เซนเซอร์หัวใจยัยนักสืบตัวแสบกับคุณตำรวจมาดนิ่ง•ตอนที่ 15

ไล่ล่าในยามวิกาล

ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
เสียงยางรถยนต์กรีดร้องเสียดสีกับพื้นผิวแอสฟัลต์ดังสนั่นหวั่นไหวจนแสบแก้วหู แรงเหวี่ยงมหาศาลจากการหักพวงมาลัยกะทันหันทำให้ร่างของรินรดาพุ่งกระแทกเข้ากับกระจกข้างอย่างจัง ดีที่เข็มขัดนิรภัยรั้งตัวเธอไว้ทัน ไม่อย่างนั้นหัวสมองอัจฉริยะของแฮกเกอร์สาวคงได้ไปทักทายคอนโซลหน้ารถก่อนจะได้ไขคดี "ยัยบ้าเอ๊ย! ขับรถหรือกำลังพายเรือในมรสุมคะเนี่ย!" รินรดาหวีดร้องลั่น พยายามใช้มือข้างหนึ่งยึดคอนโซลรถไว้แน่น ส่วนอีกมือก็ยังรัวนิ้วลงบนแท็บเล็ตคู่ใจเพื่อแกะรอยสัญญาณ GPS ของรถเป้าหมายที่กำลังพุ่งหนีหายไปในความมืดของถนนวงแหวนรอบนอกอย่างไม่คิดชีวิต "ถ้าไม่อยากสมองไหลไปกองที่เบาะหลัง ก็หุบปากแล้วจับราวจับให้มันแน่นๆ ซะ รินรดา!" เพชรพริ้งตวาดกลับเสียงกร้าว สันกรามของร้อยตำรวจเอกสาวขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ดวงตาคู่สวยภายใต้ความมืดมิดจดจ้องมองตรงไปยังไฟท้ายของรถกระบะต้องสงสัยที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงร้อยเมตร ปลายนิ้วเรียวสวยกำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอกดคันเร่งมิดไมล์จนเครื่องยนต์คำรามกึกก้องราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังคลั่ง บรรยากาศภายในรถฟอร์ดเรนเจอร์สีดำสนิทอัดแน่นไปด้วยความตึงเครียดและกลิ่นอายของ Adrenaline ที่พุ่งพล่านจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นกาแฟเย็นที่วางอยู่บนคอนโซลหกกระเซ็นจากแรงกระแทก แต่ไม่มีใครสนใจมันสักนิด ในเมื่อเป้าหมายข้างหนือกำลังกุมความลับของคดีฆาตกรรมอำพรางที่เชื่อมโยงถึงองค์กรใต้ดินที่พวกเธอไล่ล่ามานานนับเดือน "เลนขวาโล่ง! เสียบเข้าไปเลยผู้กอง!" รินรดาตาโตเมื่อเห็นรถเป้าหมายกำลังจะหักเลี้ยวเข้าสู่เขตก่อสร้างร้างริมแม่น้ำ เจ้าแม่แฮกเกอร์ตะโกนลั่นด้วยความตื่นเต้น ปนความหัวเสียที่ถูกอีกฝ่ายพามาซิ่งรถผาดโผนราวกับอยู่ในฉากแอ็กชันฮอลลีวูด "ฉันรู้หน้าที่ของฉันน่า ไม่ต้องมาออกคำสั่ง!" เพชรพริ้งสวนกลับทันควัน ใบหน้าสวยคมนิ่งสนิทไร้ความกลัว แม้ว่าเบื้องหน้าจะเป็นทางโค้งหักศอกที่อันตรายถึงชีวิตก็ตามที *เอี๊ยดดดดด—!* เพชรพริ้งไม่รอช้า เธอหักพวงมาลัยดริฟต์รถเข้าโค้งอย่างสมบูรณ์แบบ แรงเหวี่ยงกระชากวิญญาณทำให้รินรดาเผลอหลุดอุทานเสียงหลง ร่างเพรียวบางเซถลาไปกระแทกเข้ากับหัวไหล่แกร่งของคนขับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นอายความเครียดเฉพาะตัวของผู้กองสาวลอยแตะจมูก ท่ามกลางความชุลมุนนั้น ปลายนิ้วของเพชรพริ้งที่ว่างอยู่ข้างหนึ่งกลับเอื้อมมากดล็อกไหล่ของเธอให้แนบชิดกับเบาะเพื่อความปลอดภัยอย่างรวดเร็ว แม้ปากจะบอกให้หุบปากและดุเก่งเป็นที่หนึ่ง แต่การกระทำของยัยผู้กองซึนเดเระคนนี้กลับตรงกันข้ามเสมอ... รินรดาแอบเม้มปากซ่อนรอยยิ้มหมั่นไส้ไว้ชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยที่ควรจะเต้นเพราะความกลัวตาย กลับเต้นผิดจังหวะเพราะสัมผัสอุ่นจากมือข้างนั้นซะได้ "ห่วงฉันเหรอคะผู้กอง ปากบอกรำคาญ แต่ตัวติดกันหนึบเลยนะ" รินรดาแกล้งแซวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ แม้สถานการณ์ข้างหน้าจะเสี่ยงตายแค่ไหน แต่สัญชาตญาณความปากแซ่บไม่เคยยอมแพ้ใครของเธอก็ไม่เคยหลับใหล "ถ้าเธอตายคาเบาะรถฉัน คดีนี้คงปิดไม่ลงเพราะฉันต้องติดคุกข้อหาฆาตกรต่อเนื่องจากความน่ารำคาญของเธอนั่นแหละ ตั้งหน้าตั้งตาดูจอแท็บเล็ตแล้วบอกพิกัดสิยะ!" เพชรพริ้งตอกกลับหน้าตาย แม้ใบหูขาวเนียนจะเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อท่ามกลางแสงไฟนีออนสลัวจากถนนข้างทางก็ตามที "ปากแข็งชะมัด..." รินรดาพึมพำเบาๆ ก่อนจะหันกลับมาสนใจหน้าจอแท็บเล็ตที่ตอนนี้จุดสัญญาณ GPS สีแดงกำลังกระพริบถี่ขึ้นเรื่อยๆ "มันกำลังจะจอดแล้ว! ข้างหน้าเป็นโกดังเก็บสินค้าเก่าริมน้ำ ไม่มีทางหนีแล้วค่ะผู้กอง!" เพชรพริ้งไม่ตอบรับ เธอหรี่ตาลงมองเป้าหมายที่เบรกกะทันหันจนฝุ่นตลบอบولเข้าปกคลุมพื้นที่มืดมิด รถกระบะคันนั้นพุ่งชนรั้วสังกะสีของโกดังพังยับเยินก่อนจะจอดนิ่งสนิท ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ยกเว้นเสียงเครื่องยนต์ที่ยังคงคำรามเบาๆ และเสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่ "ล็อกประตูรถเตรียมตัวให้ดี" เพชรพริ้งสั่งเสียงเฉียบขาด มือเรียวเอื้อมไปหยิบปืนพกประจำกายขึ้นมาตรวจเช็กกระสุนอย่างคล่องแคล่ว แววตาของร้อยตำรวจเอกสาวเปลี่ยนเป็นความจริงจังและเฉียบคม ราวกับนักล่าที่พร้อมขย้ำเหยื่อ "รู้แล้วน่า ฉันไม่ใช่ตัวถ่วงสักหน่อย" รินรดาหยิบปืนสั้นพกซ่อนที่เตรียมมาออกim Checkเช่นกัน แม้เธอจะเป็นสายไอที แต่เรื่องบู๊เธอก็ไม่เคยเป็นสองรองใครเหมือนกันนะ ทั้งคู่ก้าวลงจากรถพร้อมๆ กัน ท่ามกลางสายลมเย็นยะเยือกยามวิกาลที่พัดพาเอาละอองฝนจางๆ เข้ามาปะทะผิวหน้า โกดังร้างเบื้องหน้ามืดสนิท มีเพียงแสงไฟจากดวงจันทร์ที่สาดส่องลงมาผ่านหลังคาเหล็กผุกร่อน รินรดากวาดสายตามองไปรอบๆ พลางยกแท็บเล็ตขึ้นเช็กสัญญาณชีพจรความร้อนที่ตรวจจับได้จากภายในอาคาร "มีคนอยู่ข้างในสามคน... ไม่สี่คนค่ะ!" รินรดาหันไปกระซิบกระซาบกับคนข้างกายด้วยน้ำเสียงจริงจัง "พวกมันกำลังเตรียมขนย้ายฮาร์ดไดรฟ์หลักหนีออกทางเรือด้านหลัง ถ้ารอดไปได้ หลักฐานทั้งหมดจะถูกกู้คืนไม่ได้ตลอดกาลแน่ๆ" เพชรพริ้งพยักหน้ารับช้าๆ สายตาคมกริบกวาดมองทางเข้าประตูเหล็กบานใหญ่ที่แง้มอยู่เล็กน้อย เธอยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้นิ่งและเงียบที่สุด ก่อนจะขยับเข้าไปประชิดขอบประตูก่อนเป็นคนแรก ร่างโปร่งในชุดแจ็กเกตหนังทะมัดทะแมงเคลื่อนไหวราวกับเงาไร้เสียง รินรดาก้าวตามไปติดๆ หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นและระทึกขวัญ เคมีระหว่างพวกเธอในยามนี้ไม่ใช่แค่คู่กัดที่คอยจิกกัดกันไปวันๆ แต่มันคือพาร์ทเนอร์ที่พร้อมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อความจริง เพชรพริ้งสูดหายใจเข้าลึกๆ ส่งสายตาเชิงดุมาให้รินรดารอบหนึ่งเพื่อย้ำเตือนให้ระวังตัว ก่อนที่เธอจะใช้มือผลักประตูเหล็กบานนั้นให้เปิดออกด้วยความเร็วสูง พร้อมตะโกนก้อง "ตำรวจ! ห้ามขยับ!" ทว่า... สิ่งที่รอพวกเธออยู่ภายในโกดัง กลับไม่ใช่กลุ่มโจรที่กำลังลนลานอย่างที่คาดคิด แสงไฟฉายสปอต라이트ดวงใหญ่สาดส่องเข้าใส่พวกเธอเต็มตาจนรินรดาต้องยกมือขึ้นป้องกัน ใบหน้าของแฮกเกอร์สาวซีดเผือดลงทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ร่างของชายฉกรรจ์สามคนนอนแน่นิ่งจมกองเลือดอยู่บนพื้นคอนกรีต เย็นยะเยือกและไร้ลมหายใจ ไม่ใช่แค่พวกมันมาดักรอ... แต่พวกมัน *'ถูกเก็บ'* เรียบร้อยแล้วก่อนที่พวกเธอจะมาถึง แท็บเล็ตในมือของรินรดาส่งเสียงเตือน *'Beep'* เบาๆ สัญญาณความร้อนที่เธอตรวจจับได้เมื่อครู่ ไม่ใช่สัญญาณของมนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่มันคือ... "ผู้กอง... ถอยออกมาเดี๋ยวนี้ค่ะ!" รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด เมื่อตระหนักได้ถึงความจริงบางอย่าง พลางกระชากแขนเพชรพริ้งให้ถอยหลัง แต่ไม่ทันเสียแล้ว... เสียงคลิกเบาๆ ของสลักระเบิดเวลา ดังขึ้นอย่างชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันจากมุมมืดของเสาต้นใหญ่กลางโกดัง และวินาทีต่อมา... เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยก็กระซิบแผ่วเบาราวกับมัจจุราชที่อยู่ข้างหูพวกเธอ "ยินดีต้อนรับสู่กับดัก... ร้อยตำรวจเอกเพชรพริ้ง และคุณหนูรินรดา" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกไปกับพวกเธอนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจยัยนักสืบตัวแสบกับคุณตำรวจมาดนิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%