เสียงคลิกเมาส์ครั้งสุดท้ายดังขึ้นท่ามกลางความมืดสนิทของห้องเซิร์ฟเวอร์ชั้นใต้ดิน มีเพียงแสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สามจอที่สาดกระทบใบตึงเครียดของรินรดา หยดเหงื่อเม็ดหนึ่งไหลยินยอมลงมาจากขมับมน ไล่ผ่านกรอบหน้าคมคายก่อนจะหยดลงบนคีย์บอร์ดราคาแพง แฮกเกอร์สาวไม่แม้แต่จะปัดมันทิ้ง ปลายนิ้วเรียวยังคงรัวเร็วดั่งดีดเปียโนเพื่อฝังโค้ดไวรัสตัวสุดท้ายลงในระบบฐานข้อมูลลับระดับชาติ
"ให้มันได้อย่างนี้ส-."
เสียงบ่นพึมพำของเธอถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อหน้าจอหลักเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับข้อความเตือนภัยขนาดมหึมาที่กระพริบวับวาบ— *‘WARNING: UNAUTHORIZED ACCESS DETECTED’*
ให้ตายเถอะ ระบบรักษาความปลอดภัยของกรมสอบสวนพิเศษมันดุยิ่งกว่าหมาบ้าของใครบางคนเสียอีก รินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือด รสชาติเค็มปร่าของเลือดฝาดในปากไม่ได้ทำให้เธอกลัวแม้แต่น้อย กลับยิ่งจุดประกายความท้าทายในแววตาสีเข้มให้ลุกโชนขึ้นไปอีก ถ้าวันนี้เธอเอาข้อมูลการทุจริตของรัฐบาลเงาชุดนั้นออกไปไม่ได้ ชะตากรรมของคนที่ตายไปคงไม่ได้รับความยุติธรรม และเธอนั่นแหละที่จะกลายเป็นศพรายต่อไป
"ฉลาดนักนะรินรดา แต่คิดเหรอว่าจะรอดมือฉันไปได้ง่ายๆ"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว รินรดาผุดลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ หันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับผู้บุกรุกที่มีสิทธิ์อยู่ที่นี่มากที่สุด
เพชรพริ้งยืนกอดอกพิงกรอบประตู ชุดเครื่องแบบตำรวจรัดกุมขับเน้นทรวดทรงสมส่วนและบุคลิกที่นิ่งขรึมจนน่าหมั่นไส้ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นใสคู่นั้นกวาดมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงรันโค้ดอยู่ ก่อนจะเลื่อนกลับมาจ้องเขม็งที่ใบหน้าเปื้อนเหงื่อของแฮกเกอร์สาว
"ร้อยตำรวจเอกเพชรพริ้ง..." รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นตระหนก "ว่างมากเหรอคะคุณผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ถึงได้เดินตรวจตึกตอนตีสาม หรือว่า... คิดถึงฉันจนนอนไม่หลับล่ะคะ"
เพชรพริ้งไม่สะทกสะท้านกับคำยั่วเย้า เธอยกยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อย—รอยยิ้มที่บางเบาจนแทบมองไม่เห็น แต่มันคืออาวุธร้ายกาจที่ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบได้อย่างไม่น่าเชื่อ
"ฝันไปเถอะค่ะ ฉันแค่มารับตัว ‘อาชญากร’ ที่กำลังทำลายความมั่นคงของชาติกลับไปสงบสติอารมณ์ที่ห้องขัง" เพชรพริ้งก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว ช้าๆ ทว่ามั่นคง บีบให้รินรดาต้องถอยร่นจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานอย่างไร้ทางหนี "รู้ตัวไหมคะว่าคุณกำลังเล่นกับไฟกองใหญ่แค่ไหน"
"ไฟเหรอคะ?" รินรดาเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว แม้แผ่นหลังจะชนชิดติดโต๊ะและมีร่างสูงของตำรวจสาวกักตัวเธอไว้ในพื้นที่แคบๆ แล้วก็ตาม "ถ้าไฟกองนี้มันจะเผาพวกคนชั่วให้วายป่วงไปพร้อมกัน ฉันก็ยินดีจะเอาตัวเข้าไปแลกค่ะ ดีกว่าพวกตำรวจปากแข็งที่เอาแต่ก้มหัวให้ความอยุติธรรม!"
ประโยคหลังกระแทกกระทั้นใส่หน้าคนฟังเต็มรัก เพชรพริ้งชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคู่คมไหววับด้วยอารมณ์บางอย่างที่ยากจะคาดเดา ร่องรอยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชาฉายชัดขึ้นมาวบหนึ่ง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความดุดันตามหน้าที่
"คุณมันดื้อด้านที่สุด รินรดา!" เพชรพริ้งเอื้อมมือคว้าข้อมือเรียวที่พยายามจะเอื้อมไปกดปุ่มดาวน์โหลดข้อมูลครั้งสุดท้าย แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันหนักแน่นพอที่จะตรึงเธอไว้ไม่ให้ขยับไปไหน ร่างของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วผ่านเนื้อผ้า
รินรดาใจเต้นแรง ไม่ใช่เพราะกลัวถูกจับ แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้จนเกินไป กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นฝนจางๆ จากตัวของร้อยตำรวจเอกสาวกำลังมอมเมาประสาทสัมผัสของเธอจนรวนเร ใบหน้าสวยคมของเพชรพริ้งอยู่ห่างจากเธอไม่ถึงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณข้างแก้ม
"ปล่อยฉันนะ... เพชรพริ้ง" เสียงที่เคยแข็งกร้าวเริ่มสั่นพร่าโดยไม่รู้ตัว รินรดาพยายามเบือนหน้าหนีสายตาดุแต่แฝงด้วยความเวทนาคู่นั้น "คุณไม่มีสิทธิ์มาหยุดฉัน..."
"มีสิทธิ์สิคะ ในฐานะตำรวจ... และในฐานะคนที่..." เพชรพริ้งกลืนคำพูดที่เหลือลงคอ เธอยกมืออีกข้างขึ้นประคองกรอบหน้าของรินรดาบังคับให้หันกลับมาสบตากัน ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยรอยเปื้อนเขม่าควันบนแก้มเนียนอย่างเบามือโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงที่เคยแข็งกระด้างอ่อนลงจนน่าใจหาย "ทำไมถึงชอบเอาชีวิตตัวเองมาแขวนไว้บนเส้นด้ายอยู่เรื่อย ฮึ? รู้ไหมว่าถ้าหน่วยเหนือรู้เรื่องนี้ คุณจะไม่มีทางได้เห็นเดือนเห็นตะวันอีกเลย"
รินรดานิ่งงัน หัวใจกระหน่ำเต้นราวกับกลองเพลเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่ฉายแววห่วงใยอย่างปิดไม่มิดของคนตรงหน้า ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความโหยหาและแรงดึงดูดประหลาดที่ดึงให้พวกเธอเข้าหากัน
"ถ้าฉันไม่ทำ... แล้วใครจะทำล่ะคะ" รินรดาเสียงแผ่วลง หยดน้ำตาเอ่อคลอเบ้าอย่างสุดจะกลั้น "ความยุติธรรมมันไม่เคยรอใครเพชรพริ้ง... และฉันก็ไม่อยากรอให้คุณมาปกป้องฉันตลอดเวลาด้วย"
"แต่ฉันอยากปกป้องคุณ..."
เพชรพริ้งหลุดคำพูดนั้นออกมาโดยไม่ทันยับยั้งชั่งใจ เธอมองริมฝีปากที่สั่นเทรာของแฮกเกอร์สาวด้วยความรู้สึกที่ตีรวนไปหมด ทั้งโกรธ ทั้งเป็นห่วง และ... คลั่งรักจนแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว แพ้... เธอยอมรับก็ได้ว่าเธอแพ้ทางผู้หญิงปากร้ายคนนี้ราบคาบ
รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบวาบจนแทบหยุดเต้น คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนฟอร์มจัดทำให้เธอลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง แม้แต่เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงผลว่าการดาวน์โหลดข้อมูลเสร็จสมบูรณ์ 100% แล้วก็ตาม
ริมฝีปากอิ่มกำลังจะอ้าเอื้อนเอ่ยคำถามบางอย่างออกไปเพื่อทวงถามความชัดเจน
*ปัง!*
เสียงประตูกระจกนิรภัยด้านนอกแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ที่วิ่งกรูเข้ามาในห้องเซิร์ฟเวอร์ พร้อมเงาร่างของชายชุดดำติดอาวุธครบมือไม่ต่ำกว่าห้าคนพุ่งตรงมายังจุดที่พวกเธอยืนอยู่!
"หมวด! หมอบลง!"
เพชรพริ้งสบถออกมาคำหนึ่งอย่างหัวเสีย ร่างสูงปฏิกิริยาไวเหนือความคิด เธอกระชากร่างของรินรดาให้ล้มลงไปหลบหลังโต๊ะทำงานด้วยกันทันที พร้อมกับชักอาวุธปืนประจำกายออกมารอรับมือ แต่อีกเสี้ยววินาทีต่อมา ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทของหน่วยจู่โจมปริศนาก็กดเล็งตรงมาที่ศีรษะของพวกเธอทั้งคู่จากความมืด พร้อมกับเสียงก้องกังวานของบุคคลที่สามที่ก้าวออกมาจากเงา
"เกมOVERแล้วล่ะครับ... ร้อยตำรวจเอกเพชรพริ้ง และคุณแฮกเกอร์คนเก่ง"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกไปกับพวกเธอนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซนเซอร์หัวใจยัยนักสืบตัวแสบกับคุณตำรวจมาดนิ่ง•ตอนที่ 18
ฐานข้อมูลต้องห้าม
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจยัยนักสืบตัวแสบกับคุณตำรวจมาดนิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!