"ถ้านายยังร่ายคาถาบทที่สามด้วยจังหวะหอบหายใจแบบนั้น พรุ่งนี้ตอนประเมินภาคปฏิบัติ คาลอส นายคงได้กลายเป็นเกี๊ยวทอดไหม้เกรียมคามือฉันจริงๆ แน่ค่ะ"
น้ำเสียงติดตลกเจือความเอ็นดูดังขึ้น ท่ามกลางประกายไฟสีส้มอมแดงที่สะท้อนวับอยู่บนม่านตาคู่ใสของเซน เด็กหนุ่มกำลังใช้ปลายนิ้วบรรจงวาดวงแหวนเวทมนตร์ธาตุแสงสีครามบริสุทธิ์ลงบนแผ่นศิลาซับแรงกระแทก ลวดลายอักขระโบราณค่อยๆ เปล่งแสงเรืองรองประสานเข้ากับความร้อนระอุของเปลวเพลิงที่ลอยวนอยู่รอบตัว ท่ามกลางห้องฝึกซ้อมส่วนตัวใต้หอพักปีสองที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของผงเวทมนตร์และเหงื่อจางๆ
คาลอสทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้นหินอ่อนอย่างไร้มาดทายาทตระกูลขุนนางเวทมนตร์ชื่อดัง เขายกแขนเสื้อขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผากลวกๆ พลางส่งเสียงฮึดฮัดในลำคออย่างขัดใจ
"ก็มันยากนี่เซน! เปลวเพลิงอัคคีคลั่งของตระกูลฉันพอรวมเข้ากับอณูแสงละมุนละไมของนายทีไร มันกล ายเป็นปฏิกิริยาต่อต้านกันเองทุกที นายก็รู้ว่าฉันถนัดใช้กำลังเข้าหักหาญมากกว่ามานั่งบรรจงปักเข็มร้อยด้ายเวทมนตร์แบบนายนะ"
คาลอสบ่นอุบอิบ แต่ดวงตาสสีเพลิงคู่นั้นกลับทอดมองเพื่อนสนิทด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้รอยยิ้มกวนๆ ตั้งแต่วันแรกที่เขาเลือกยืนเคียงข้างเด็กหนุ่มผู้มีมุ่งมั่นจะล้างมลทินให้พี่ชาย คาลอสไม่เคยคิดเลยว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาจะเดินทางมาไกลถึงขนาดนี้—จากเพื่อนร่วมชั้นที่ไม่มีใครยอมรับ สู่สหายร่วมรบที่อ่านใจกันได้เพียงแค่ปลายสายตา
เซนส่ายหน้าเบาๆ รอยยิ้มบางๆ จุดขึ้นที่มุมปากอย่างอ่อนโยน เขาเก็บแก่นเวทธาตุแสงลงในแหวนมิติ ก่อนจะเดินเข้าไปหาเพื่อนรัก พร้อมกับยื่นขวดแก้วบรรจุน้ำยาฟื้นฟูมานารสชาติแอปเปิ้ลเขียวที่อาจารย์อาช่าเคยแนะนำให้พกติดตัวไว้ให้
"ดื่มซะหน่อยเถอะค่ะ หน้าตานายตอนนี้ซีดเซียวจนเหมือนภูตพรายไร้เงาเข้าไปทุกทีแล้วนะ" เซนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พลางทิ้งตัวลงนั่งขัดสมาธิเคียงข้างคาลอสบนพื้นเย็นเฉียบ
คาลอสรับขวดแก้วมาถือไว้ แต่มือหนากลับไม่ได้ยกขึ้นดื่ม เขากลับกุมมันไว้แน่น นัยน์ตาสีเพลิงทอดมองไปยังแสงเรืองรองจางๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่บนปลายนิ้วเรียวของเซน บรรยากาศภายในห้องฝึกซ้อมยามวิกาลเงียบสงบลง มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอและเสียงคBบน้ำยาในขวดเบาๆ
"เซน..." เสียงของคาลอสแผ่วเบาลงกว่าปกติ ความซุกซนขี้เล่นเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความจริงจังที่สะท้อนผ่านแววตา "นายเคยคิดไหมว่า... ถ้าวันหนึ่งความจริงเรื่องพี่ชายของนายปรากฏขึ้นมาจริงๆ และมันไม่ได้สวยงามอย่างที่เราคาดหวังไว้ นายจะทำยังไงต่อ?"
คำถามนั้นราวกับสายลมหนาวที่พัดผ่านเข้ามาในห้องฝึกซ้อมที่อบอุ่น เซนชะงักไปเล็กน้อย เปลือกตาบางกะพริบลงช้าๆ เพื่อซ่อนประกายความไหววูบในดวงตา ปมในใจเรื่องพี่ชายคือแผลเป็นที่เขากลบฝังไว้ด้วยความมุ่งมั่นมาตลอด แต่วันนี้... เมื่อมันถูกเอ่ยขึ้นมาจากปากของคนสำคัญที่ร่วมฟันฝ่าความยากลำบากมาด้วยกัน ความรู้สึกอึดอัดบางเบาจึงก่อตัวขึ้นในทรวงอก
เซนไม่ได้ตอบทันที เขายื่นมือออกไปแตะเบาๆ ที่ไหล่หนาของคาลอส สัมผัสอุ่นร้อนจากร่างกายของเพื่อนสนิทส่งผ่านเข้ามา ทำให้ความหวาดกลัวลึกๆ ในใจสงบลงอย่างประหลาด
"ถ้าวันนั้นมาถึงจริงๆ..." เซนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มั่นคง หนหนักแน่นราวกับรากแก้วของต้นไม้โบราณ "ฉันก็คงไม่เสียใจหรอกค่ะคาลอส เพราะอย่างน้อย... ระหว่างทางที่ฉันก้าวเดินไปเพื่อค้นหาความจริง ฉันไม่ได้เดินอยู่คนเดียวเหมือนอย่างเคย"
เซนเงยหน้าขึ้นสบตา สีหน้าจริงจังไร้ซึ่งความลังเล รอยยิ้มจางๆ ที่ปรากฏบนใบหน้าหวานละมุนนั้นเปี่ยมไปด้วยพลังบางอย่างที่ทำให้หัวใจของคาลอสกระตุกวูบ
"ขอบคุณนะ... ที่คอยอยู่ข้างฉันมาตลอด"
คำพูดเรียบง่ายแต่จริงใจของเซนทำเอาคาลอสถึงกับนิ่งงบไป ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู ไม่ใช่เพราะพิษไข้จากพลังเวทธาตุไฟ แต่เป็นเพราะความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจจนเกือบจะหายใจไม่ทั่วท้อง คาลอสรีบยกขวดน้ำยาขึ้นดื่มกลบเกลื่อนอาการเขินอายที่เผลอแสดงออกมา ก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อน
"ฮ... เฮ้ย! พูดจาเลี่ยนเป็นบ้าเลยนะเซน! แบบนี้ฉันก็แย่สิ นึกว่าจะซึ้ง ที่แท้ก็หยอดคำหวานใส่กันเหรอเนี่ย!" คาลอสโวยวายเสียงดัง กลบเกลื่อนใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด
เซนหัวเราะคิกคักออกมาเบาๆ บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่สลายหายไปราวกับควันไฟ แทนที่ด้วยความอบอุ่นละมุนละไมที่เชื่อมโยงความรู้สึกของทั้งสองคนให้แนบแน่นยิ่งขึ้นกว่าเดิม
ทว่า ในขณะที่รอยยิ้มกำลังแต้ม 2 ข้างแก้มของทั้งคู่ ประตูเหล็กกล้าหนาหนักของห้องฝึกซ้อมใต้ดินที่ควรจะถูกลงอาคมป้องกันแน่นหนากลับส่งเสียง "คลิก" เบาๆ—เสียงกลไกเวทมนตร์ระดับสูงที่ถูกปลดล็อกโดยผู้ที่มีสิทธิ์เข้าถึงสูงสุด!
ประกายไฟสีครามบนศิลาฝึกซ้อมดับวูบลงทันที ความหนาแน่นของมานาในห้องเปลี่ยนโครงสร้างอย่างฉับพลัน อากาศรอบตัวเย็นยะเยือกจนขนลุกชัน เงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทของอาจารย์อาช่าก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามา พร้อมกับแผ่นกระดาษม้วนผนึกตราประทับสีทองอร่ามที่สั่นระริกด้วยพลังงานเวทมนตร์อันน่าสะพรึงกลัว
"เลิกเล่น1เป็นเด็กๆ กันได้แล้วค่ะ... เด็กๆ" น้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชา และทรงอำนาจเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ดวงตาคมกริบภายใต้ฮู้ดสีดำกวาดมองทั้งสองคนด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
"เกิดอะไรขึ้นเหรอครับอาจารย์อาช่า?" เซนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สัญชาตญาณเตือนภัยใน1ตัวเริ่มส่งเสียงกรีดร้อง
อาช่าไม่ตอบคำถาม เธอสะบัดข้อมือเบาๆ แผ่นกระดาษม้วนนั้นก็ลอยเคว้งกลางอากาศ ก่อนจะคลี่ออกเผยให้เห็นอักษรเรืองแสงสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นมาใหม่สดๆ ร้อนๆ
**[แจ้งเตือนระบบภารกิจพิเศษ: ตรวจพบการปลุก "เขตอาคมต้องห้าม" บริเวณชั้นใต้ดินระดับ 4 ของหอสมุดกลาง คลื่นพลังงานเทียบเท่าภัยพิบัติระดับ SSS กำลังคุกคามโครงสร้างทั้งหมด!]**
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเซนและผองเพื่อนในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ไร้เงา•ตอนที่ 21
ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ก่อตัว
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!