เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ไร้เงา•ตอนที่ 20

ทฤษฎีเวทที่ไม่มีในตำรา

ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
"ถ้าสูตรโครงสร้างของวงเวทธาตุแสงยังยึดติดกับเรขาคณิตแบบสมมาตรแปดเหลี่ยมเหมือนในตำรา... พวกเราก็ไม่มีทางเจาะเกราะเวทของตระกูลวาลคีรีได้ทันก่อนหมดเวลาคาบฝึกซ้อมหรอกค่ะ คาลอส!" เสียงใสของเซนเอ่ยแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องสมุดใต้ดิน อาณาเขตต้องห้ามที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของกระดาษเก่าและฝุ่นผงแห่งกาลเวลา บนโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ แสงจากผลึกเวทสีฟ้าอ่อนสะท้อนใบหน้าเคร่งเครียดของเด็กหนุ่ม ดวงตาคู่คมจ้องมองแผนผังเวทมนตร์สามมิติที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ มันคือวงเวทธาตุแสงที่เขาพยายามดัดแปลงมานานนับสัปดาห์ แต่ไม่ว่าจะลองสักกี่ครั้ง เส้นสายระยิบระยับเหล่านั้นก็มักจะระเบิดใส่หน้าตัวเองจนผมเผ้ากระเซิงทุกที คาلอสที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังฝั่งตรงข้าม ถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมกับโยนปากกาขนนกในมือลงบนโต๊ะ เสียงโลหะกระทบไม้ดังสะท้อนเบาๆ "นายจะฝืนธรรมชาติของธาตุแสงไปถึงไหนกัน เซน?" ทายาทตระกูลเวทมนตร์ธาตุไฟขมวดคิ้วมุ่นอย่างนึกห่วง น้ำเสียงห้วนจัดตามประสาคนใจร้อนแต่แฝงความห่วงใยไว้เต็มเปี่ยม "ใครๆ ก็รู้ว่าเวทแสงมันถูกออกแบบมาเพื่อการโจมตีเป็นเส้นตรงหรือการชำระล้างในวงกว้าง ตำราหลวงเขียนไว้ชัดเจนตั้งแต่ยุคปฐมกษัตริย์ นายคิดว่าตัวเองฉลาดกว่าเหล่าปราชญ์โบราณร้อยปีหรือไง?" "ฉันไม่ได้คิดว่าตัวเองฉลาดกว่าหรอกนะคาลอส..." เซนพึมพำเบาๆ ปลายนิ้วเรียวยาวตวัดกลางอากาศอย่างไร้ทิศทาง ควบคุมละอองแสงสีทองคำขาวให้รวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนเล็กๆ "แต่พี่ชายของฉัน... เขาเคยบอกไว้ว่า เวทมนตร์ที่ถูกบันทึกไว้ในตำรา ก็คือเวทมนตร์ที่คนอื่นเคยคิดค้นสำเร็จมาแล้วเมื่ออดีต หากเรามัวแต่เดินตามรอยเท้าของคนรุ่นก่อน เราก็จะเป็นได้แค่เงาของพวกเขา... ไม่มีทางก้าวข้ามไปได้หรอกค่ะ" คำพูดนั้นทำให้คาลอสชะงักไป ดวงตาคู่สีเพลิงมองเพื่อนสนิทด้วยความรู้สึกซับซ้อน เขารู้ดีว่าปมในใจเรื่องพี่ชายของเซนคือแรงขับเคลื่อนที่หนักหน่วงแค่ไหน เด็กหนุ่มยอมเอาความปลอดภัยของตัวเองมาเสี่ยงครั้งแล้วครั้งเล่า เพียงเพื่อพิสูจน์ว่าพลังธาตุแสงที่ควบคุมยากในมือเขานั้น มีคุณค่ามากพอที่จะล้างมลทินให้ตระกูลได้ ในมุมมืดของชั้นหนังสือถัดไป อาจารย์อาช่ายืนกอดอกพิงชั้นไม้อย่างเงียบเชียบ ใบหน้าเรียบเฉยภายใต้ฮู้ดสีเข้มซ่อนประกายตาที่กำลังพิจารณาศิษย์เอกอย่างสนใจ เธอไม่ได้เอ่ยปากห้ามปรามเหมือนอาจารย์คนอื่นๆ ปล่อยให้เด็กหนุ่มได้ลองผิดลองถูกตามสัญชาตญาณ เพราะอาจารย์สาวรู้ดีกว่าใครว่า กฎเกณฑ์ของเวทมนตร์ในปัจจุบันถูกบิดเบือนและจำกัดกรอบไว้เพื่อความปลอดภัยของสภาเวทมนตร์ แต่พรสวรรค์ที่แท้จริงมักจะเบ่งบานในดินแดนที่ไร้ซึ่งกฎเกณฑ์เสมอ "ถ้าโครงสร้างแบบสมมาตรมันทำให้พลังงานไหลเวียนติดขัด..." เซนพึมพำกับตัวเอง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อประกายความคิดบางอย่างแล่นผ่านเข้ามาในหัว "ทำไมเราต้องบังคับให้แสงวิ่งเป็นเส้นตรงล่ะ? ทำไมไม่ปล่อยให้มันเคลื่อนไหวอิสระเหมือนระลอกคลื่น หรือแม้แต่... การหักเหแบบปริซึมที่ไม่มีจุดศูนย์กลางที่แน่นอน?" เซนสูดหายใจเข้าลึกๆ ตั้งสมาธิแน่วแน่ ปล่อยให้มานาในร่างกายไหลเวียนผ่านเส้นประสาททุกเส้น เขาไม่ได้ใช้คาถาบริบทตามตำรา แต่เริ่มวาดลวดลายวงเวทขึ้นใหม่ด้วยมือเปล่า เส้นแสงสีทองอร่ามสว่างวาบขึ้นทีละเส้น มันไม่ใช่รูปทรงเรขาคณิตที่สมบูรณ์แบบ แต่มันมีความพลิ้วไหวและซับซ้อนราวกับเส้นเลือดฝอยของสิ่งมีชีวิต บรรยากาศในห้องสมุดใต้ดินเริ่มเปลี่ยนไป อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงเล็กน้อย แรงกดดันจากมานาบริสุทธิ์แผ่ซ่านจนคาลอสต้องขยับตัวถอยหลังด้วยความตกใจ ดวงตาของเด็กหนุ่มธาตุไฟเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตา "บ้าน่า... นั่นมัน..." คาลอสอุทานออกมาเสียงหลง อาจารย์อาช่าที่ยืนสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ ถึงกับขยับตัวเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากภายใต้เงาฮู้ด *เด็กคนนี้... กำลังสร้างระบบวงเวทขึ้นมาใหม่ด้วยสัญชาตญาณจริงๆ หรือนี่?* ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่วงเวทไร้รูปแบบกำลังจะสมบูรณ์ แสงสีทองสว่างจ้าก็เกิดอาการกระตุกอย่างรุนแรง พลังงานมหาศาลที่ถูกบีอัดไว้เกินขีดจำกัดเริ่มส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูงราวกับแก้วที่กำลังจะแตกสลาย เซนกัดฟันแน่น เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้า เมจิกมานาในร่างตีรวนจนหายใจไม่ออก หากปล่อยไว้แบบนี้ ร่างกายของเขาคงรับแรงสะท้อนไม่ไหวและบาดเจ็บสาหัสเป็นแน่! "เซน! หยุดเดี๋ยวนี้!" คาลอสพุ่งตัวเข้ามาหมายจะคว้าแขนเพื่อนเพื่อตัดวงจรมานา แต่อาจารย์อาช่ากลับยกมือขึ้นห้ามไว้เสียก่อนด้วยท่าทีสงบนิ่ง "อย่าเข้าไป... ปล่อยให้เขาก้าวข้ามขีดจำกัดด้วยตัวเองค่ะ คาลอส" น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงอำนาจของอาจารย์สาวหยุดฝีเท้าของคาลอสไว้ได้ทันท่วงที เซนไม่ยอมแพ้ เขาดึงสติที่กระจัดกระจายกลับมารวบรวมไว้ที่จุดศูนย์กลางอีกครั้ง ในเมื่อบังคับให้มันรวมกันไม่ได้ ก็แค่ต้องกระจายภาระการรองรับพลังงานออกไป! ด้วยไหวพริบเฉียบคมในเสี้ยววินาที เซนจึงใช้เวทสนับสนุนธาตุแสงบทพื้นฐานเข้ามารองรับแรงกระแทก เปรียบเสมือนการสร้าง 'โช้คอัพ' ให้กับวงเวทที่ไม่เสถียร *เปรี้ยง!* เสียงระเบิดเบาๆ ดังขึ้นพร้อมกับแสงสว่างเจิดจ้าที่สาดส่องไปทั่วทุกมุมห้องสมุด ก่อนที่ทุกอย่างจะสงบลงอย่างไร้ร่องรอยของความเสียหาย หลงเหลือเพียงละอองแสงสีทองระยิบระยับที่ล่องลอยอยู่กลางอากาศราวกับหมู่ดาวในยามค่ำคืน เซนหอบหายใจหนักหน่วง ร่างกายทรุดลงนั่งคุกเข่ากับพื้นด้วยความอ่อนล้า แต่รอยยิ้มแห่งความสำเร็จกลับระบายอยู่บนใบหน้าเปื้อนเหงื่อ ดวงตาคู่คมจ้องมองผลงานตรงหน้า ที่บัดนี้... วงเวทรูปแบบใหม่ที่ไม่มีบันทึกไว้ในตำราเล่มไหน ได้ลอยเด่นเป็นสง่าและพร้อมใช้งานอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ทว่า ในจังหวะที่ความเงียบงันและความโล่งอกกำลังเข้าปกคลุมห้องสมุด หน้าต่างแจ้งเตือนสีฟ้าใสจากระบบเวทมนตร์ประจำตัวของเซน ก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดที่ดังขึ้นในหัวของเด็กหนุ่ม— **[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการสร้างสรรค์เวทมนตร์ระดับ SSS นอกเหนือจากกฎเกณฑ์ระบบหลัก]** **[คำเตือน: ลายเซ็นมานาของคุณได้ไปปลดล็อก "ผนึกโบราณชั้นที่ 4" ของห้องสมุดใต้ดินโดยไม่ตั้งใจ]** **[เป้าหมายไม่ทราบฝ่าย: กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้พิกัดของคุณ... ภายใน 10 วินาที]** ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเซนและผองเพื่อนในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%