“ถอยไปรินรดา! นี่มันเรื่องงาน ถ้าเธอยังไม่หยุดเล่นสนุกกับคีย์บอร์ด ฉันจะใส่กุญแจมือเธอจริงๆ ด้วย”
เสียงตวาดของร้อยตำรวจเอกเพชรพริ้งเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ทว่านั่นไม่ได้ทำให้มือเรียวของแฮกเกอร์สาวอย่างรินรดาหยุดพิมพ์รัวลงบนแป้นโฮโลแกรมแม้แต่นิดเดียว เธอเพียงแค่ตวัดสายตาขึ้นมองคนตรงหน้าที่ยืนค้ำหัวด้วยท่าทางร้อนรน ก่อนจะยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่ทำให้ผู้กองสาวมาดนิ่งต้องชะงักไปชั่วขณะ
“ใส่กุญแจมือเลยเหรอคะ? ผู้กอง... ระวังเถอะ ถ้าใส่แล้วแกะไม่ออก จะมาหาว่ารินใจร้ายไม่ได้นะ”
รินรดาไม่ได้แค่พูด แต่เธอยังขยับเก้าอี้หมุนให้หันไปเผชิญหน้ากับเพชรพริ้งเต็มๆ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของอีกฝ่าย กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่าจากร่างสูงในชุดเครื่องแบบสีกากีที่ดูกระด้างนั้น กลับผสมกับกลิ่นอายความตื่นตระหนกได้อย่างน่าประหลาด
“อย่ามาเล่นลิ้น! นายกำลังจะทำอะไรกับเซิร์ฟเวอร์กองปราบ แฮกเกอร์อย่างเธอไม่มีวันทำอะไรดีๆ ให้ตำรวจอย่างเราหรอก” เพชรพริ้งกัดฟันพูด ดวงตาคู่คมจ้องเขม็งราวกับจะมองให้ทะลุเข้าไปในความคิดที่ซับซ้อนของอีกคน
รินรดาแกล้งถอนหายใจยาวพลางลุกขึ้นยืนช้าๆ เธอค่อยๆ ก้าวเดินวนรอบร่างของร้อยตำรวจเอกสาว ส้นสูงส้นเข็มกระทบพื้นเสียงดังจังหวะหนักแน่น ทุกย่างก้าวเปรียบเสมือนการคุกคามที่งดงาม ก่อนจะไปหยุดลงที่ด้านหลังของเพชรพริ้ง แล้วโน้มตัวกระซิบข้างใบหูที่ขึ้นสีระเรื่อ
“ถ้าไม่ให้รินแฮกเข้าไปจัดการไอ้พวกเศษสวะที่เจาะระบบกองปราบ... แล้วผู้กองจะใช้อะไรสู้คะ? ปืนกระบอกที่เอว? หรือว่า... การสั่งให้ทุกคนนั่งรอความตายอย่างมีเกียรติแบบฉบับตำรวจน้ำดี?”
เพชรพริ้งตัวแข็งทื่อ เธอรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดต้นคอ ร่างกายของเธอมันทรยศต่อสมองที่พยายามสั่งให้ผลักอีกฝ่ายออกไป แต่กลับกลายเป็นว่าเธอยืนนิ่งราวกับถูกสาป ความซึนเดเระในใจมันตะโกนก้องว่านี่คือการยั่วยุ แต่หัวใจที่เต้นรัวกลับบอกว่าเธอโหยหาการใกล้ชิดนี้มากกว่าที่ยอมรับ
“ริน... ถอยไป” น้ำเสียงของเพชรพริ้งสั่นเครือเล็กน้อย แต่มันขาดความเด็ดขาดไปมากโข
รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอจงใจเอื้อมมือไปจัดปกเสื้อเครื่องแบบที่ดูเป๊ะเกินไปของอีกฝ่ายให้ยับย่นเล็กน้อย นิ้วเรียวไล้ไปตามแนวไหล่ก่อนจะกดหนักๆ ลงบนลาดไหล่นั้น “ผู้กองคะ... ความภูมิใจในหน้าที่น่ะ มันกินไม่ได้หรอกนะ แต่ถ้าเป็น 'ริน' ผู้กองจะกินไหมคะ?”
เพชรพริ้งหันขวับกลับมาประจันหน้า ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร รินรดาแกล้งโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาของแฮกเกอร์สาวพราวระยับด้วยความสนุกที่ได้เห็นคนตรงหน้าไปไม่เป็นจากความนิ่งสงบ กลายเป็นใบหน้าที่ร้อนผ่าวจนแทบจะระเบิดออก
“เธอ... เธอจะยั่วฉันไปถึงไหน” เพชรพริ้งเค้นเสียงต่ำ แต่มันกลับฟังดูเหมือนการเว้าวอนมากกว่าการคาดโทษ
“จนกว่าผู้กองจะยอมเลิกทำหน้าเป็นยักษ์เป็นมารแล้วยอม 'ขอบคุณ' รินดีๆ ยังไงล่ะคะ” รินรดาเหยียดยิ้ม “หรือว่าที่ปากแข็งอยู่ทุกวันนี้... เพราะกลัวว่าถ้าพูดคำว่าชอบออกมาแล้ว รินจะรุกจนผู้กองตั้งตัวไม่ติด?”
บรรยากาศในห้องสืบสวนที่ควรจะเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดจากเหตุการณ์ระบบถูกเจาะ กลับอบอวลไปด้วยความหวามไหวที่พุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด เพชรพริ้งเม้มปากแน่น ความรู้สึกตีกันยุ่งเหยิงในอก เธอเกลียดนิสัยเจ้าเล่ห์ของคนตรงหน้า แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็ไม่สามารถละสายตาไปจากนัยน์ตาที่เป็นประกายคู่นั้นได้เลย
มือของเพชรพริ้งขยับไปคว้าต้นแขนของรินรดาไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงแต่สื่อถึงการตัดสินใจบางอย่าง เธอผลักรินรดาเบาๆ ให้ถอยหลังไปพิงกับโต๊ะทำงานที่มีหน้าจอคอมพิวเตอร์สิบกว่าเครื่องเปิดทิ้งไว้ ก่อนจะทาบฝ่ามือลงบนโต๊ะ ขนาบข้างร่างเล็กของรินรดาไว้ในพื้นที่ส่วนตัวของเธอ
“อยากเห็นนักใช่ไหมว่าฉันตั้งตัวติดหรือเปล่า...” เพชรพริ้งกระซิบเสียงพร่า แววตาที่เคยนิ่งเฉยบัดนี้เปลี่ยนเป็นไฟที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกอย่างที่ขวางหน้า
รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่ 'คุณตำรวจมาดนิ่ง' กล้าโต้กลับในเชิงรุกแบบถึงเนื้อถึงตัว แฮกเกอร์สาวรู้สึกถึงจังหวะหัวใจของตัวเองที่กระตุกวาบ มันเป็นความรู้สึกตื่นเต้นที่เธอไม่ได้สัมผัสมานาน เธอเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย ท้าทายด้วยความมั่นใจที่ยังเหลืออยู่
“งั้นก็ลองดูสิคะ... อย่าให้รินต้องผิดหวัง”
ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังพุ่งทะยานสู่จุดแตกหัก เสียงระบบแจ้งเตือนภัยของเซิร์ฟเวอร์หลักที่เงียบไปพักหนึ่งก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนการโจมตี... แต่มันเป็นเสียง 'ปลดล็อก' ข้อมูลลับระดับสูงสุดที่รินรดาแอบฝังรหัสไว้!
หน้าจอทุกจอในห้องเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับข้อความที่รันขึ้นมาบนหน้าจอหลักว่า: *‘Access Granted: Project Ghost’*
เพชรพริ้งหันขวับไปมองหน้าจอทันที ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นข้อมูลที่กำลังถูกดึงออกมา มันคือรายชื่อผู้สมรู้ร่วมคิดในเหตุการณ์คดีใหญ่เมื่อห้าปีก่อน—คดีที่พรากชีวิตหัวหน้าทีมเก่าของเธอไป และหนึ่งในรายชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอนั้น คือตราประจำตำแหน่งของ 'คนใน' ที่เธอไว้ใจที่สุด
“ริน... นี่เธอทำอะไรลงไป!” เพชรพริ้งอุทาน เสียงนั้นไม่ได้มีความโกรธปนอยู่ แต่มันเต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป
รินรดาสะบัดตัวออกจากวงล้อมของเพชรพริ้ง สีหน้าสนุกสนานเมื่อครู่หายไปสิ้น เหลือเพียงแววตาที่เย็นเยียบและจริงจังดุจใบมีด “รินไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะผู้กอง... รินแค่ ‘เปิดประตู’ ให้คนที่เขากำลังยืนรออยู่ข้างนอกนั่น เข้ามาทวงความยุติธรรมคืน”
ยังไม่ทันสิ้นเสียงของรินรดา ประตูกระจกบานใหญ่ของห้องสืบสวนก็ถูกกระชากเปิดออกพร้อมกับกลุ่มชายในชุดดำนับสิบคนที่ถืออาวุธครบมือ... และคนที่เดินนำเข้ามากลับเป็นคนคนเดียวกับที่เพชรพริ้งเพิ่งเห็นชื่อในหน้าจอเมื่อวินาทีก่อน
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานที่เคยร้อนแรงด้วยเคมีของคนสองคน เพชรพริ้งมองคนตรงหน้าสลับกับรินรดาที่ยืนกอดอกนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความลุ้นระทึกทำให้ลมหายใจของเธอแทบจะหยุดเดิน
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ โรสแมรี่พิษสัญญาว่าจะไม่ปล่อยให้รอนานค่ะ!
เซนเซอร์หัวใจยัยนักสืบตัวแสบกับคุณตำรวจมาดนิ่ง•ตอนที่ 6
ซึนเดเระในชุดเครื่องแบบ
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจยัยนักสืบตัวแสบกับคุณตำรวจมาดนิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!