เซนเซอร์หัวใจยัยนักสืบตัวแสบกับคุณตำรวจมาดนิ่ง•ตอนที่ 4

กฎเหล็กของคู่กัด

ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
แสงสปอตไลท์สีขาวนวลนับสิบดวงที่สาดกระหน่ำเข้ามาไม่ได้ทำให้รินรดารู้สึกอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความเย็นยะเยือกของเหล็กกล้าใต้ฝ่าเท้าและกลิ่นอับชื้นของโกดังร้างแห่งนี้กลับยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้น เมื่อเงาร่างในชุดสูทสากสีดำสนิทก้าวผ่านม่านแสงเข้ามาทีละก้าวอย่างมั่นคง “ยินดีต้อนรับสู่เดดไลน์รอบสุดท้ายค่ะ... คุณตำรวจ และก็คุณแฮกเกอร์คนเก่ง” เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเอ่ยทักทาย รอยยิ้มบนใบหน้าของชายวัยกลางคนคนนั้นไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่คมกริบที่กวาดมองมาเลยสักนิด มือข้างหนึ่งของเขาล้วงอยู่ในกระเป๋าเสื้อสูทอย่างผ่อนคลายราวกับไม่ได้กำลังยืนอยู่ท่ามกลางสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน เพชรพริ้งขยับตัวไปข้างหน้ารินรดาโดยสัญชาตญาณ ร่างเพรียวในชุดนอกเครื่องแบบขยับบังวิถีกระสุนให้แฮกเกอร์สาวมิดชิด ปลายกระบอกปืนพกสั้นประจำกายถูกยกขึ้นระดับอกอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างใช้ความคิด สายตาคมกริบประเมินคู่สนทนาตรงหน้าอย่างรวดเร็ว “ถอยไป” เพชรพริ้งเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน ร่างสูงโปร่งเกร็งแน่นพร้อมปะทะ “ถ้าไม่อยากตายก่อนวัยอันควร” “ใจร้อนจังเลยนะคะ ผู้กองเพชรพริ้ง... สมกับที่เป็นลูกสาวอดีตผู้บัญชาการจริงๆ” ชายในชุดสูทหัวเราะในลำคอเบาๆ เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นระดับอกเป็นเชิงยอมจำนน แต่แววตากลับพราวระยับด้วยความสนุกสนาน “แต่เกรงว่าวันนี้... ฉันไม่ได้มาเพื่อปะทะกระสุนกับพวกคุณหรอกค่ะ ฉันแค่มาส่ง ‘ข้อเสนอ’ ที่พวกคุณไม่มีทางปฏิเสธได้ต่างหาก” รินรดาที่หลบอยู่ด้านหลังเบะปากเรียวเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววรู้ทัน เธอชะโงกศีรษะออกมาจากไหล่ลาดของตำรวจสาว พลางแค่นหัวเราะในลำคออย่างไม่เกรงกลัว “ข้อเสนอ? หรือว่าใบมรณบัตรล่วงหน้าคะคุณลุงชุดดำ” รินรดาตอกกลับด้วยน้ำเสียงกวนประสาท มือเรียวเล็กเอื้อมไปดึงชายเสื้อคลุมของเพชรพริ้งเบาๆ เป็นเชิงบอกให้ผ่อนแรงลงนิด “ถ้าจะมาไม้เดิมๆ แบบส่งลูกสมุนกระจอกมาปิดปาก ฉันบอกไว้ก่อนเลยนะว่าฐานข้อมูลของบริษัทคุณ ฉันฝังไวรัสระดับทริปเปิลล็อกไว้หมดแล้ว... กดคลิกเดียว วินาศกรรมระดับองค์กรเกิดแน่ค่ะ” เพชรพริ้งเหลือบสายตากลับมามองตัวแสบด้านหลังนิดหนึ่ง แววตาดุๆ ส่งสัญญาณเตือนว่า *‘เงียบปากแล้วอยู่เฉยๆ ซะ’* แต่รินรดากลับแลบลิ้นใส่ด้วยความหมั่นไส้ ทำเอาผู้กองสาวต้องเม้มปากแน่นด้วยความหงุดหงิดปนระอา “อัจฉริยะสมคำร่ำลือจริงๆ ค่ะ คุณรินรดา” ชายชุดดำยิ้มกว้างขึ้น “แต่เสียดาย... ที่ข้อมูลในมือถือของคุณตอนนี้ มันไม่ได้เชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ภายนอกแล้วล่ะค่ะ” รินรดาชะงัก ร่างบางรีบหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดูหน้าจอทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นสัญลักษณ์สัญญาณอินเทอร์เน็ตขึ้นกากบาทสีแดงสนิท! “บ้าน่า...” เธอพึมพำอย่างไม่อยากเชื่อ “สัญญาณรบกวนคลื่นความถี่สูงติดตั้งไว้ทั่วรัศมีสามร้อยเมตรแล้วค่ะ” ชายชุดดำเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังพูดถึงสภาพอากาศ “ดังนั้น... เลิกคิดเรื่องแฮกข้อมูลแล้วมาคุยกันเรื่อง ‘กฎ’ ในการทำงานร่วมกันต่อจากนี้ดีกว่าค่ะ” ยี่สิบสี่ชั่วโมงต่อมา ณ เซฟเฮาส์ลับใจกลางเมืองที่อบอวลไปด้วยกลิ่นฝุ่นและกาแฟดำเข้มข้น บรรยากาศภายในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ กลับร้อนระอุยิ่งกว่าเตาไฟ รินรดากอดอกแน่น สีหน้าบึ้งตึงจนแทบจะเป็นเลขแปด เธอกวาดสายตามองเอกสารข้อตกลงสี่หน้าที่วางอยู่บนโต๊ะไม้เก่าๆ สลับกับใบหน้าเรียบเฉยราวน้ำแข็งของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม “นี่มันบ้าชัดๆ!” รินรดากระแทกเสียงใส่ “ข้อหนึ่ง ห้ามเข้าใกล้ระยะรัศมีหนึ่งเมตรจากตัวฉันเว้นแต่ได้รับอนุญาต... ข้อสอง ห้ามสั่ง ห้ามบงการ และห้ามก้าวก่ายระบบฐานข้อมูลส่วนตัวของฉันเด็ดขาด! ยัยผู้กอง... สมองคุณมีปัญหาเรื่องการตีความภาษาไทยเหรอคะ ถึงได้ร่างสัญญาทาสฉบับนี้ออกมาเนี่ย!” เพชรพริ้งที่กำลังจิบกาแฟดำอุ่นๆ ค่อยๆ วางแก้วลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น ดวงตาสีนิลคู่สวยช้อนขึ้นมองแฮกเกอร์สาวด้วยแววตานิ่งสนิท ไร้ซึ่งความสะทกสะทฮานต่อเสียงโวยวายนั้นเลยแม้แต่น้อย “ถ้าคิดว่ามันคือสัญญาทาส เธอก็มีสิทธิ์เดินออกไปเผชิญหน้ากับกลุ่มคนชุดดำเมื่อวานนี้ตามลำพังได้เลยนะคะ... ฉันไม่ห้าม” เพชรพริ้งสวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เฉียบคม บาดลึกจนรินรดาต้องเม้มปากแน่น “คุณ!” “ฉันแค่ทำตามหน้าที่ เพื่อความปลอดภัยของพยานปากเอกอย่างเธอ” เพชรพริ้งลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาอย่างรวดเร็ว กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนแฮกเกอร์สาวเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ “และที่สำคัญ... ในฐานะที่ฉันเป็นคนคุ้มครองเธอ ฉันมีสิทธิ์ขาดทุกอย่างในพื้นที่นี้... จำใส่สมองอัจฉริยะของคุณไว้ด้วยค่ะ” “ผู้กองคะ!” รินรดาผุดลุกขึ้นยืนตาม แรงอารมณ์ทำให้ใบหน้าหวานอยู่ห่างจากปลายจมูกโด่งรั้นของอีกฝ่ายแค่คืบเดียว ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลคู่นั้นอย่างไม่ยอมแพ้ “อย่ามาทำเป็นถือไพ่เหนือกว่านะ ฉันไม่ใช่ลูกน้องคุณ! เราเป็นแค่พันธมิตรชั่วคราวเพราะโดนไล่ล่าต่างหาก!” “แต่ฉันคือคนที่ต้องเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเธอ... จำไม่ได้เหรอคะ เมื่อคืนใครกันนะที่เกือบโดนกระสุนเฉี่ยวหัวถ้าฉันไม่ดึงตัวหลบไว้” เพชรพริ้งโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด น้ำเสียงที่เคยราบเรียบเริ่มเจือด้วยความหงุดหงิดระคนห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่ง “ดื้อด้าน ไม่ฟังใคร แถมยังชอบหาเรื่องใส่ตัว... คุณนี่มันสร้างปัญหาเก่งเป็นที่หนึ่งเลยจริงๆ รินรดา” “อ๋อเหรอคะ? ขอบคุณที่ชมค่ะ!” รินรดาเชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวจนแทบหลุดออกมานอกอกด้วยความใกล้ชิดที่เกินความจำเป็น “ถ้าฉันสร้างปัญหานัก ทำไมไม่ปล่อยให้ฉันโดนอุ้มไปซะล่ะคะ จะได้ไม่ต้องมานั่งปวดหัวคอยควบคุมฉันแบบนี้!” บรรยากาศภายในห้องเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะกันในระยะประชิด เพชรพริ้งจ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงฉอดๆ ไม่หยุดนั้นด้วยแววตาที่ไหววับไปชั่วขณะ ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับไว้ภายใต้กฎระเบียบและมาดขรึมกำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรง มือเรียวของตำรวจสาวเผลอยื่นออกไป หมายจะคว้าแขนเล็กให้ถอยหลังไปเสีย แต่ทว่า... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก!* เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างกระชั้นชิด ขัดจังหวะการปะทะคารมสุดเร่าร้อนชนิดที่เส้นด้ายความอดทนแทบจะขาดผึ่ง ทั้งคู่ชะงัก เพชรพริ้งชักมือกลับทันทีราวกับโดนไฟลวก ดวงตาคู่คมเปลี่ยนเป็นแววตาระแวดระวังภัยในเสี้ยววินาที ร่างสูงพุ่งตัวไปคว้าปืนพกที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาขึ้นลำกล้องอย่างคล่องแคล่ว ส่งสัญญาณมือให้รินรดาก้มตัวลงหลบหลังโซฟา รินรดากัดริมฝีปากแน่น แม้จะไม่พอใจที่โดนขัดจังหวะ แต่สถานการณ์ตอนนี้ทำให้เธอรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องล้อเล่น มือเรียวกดแป้นพิมพ์โน้ตบุ๊กสำรองเพื่อเตรียมตัดระบบไฟทั้งห้อง *แอ๊ด...* ประตูดันเปิดออกช้าๆ พร้อมกับกระดาษซองสีน้ำตาลปริศนาที่ถูกโยนเข้ามาตกอยู่กลางห้อง แรงผลักนั้นทำให้ซองกระดาษปริศนาเปิดอ้าออกเล็กน้อย เผยให้เห็นเศษชิ้นส่วนบางอย่างที่ร่วงกราวออกมา เพชรพริ้งก้าวเข้าไปใกล้ด้วยฝีเท้าเงียบกริบ ปลายกระบอกปืนจ่อตรงไปยังประตูที่เปิดแง้มไว้ เธอก้มลงใช้มืออีกข้างหยิบสิ่งของชิ้นนั้นขึ้นมาดู ดวงตาสีนิลของร้อยตำรวจเอกสาวเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—มันคือแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทที่มีรอยคราบเลือดสดๆ เปื้อนอยู่ พร้อมกับโน้ตลายมือเขียนด้วยหมึกสีแดงฉานว่า... *‘เกมจบแล้ว... ผู้กองคนสวย เช็คอินศพต่อไปได้เลยค่ะ’* เพชรพริ้งยังไม่ทันได้เอ่ยปากเตือน รินรดาที่แอบชะโงกหน้าออกมาดูก็ต้องหน้าซีดเผือด เมื่อหน้าจอโทรศัพท์มือถือสำรองบนโต๊ะที่เพิ่งสัญญาณกลับมาเมื่อครู่ ปรากฏภาพกล้องวงจรปิดหน้าเซฟเฮาส์... และภาพที่เห็นก็ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึกทันที! ขอบคุณที่ร่วมติดตามและดำดิ่งไปในเกมเชือดเฉือนนี้ด้วยกันนะคะ --- โรสแมรี่พิษ ---
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจยัยนักสืบตัวแสบกับคุณตำรวจมาดนิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%