"เสียงนั้น..."
รินรดาค้างมือที่กำลังเคาะคีย์บอร์ดรีบอร์นหน้าจอ แสงนีออนสีฟ้าจากโค้ดดิ้งสะท้อนนัยน์ตาคมกริบที่เบิกกว้างขึ้นเสี้ยววินาที ก่อนมันจะหรี่แคบลงด้วยความระแวดระวัง เสียงหวานที่กระซิบผ่านคลื่นวิทยุความถี่ต่ำเมื่อครู่ มันไม่ใช่เสียงหลอนของประสาทสัมผัสที่เหนื่อยล้าจากการไม่ได้นอนมาสามสิบหั่วโมง แต่มันคือโทนเสียงและการลากเสียงสูงต่ำแบบเอกลักษณ์ที่เธอจำได้แม่นยำยิ่งกว่าลายมือตัวเอง
*ผู้หญิงที่ควรจะกลายเป็นเถ้าถ่านไปพร้อมกับตึกร้างริมท่าเรือเมื่อสามวันก่อน... กำลังส่งเสียงทักทายเธอจากปลายสาย*
"ริน"
เสียงเรียกทุบทำลายความเงียบในห้องทำงานมืดทึบของกองปราบฯ เพชรพริ้งก้าวเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง ร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปดูจริงจังและเคร่งเครียดไม่แพ้กัน ดวงตากลมโตภายใต้กรอบหน้าคมคายมองตรงมาที่หน้าจอคอมพิวเตอร์พกพาของแฮกเกอร์สาว "สัญญาณถูกแกะรอยหรือยัง ต้นทางมันมาจากไหน ทำไมระบบเข้ารหัสระดับทหารของเราถึงถูกแทรกแซงเข้ามาได้ง่ายๆ แบบนี้"
"ถ้ามันง่ายอย่างที่คุณคิด ฉันคงไม่ต้องมานั่งหัวเสียอยู่ตรงนี้หรอกค่ะผู้กอง" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก แม้ในใจจะเต้นรัวรากับกลองเพล "มันไม่ใช่การแฮกแบบธรรมดา แต่มันคือการ 'จงใจส่งจดหมายรัก'... ถึงคุณกับฉันโดยเฉพาะต่างหากล่ะคะ"
"อย่ามาเล่นลิ้น รินรดา" เพชรพริ้งสาวเท้าเข้าไปใกล้จนระยะห่างระหว่างกันแทบไม่มีเหลือ กลิ่นกายหอมเย็นสะอาดคล้ายดอกไม้ป่าผสมกลิ่นกาแฟเข้มๆ ของผู้กองสาวลอยแตะจมูก ปลุกเร้าประสาทสัมผัสของรินรดาให้ตื่นตัวอย่างประหลาด "สถานการณ์ตอนนี้ล่อแหลมเกินกว่าจะมาพูดเล่น ใครเป็นคนโทรมา หรือว่า..."
"ฟังเองสิคะ" รินรดาเลื่อนหูฟังไร้สายอีกข้างไปทางเพชรพริ้งอย่างไม่ี่เกรงกลัว ร่างบางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตากลมโตจ้องมองปฏิกิริยาของตำรวจสาวนิ่งสนิท
เพชรพริ้งรับหูฟังมาสวมด้วยความรวดเร็ว นิ้วเรียวยาวกำแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว เสียงปลายสายที่ดังลอดเข้ามาทำเอาลมหายใจของร้อยตำรวจเอกสาวสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ
*(สวัสดีค่ะ ผู้กองเพชรพริ้ง... และคุณรินรดาคนเก่ง น่าเสียดายจังนะคะที่ฉันพลาดท่าไปหน่อย ไม่อย่างนั้นเราคงได้สนุกกันนานกว่านี้ในกองเพลิงนั้น)*
เสียงหัวเราะคิกคักรากับเด็กสาวกำลังสนุกกับของเล่นชิ้นโปรดดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ มันเป็นเสียงของ 'พิมพ์พรรณ' พยานปากเอกที่ตำรวจสรุปสำนวนว่าเสียชีวิตคือกองเพลิงคดีฆาตกรรมอำพรางเมื่อสามวันก่อน!
"เป็นไปไม่ได้..." เพชรพริ้งพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าหวานตึงเครียดขึ้นมาทันที ดวงตาคู่สวยฉายแววตื่นตระหนกที่ยากจะพบเห็น "เราตรวจสอบดีเอ็นเอจากซากศพนั้นแล้ว ยืนยันว่าเป็นพิมพ์พรรณร้อยเปอร์เซ็นต์ ศันย์แพทย์นิติเวชเซ็นรับรองด้วยซ้ำ ถ้าเธอตายไปแล้ว... แล้วใครที่กำลังพูดอยู่"
"ก็ผีดิบไงคะผู้กอง หรือไม่ก็... คนที่ฉลาดพอจะสับเปลี่ยนศพเพื่อตบตาตำรวจโง่ๆ อย่างพวกเรา" รินรดาตอกกลับด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน แต่แววตากลับจริงจังและเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดไม่แพ้กัน มือเรียวบางรัวแป้นพิมพ์ต่ออย่างบ้าคลั่งเพื่อตามหาพิกัดสัญญาณ "แต่บอกไว้ก่อนนะว่ายัยนี่ไม่ได้โทรมาแค่ทักทายเล่นๆ แน่นอน"
ทันใดนั้น หน้าจอหลักของคอมพิวเตอร์ก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ข้อความสั้นๆ ปรากฏขึ้นพร้อมกับไฟล์วิดีโอขนาดใหญ่ที่ถูกดาวน์โหลดอัตโนมัติลงในระบบฐานข้อมูลลับของกองปราบฯ
*【ของขวัญต้อนรับการกลับมา... เชิญเปิดดูความจริงที่พวกคุณพยายามซุกไว้ใต้พรมสิคะ】*
เพชรพริ้งไม่รอช้ารemove ความลังเลทั้งหมดออกไป มือเรียวกดคลิกเล่นไฟล์วิดีโอนั้นทันที ภาพที่ปรากฏบนจอทำให้ลมหายใจของทั้งคู่แทบหยุดนิ่ง
มันคือภาพเหตุการณ์สด (Live) จากสถานที่แห่งหนึ่ง... โกดังร้างที่คุ้นเคย คราบเขม่าควันสีดำยังคงหลงเหลืออยู่บนผนังปูน แต่สิ่งที่ทำให้เพชรพริ้งต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจจนแทบสิ้นสติ คือร่างของใครบางคนถูกมัดตรึงไว้กับเก้าอี้กลางห้อง ใบหน้าเปรอะเปื้อนคราบเลือดและรอยช้ำ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัว และที่สำคัญที่สุด... คนๆ นั้นสวมเครื่องแบบตำรวจยศสารวัตร สังกัดเดียวกับพวกเธอ!
*(สารวัตรธนา...)* เพชรพริ้งหลุดชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า นายตำรวจผู้มีเบื้องหลังไม่สะอาดสะอ้านและกำลังอยู่ในเป้าหมายการสืบสวนลับของเธอ
ในวิดีโอ เงาร่างระหงของผู้หญิงคนหนึ่งก้าวเข้ามาในเฟรมกล้อง เธอสวมเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำสนิท เส้นผมยาวสลวยสะท้อนแสงไฟสลัว ใบหน้าครึ่งหนึ่งซ่อนอยู่ภายใต้เงาหมวกแก๊ป แต่รอยยิ้มมุมปากที่ยกขึ้นอย่างได้รูปนั้น... ชัดเจนเสียยิ่งกว่าชัดเจน
พิมพ์พรรณ (หรือคนที่สวมรอยเป็นเธอ) ยกปืนพกขึ้นจ่อที่ขมับของสารวัตรธนาอย่างไม่ลังเล เสียงหวานใสเอ่ยผ่านไมโครโฟนติดเสื้อด้วยน้ำเสียงรื่นเริงราวกับกำลังอ่านบทกวี
*(ตำรวจไทยยุคนี้รักความยุติธรรมกันจริงๆ เลยนะคะ... แต่เสียดายจังที่ความจริงบางอย่างมันเน่าเฟะเสียยิ่งกว่าซากศพซะอีก)*
"ไม่ได้การแล้ว!" เพชรพริ้งผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สัญชาตญาณผู้พิทักษ์สันติราษฎร์พลุ่งพล่านจนน่ากลัว "ริน เช็คพิกัดของภาพนี้เดี๋ยวนี้! โกดังนั่นมันอยู่ที่ไหน!"
"กำลังเช็คอยู่ค่ะ! อย่าเร่งนักสิคะผู้กอง!" รินรดาตอบกลับเสียงดัง มือยังคงรัวคีย์บอร์ดอย่างรวดเร็ว เหงื่อกาฬเริ่มผุดซึมตามไรผมของแฮกเกอร์สาว "ระบบป้องกันของมันหนาแน่นเป็นบ้า... เหมือนมีคนคอยคอนโทรลสัญญาณอยู่เบื้องหลังอีกที... เดี๋ยวนะ..."
หน้าจอกะพริบวูบหนึ่ง ก่อนพิกัด GPS จะปรากฏขึ้นบนแผนที่ดิจิทัล
*พิกัด: โกดังหมายเลข 7 ท่าเรือร้างเขตอุตสาหกรรมเก่า*
"เจอแล้วค่ะ! ห่างจากนี่ไปแค่สิบหนาที!" รินรดาหันขวับมามองหน้าเพชรพริ้ง แววตาทั้งสองคู่ประสานกันอย่างมีความหมาย "เราต้องรีบไป ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นจุลจริงๆ"
เพชรพริ้งพยักหน้ารับ ร่างสูงหันหลังเตรียมวิ่งคว้ากุญแจรถบนโต๊ะทำงาน แต่ทว่า...
*กริ๊งงงงง!*
เสียงโทรศัพท์พื้นฐานบนโต๊ะทำงานของเพชรพริ้งแผדเสียงกรีดร้องลั่นห้อง ทำลายจังหวะความรีบร้อนลงในพริบตา ทั้งสองชะงักกึก เพชรพริ้งขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ในยามวิกาลแบบนี้ และในสถานการณ์ที่บีบคั้นเช่นนี้ ใครโทรเข้ามาที่เบอร์ภายในห้องนี้ได้?
"รับสิคะผู้กอง เผื่อจะเป็นสายจาก 'ยมบาล'" รินรดาเหยียดยิ้มบางๆ น้ำเสียงติดประชดประชันเพื่อกลบเกลื่อนความหวาดหวั่นที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก
เพชรพริ้งก้าวเข้าไปหยิบหูฟังขึ้นมาแนบหูด้วยความระแวดระวัง ดวงตาคมกริบจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงฉายภาพในวิดีโอไม่วางตา
"สวัสดีค่ะ ร้อยตำรวจเอกเพชรพริ้ง..." เสียงปลายสายไม่ได้มาจากโทรศัพท์สำนักงาน แต่เป็นเสียงที่ดังมาจากลำโพงบลูทูธบนโต๊ะทำงานของรินรดาต่างหาก!
เพชรพริ้งชะงักค้าง รินรดาหันขวับไปมองลำโพงตัวเล็กที่ส่งเสียงซ่าก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะหวานหยดย้อยที่คุ้นเคยจนน่าสะพรึงกลัว
*(ไม่ต้องลำบากขับรถไปที่ท่าเรือหรอกนะคะผู้กอง... เพราะตอนนี้ ของขวัญชิ้นพิเศษที่ฉันส่งให้ มาถึงหน้าห้องทำงานของคุณเรียบร้อยแล้วค่ะ)*
สิ้นคำพูดนั้น... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงานของกองปราบฯ พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังปัง! ปัง! สามครั้งติดกันอย่างจงใจ
เพชรพริ้งและรินรดาสบตากันนิ่งสนิท หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกว่านี่คือ 'กับดัก' หรือ 'จุดจบ' กันแน่
ก่อนที่ประตูห้องจะค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของใครบางคนก้าวเข้ามาในความมืด...
--------------------------------------------------
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์สายซึนปะทะความปากแซ่บของคู่เรานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซนเซอร์หัวใจยัยนักสืบตัวแสบกับคุณตำรวจมาดนิ่ง•ตอนที่ 14
กลิ่นอายฆาตกร
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจยัยนักสืบตัวแสบกับคุณตำรวจมาดนิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!