เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ไร้เงา•ตอนที่ 16

รอยร้าวในกำแพงมิติ

ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
กลิ่นอายของสนิมเหล็กและละอองมานาที่ถูกบีอัดจนหนาแน่นกำลังทำให้ปลายจมูกของเซนแสบร้อน ทุกย่างก้าวที่กดลงบนพื้นหินแกรนิตโบราณของชั้นใต้ดินเขตต้องห้าม ส่งเสียงสะท้อนก้องกังวานราวกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวด้วยความหวาดระแวง "หยุดก่อนค่ะ... ตรงนั้นมีแรงดันอากาศผิดปกติ" เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยอำนาจของอาจารย์อาช่าดังขึ้น นางยกมือขึ้นเป็นสัญญาณหยุด พร้อมกับก้าวเข้ามาบังร่างของเซนและคาลอสเอาไว้โดยสัญชาตญาณ ปลายเส้นผมสีเงินยวงของอาจารย์สาวไหวระริกตามกระแสพลังงานเวทมนตร์ที่เริ่มแปรปรวนรอบตัว ดวงตาสีอัมพันคู่สวยกวาดมองไปเบื้องหน้าอย่างพินิจพิจารณา นิ้วเรียวยาววาดผ่านอากาศว่างเปล่าเพื่อสร้างม่านบาเรียคุ้ม ภัยขนาดเล็ก เซนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เด็กหนุ่มใช้ปลายนิ้วแตะที่แหวนคาตตาลิสต์บนมือซ้าย รู้สึกได้ถึงความอุ่นวาบของธาตุแสงที่พยายามตื่น ขึ้นมาตอบสนองต่อภัยคุกคามรอบตัว ปมในใจเรื่องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของพี่ชายยังคงค้างคา แต่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ สติและความรอบคอบคือสิ่งเดียวที่จะพาพวกเขารอดออกไปได้ "แปลกมาก..." คาลอสพึมพำ ดวงตาสีเพลิงใต้เรือนผมสีแดงยุ่งเหยิงหรี่ลงเล็กน้อย มือหนากำด้ามดาบประจำตระกูลแน่นจนข้อต่องอขาว "ความร้อนจากเปลวเพลิงในวงแหวนเวทของฉันถูกดูดกลืนหายไปหมด เหมือนมีหลุมดำขนาดเล็กซ่อนอยู่แถวนี้" "ไม่ใช่หลุมดำหรอกค่ะคาลอส" อาช่าหันมาตอบด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม นางหยิบแผ่นศิลาโบราณสลักอักขระขึ้นมาตรวจสอบ ค่าตัวเลขการไหลเวียนมานาบนหน้าจอศิลาเวทกำลังกระพริบถี่เป็นสีแดงฉาน "แต่มันคือ 'รอยแยก' ระหว่างชั้นมิติ... โครงสร้างเวทมนตร์คุ้ม กันของสถาบันกำลังถูกกัดกร่อนจากสิ่งแปลกปลอมภายนอก" ทั้งกลุ่มเคลื่อนตัวช้าๆ เข้าใกล้กำแพงหินศิลาแลงโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่สุดทางเดิน ยิ่งเข้าใกล้เท่าไหร่ บรรยากาศรอบตัวก็ยิ่งกดดันมากขึ้นเท่านั้น อุณหภูมิลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เซนขมวดคิ้วแน่น เขาสัมผัสได้ถึงความหนาแน่นของพลังงานที่ผิดแผกไปจากตำราเรียนเล่มไหนๆ ในหอสมุดเวทมนตร์ เมื่อมาถึงจุดอับสายตาหลังเสาหินขนาดใหญ่ ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าก็ทำให้ทุกคนต้องหยุดหายใจ ม่านพลังงานสีครามเข้มที่ควรจะแผ่ขยายคุ้มครองอาณาเขตของหอคอยโบราณ บัดนี้กลับมีรอยปริแตกขนาดใหญ่พาดผ่านกลางอากาศ ราวกับกระจกเงาที่ถูกค้อนทุบจนร้าวราน ด้านหลังรอยร้าวเหล่านั้นไม่ใช่ผนังหินปูนธรรมดา หากแต่เป็นความมืดมิดอันว่างเปล่าที่เต็มไปด้วยละอองดาวสีม่วงเข้มหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง และที่น่ากลัวที่สุดคือ—มีเงาร่างรูปร่างประหลาดนับไม่ถ้วนกำลังพยายามดันตัวเองผ่านรอยร้าวออกสู่โลกภายนอก "พวกมัน... กำลังจะข้ามมาแล้วค่ะ!" อาช่าอุทานเบาๆ ร่างบางก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับร่ายวงแหวนเวทสีเงินบริสุทธิ์ขึ้นที่ฝ่ามือทั้งสองข้าง "เซน! คาลอส! ตั้งสมาธิ อย่าปล่อยให้มานาของพวกมันแตะโดนผิวเด็ดขาด นั่นคือเวทมนตร์ความมืดขั้นสูงจากยุคบรรพกาล!" เซนไม่รอช้า เด็กหนุ่มรวบรวมสมาธิ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงเอาพลังธาตุแสงบริสุทธิ์ที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งของหัวใจออกมา แม้ว่ามันจะควบคุมได้ยากและมักจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองในยามที่จิตใจไม่นิ่ง แต่ภาพความทรงจำเกี่ยวกับพี่ชายที่ถูกปรักปรำก็กลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่จุดประกายความมุ่งมั่นในแววตาของเขาให้ลุกโชน แสงสว่างวาบสีทองเจิดจ้าพวยพุ่งออกจากฝ่ามือของเซน แผ่ขยายกลายเป็นตาข่ายแสงอันอบอุ่นเข้าตรึงรอยร้าวของมิติเอาไว้เบื้องต้น เสียงกรีดร้องโหยหวนอันน่าขนลุกดังเล็ดลอดออกมาจากรอยแยกนั้น ราวกับเสียงของสัตว์อสูรที่ไม่เคยมีมนุษย์คนไหนเคยพบเห็นมาก่อน "ฉันช่วยอีกแรง!" คาลอสตะโกนลั่น พุ่งทะยานขึ้นไปกลางอากาศ เปลวเพลิงสีชาดสว่างวาบราวกับดวงอาทิตย์ขนาดย่อม ถูกซัดอัดเข้าไปที่รอยต่อของมิติเพื่อช่วยละลายและปิดกั้นการขยายตัวของรอยร้าวร่วมกับพลังธาตุแสงของเซน เหงื่อกาฬไหลซึมตามขมับของเซน แรงกดดันมหาศาลจากมิติคู่ขนานกำลังพยายามกดทับร่างของพวกเขาให้จมลงกับพื้น แรงสะท้อนกลับของมานาทำให้กล้ามเนื้อทั่วร่างปวดร้าวราวกับจะฉีกขาด แต่เด็กหนุ่มยังคงกัดฟันกรอด ยื้อยุดฉุดกระชากกับพลังงานลึกลับนั้นด้วยทักษะและไหวพริบที่สะสมมาจากการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงเคียงข้างสหาย ทว่า... ในวินาทีที่การประสานพลังระหว่างธาตุแสงและธาตุไฟเริ่มกดรอยร้าวให้แคบลงได้สำเร็จ หน้าจอระบบแจ้งเตือนสีฟ้าโปร่งแสงที่เซนคุ้นเคย กลับปรากฏขึ้นกลางอากาศด้วยตัวอักษรสีแดงฉานกระพริบเตือนรัวเร็วกว่าทุกครั้ง [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบความผิดปกติระดับ SSS กำลังแทรกซึม!] [เงื่อนไขการปิดรอยร้าวล้มเหลว: วัตถุแปลกปลอมจากต่างมิติได้ทำการเชื่อมต่อสำเร็จ] เซนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ รอยร้าวที่ควรจะปิดสนิทกลับฉีกกว้างขึ้นกว่าเดิมนับสิบเท่า แรงระเบิดของมานาสีครามเข้มซัดร่างของทั้งสามกระเด็นถอยหลังไปคนละทิศละทาง ในความมืดมิดที่ทะลักล้นออกมาจากรอยแยกนั้นเอง เงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทผู้ปกปิดใบหน้าไว้ภายใต้ฮู้ดลึกลับ ก็ก้าวเท้าเหยียบย่างผ่านรอยร้าวออกมาอย่างเชื่องช้า พร้อมกับน้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบที่กระซิบก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของทุกคน "ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของบทเรียนแรก... เจ้าหนูแห่งธาตุแสง" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครในโลกเวทมนตร์นี้นะคะ
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%