี่ชายที่กำลังถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏในบันทึกที่อาจารย์อาช่าเพิ่งวางลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวนั้นต่างหาก
“ผมขอโทษครับ... เอ้ย ขอโทษค่ะอาจารย์” เซนรีบแก้คำพูดเมื่อเห็นสายตาเรียบเฉยคู่นั้นตวัดมามอง “แต่มันยากเกินไปที่จะทำใจให้สงบในเวลาแบบนี้”
อาช่าถอนหายใจยาว แสงสีครามจางๆ จากปลายนิ้วของเธอวาดผ่านอากาศ สร้างเขตอาคมเงียบสงัดขึ้นมาเพื่อตัดขาดเสียงพายุภายนอก เธอวางมือลงบนไหล่ของลูกศิษย์ สัมผัสที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งทำให้เซนชะงัก
“ความแค้นไม่ใช่เชื้อเพลิงที่ดีสำหรับการก้าวข้ามขีดจำกัดหรอกนะ” เธอกล่าวพลางเลื่อนเก้าอี้มานั่งตรงข้าม “ที่เจ้าถามข้าเมื่อวาน... เรื่องอดีตของอารยธรรมที่ล่มสลาย และทำไมข้าถึงต้องดึงดันจะสอนประวัติศาสตร์ที่ไม่มีใครอยากจดจำ”
ดวงตาของอาจารย์สาวที่มักจะซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นสีเงินคู่นั้นวันนี้ดูหม่นแสงลงราวกับมีมวลเมฆหมอกจางๆ ปกคลุม อาช่าค่อยๆ ถอดแว่นออก เผยให้เห็นดวงตาสีน้ำเงินเข้มที่ดูราวกับห้วงสมุทรไร้ก้นบึ้ง ซึ่งในวินาทีนั้น เซนรู้สึกได้ทันทีว่าพลังเวทในตัวของเขาเริ่มตอบสนองต่อบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในตัวเธอ
“สมัยที่ข้ายังเป็นนักเรียน... ข้าเคยมีครอบครัว มีความเชื่อว่าเราสามารถปกป้องความจริงได้ด้วยความรู้” เธอเว้นจังหวะ นิ้วเรียวสวยลูบไปบนรอยแผลเป็นจางๆ ที่ข้อมือซ้าย “แต่ในคืนที่พายุเวทมนตร์พัดถล่มหอจดหมายหลวงเหมือนคืนนี้... สิ่งที่ข้าพยายามปกป้องกลับเป็นสิ่งที่ทำลายล้างทุกอย่างที่ข้ารัก พี่ชายของเจ้าไม่ได้หายไปเพราะเขาเป็นกบฏเซน แต่เขาหายไปเพราะเขาค้นพบว่า ‘เงา’ ที่พวกเจ้าพยายามตามล่า มันไม่ได้มาจากภายนอก แต่มันเติบโตมาจากระบบที่เรากำลังเรียนอยู่นี่แหละ”
เซนเบิกตากว้าง “อาจารย์จะบอกว่า... สถาบันแห่งนี้?”
“อย่าเพิ่งถามหาคำตอบตอนนี้” อาช่าขัดขึ้น เสียงของเธอสั่นเครือเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าว “สิ่งที่เจ้าต้องทำไม่ใช่การแก้แค้นให้พี่ชาย แต่คือการพิสูจน์ให้เห็นว่า ‘ธาตุแสง’ ที่เจ้าครอบครอง ไม่ได้มีไว้เพื่อแผดเผาคนอื่นตามคำสั่งของระบบที่เน่าเฟะ แต่เพื่อส่องสว่างให้เห็นความจริงที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรม”
ทันใดนั้น หน้าต่างบานใหญ่ที่ปิดสนิทถูกแรงลมกระแทกจนแตกละเอียด เศษกระจกเวทมนตร์กรีดผ่านอากาศราวกับใบมีดคมกริบ อาช่าดีดตัวขึ้นยืน มือขวาสร้างโล่แสงสีครามต้านทานแรงปะทะอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เซนพยายามรวบรวมสมาธิเพื่อเรียกธาตุแสงในตัวออกมา แต่มันกลับไม่ยอมตอบสนองเหมือนทุกที
“เซน! ตั้งสติ!” เสียงตะโกนของคาลอสที่วิ่งพรวดพราดเข้ามาจากโถงทางเดินแทรกผ่านเสียงพายุ “พวกผู้คุมกฎ! พวกมันไม่ได้มาเพื่อตรวจตราพายุ แต่มันตามล่าหา ‘ร่องรอย’ ในห้องนี้!”
คาลอสดูทุลักทุเล เสื้อคลุมมีรอยไหม้จากการปะทะกับเวทมนตร์ธาตุไฟของหน่วยรักษาสังคม เขาโยนสมุดบันทึกเก่าแก่เล่มหนึ่งลงบนโต๊ะตรงหน้าเซน “ข้าไปเจอสิ่งนี้ที่ห้องเก็บของต้องห้าม มันมีตราประทับของพี่ชายเจ้า!”
เซนก้มลงมองบันทึกเล่มนั้น ลายมือที่คุ้นเคยปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษที่กรอบเกรียม ทว่าในวินาทีที่เขาสัมผัสหน้าปก เสียงแจ้งเตือนอันเย็นเยียบของ ‘ระบบ’ ที่ไม่ได้ปรากฏมานานหลายเดือนก็ดังก้องขึ้นในโสตประสาท
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบรหัสลับระดับสูงสุด ‘เงาแห่งการล่มสลาย’]
[สถานะภารกิจ: บุกรุกพื้นที่หวงห้ามเพื่อสืบหาความจริง - ดำเนินการล้มเหลว]
[การปรับเปลี่ยนระบบกำลังเริ่มต้น... สถานะผู้พิทักษ์ไร้เงาถูกปลดล็อกโดยสมบูรณ์]
เงาของเซนที่ทอดอยู่บนพื้นห้องสมุดเริ่มขยับตัวอย่างผิดธรรมชาติ มันไม่ได้เคลื่อนไหวตามร่างกายของเขา แต่มันกำลัง ‘ลุกขึ้นยืน’ ราวกับมีชีวิตอิสระ ท่ามกลางความตื่นตระหนกของอาช่าและคาลอส ประตูห้องสมุดถูกพังทะลวงเข้ามาด้วยพลังมหาศาลจากภายนอก พร้อมกับร่างของชายในชุดคลุมสีดำสนิทที่เซนจำได้ดีว่าเป็นหนึ่งในสภาสูงของโรงเรียน
“ในที่สุด... ก็หาเจอสักทีนะ เด็กชายผู้แบกรับความลับของตระกูลที่สาบสูญ” ชายคนนั้นกล่าวด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นพลางชี้ไม้คทามาที่เซน
เซนรู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากเงามืดใต้ฝ่าเท้าของเขา มันไม่ใช่พลังธาตุแสงที่เขาคุ้นเคย แต่มันคือพลังที่รุนแรงและมืดมิดกว่าสิ่งใดที่เขาเคยสัมผัส ทันใดนั้น เงาสีดำสนิทพุ่งขึ้นมาพันธนาการแขนขวาของเขาไว้ ราวกับกำลังจะดึงเขากระชากลงสู่ห้วงเหวแห่งความลับที่อาช่าพยายามปิดบังมาตลอดชีวิต
“อย่าขยับ!” อาช่าร้องเตือนพลางขยับตัวจะเข้ามาช่วย แต่ชายชุดดำกลับดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว ร่างของเธอก็แข็งค้างกลางอากาศด้วยโซ่ตรวนเวทมนตร์ที่ไร้ที่มา
เซนหันไปมองอาจารย์สาวที่ดวงตาสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะก้มลงมองบันทึกในมือที่ตอนนี้เริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทและหลอมรวมเข้ากับเงาที่แขนของเขา เสียงกระซิบที่คุ้นเคยของพี่ชายดังขึ้นข้างหู... *‘หนีไปเซน... อย่าให้ใครรู้ว่าเจ้าคือกุญแจสำคัญ’*
ท่ามกลางเสียงระเบิดของเพดานห้องสมุดที่พังทลายลงมาตามแรงลมพายุ เซนตัดสินใจทำสิ่งที่คาดไม่ถึง เขาหลับตาลง รวบรวมพลังที่ขัดแย้งกันสองขั้ว—แสงสีครามจากพลังธาตุที่เขาฝึกฝนมา กับเงามืดลึกลับที่เพิ่งตื่นขึ้นมาในตัว—แล้วระเบิดมันออกไปรอบทิศทางจนเกิดแสงสว่างจ้าจนมองไม่เห็นสิ่งใด
“เซเลสเทียละอองเวท ขอให้รี้ดเดอร์ทุกท่านประทับใจกับการเดินทางบทนี้และมาร่วมลุ้นไปกับเซนในตอนถัดไปนะคะ!”
เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ไร้เงา•ตอนที่ 22
อาช่าในวันที่พายุเข้า
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!