เสียงกระแทกของแฟ้มคดีหนาเตอะบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังขึ้น สะท้อนก้องไปทั่วห้องสอบสวนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟดำและฝุ่นควันจากเอกสารเก่าคร่ำคร่า รินรดาไม่แม้แต่จะกะพริบตา เธอนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้โลหะที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งขยับตัว ดวงตากลมโตคู่คมกริบราวกับแมวป่าจ้องมองร้อยตำรวจเอกสาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความไร้หัวใจตรงหน้าอย่างท้าทาย
"ถ้าคุณเรียกฉันมาที่นี่เพื่อจะบอกแค่ว่า 'อย่าลืมส่งรายงาน' ฉันว่าคุณเสียเวลาเปล่าค่ะ ผู้กองเพชรพริ้ง"
รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกึ่งประชดกึ่งเย้า ปลายนิ้วเรียวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเพลงร็อกเร้าใจเพื่อกวนประสาทคนตรงข้ามให้สติหลุด รอยยิ้มมุมปากของแฮกเกอร์สาวอัจฉริยะช่างเย้ายวนและชวนหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน
เพชรพริ้งเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง สันจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยตามสัญชาตญาณของการป้องกันตัว ดวงตาสีดำสนิทที่มักจะนิ่งสงบราวน้ำในบึงลึกเวลานี้กลับไหววับด้วยความหงุดหงิด เธอเกลียดรอยยิ้มนั้น... รอยยิ้มที่เหมือนรู้ทันความคิดสกปรกในหัวเธอทุกอย่าง เกลียดท่าทีที่ไม่เคยเกรงกลัวอำนาจใดๆ และเกลียดที่สุดคือหัวใจเจ้ากรรมที่ดันเต้นผิดจังหวะทุกครั้งเวลาที่อีกฝ่ายเข้าใกล้ในระยะประชิด
"ฉันไม่ได้ว่างพอจะเรียกคุณมานั่งเล่นค่ะ รินรดา" เพชรพริ้งกดเสียงต่ำ พยายามบังคับน้ำให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่แผ่นหลังบางแนบติดกับพนักเก้าอี้ด้วยความอึดอัด "ข้อมูลที่คุณแฮกมาจากเซิร์ฟเวอร์ของเครือข่ายค้ามนุษย์เมื่อคืน... คุณเกือบเอาชีวิตไม่รอดรู้ตัวไหม ถ้าพวกมันตามไอพีแอดเดรสของคุณเจอ ป่านนี้คุณคงกลายเป็นศพอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาไปแล้ว!"
น้ำเสียงที่หลุดออกมาแม้จะฟังดูคล้ายการตำหนิและดุด่า แต่มันกลับเจือไปด้วยความร้อนรนที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ไม่มิด รินรดาหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่จางหายไปแทนที่ด้วยแววตาครุ่นคิด เธอมองสำรวจใบหน้าเนียนใสที่ตึงเครียดจนขึ้นสีแดงระเรื่อตรงสัน The jawline คมกริบที่ขบเข้าหากันแน่นบ่งบอกว่าผู้กองสาวคนเก่งกำลังพยายามอดกลั้นอารมณ์บางอย่างอยู่
"เป็นห่วงฉันเหรอคะ?"
คำถามสั้นๆ แต่ทิ่มแทงตรงจุดทำให้ห้องสอบสวนตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะไร้ซึ่งเสียงใดๆ นอกจากเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวในอกของคนทั้งคู่ เพชรพริ้งชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเย็นชาดังเดิมราวกับกลัวว่าความลับบางอย่างจะหลุดรอดออกไปทางสายตา
"เพ้อเจ้ออะไรของคุณ ฉันเป็นตำรวจ หน้าที่ของฉันคือรักษาความปลอดภัยให้ประชาชน ไม่ใช่มานั่งเช็ดน้ำตาให้แฮกเกอร์ปากเสียอย่างคุณ" เพชรพริ้งสวนกลับทันควัน น้ำเสียงแข็งกระด้างแต่มือที่ประสานกันบนตักกลับบีบเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้ว,ขาวซีด "ฉันแค่ไม่อยากให้รูปคดีพังเพราะความอวดดีของคุณก็เท่านั้น"
"ปากแข็ง..." รินรดาพึมพำเบาๆ แต่จงใจให้ได้ยิน เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้าไปหาตำรวจสาวทีละก้าวอย่างช้าๆ ราวกับเสือดาวที่กำลังย่างสามขุมเข้าหาเหยื่อ "ปากบอกว่าไม่อยากให้คดีพัง แต่เมื่อคืนตอนที่สัญญาณฉันขาดหายไป คุณโทรหาฉันสามสิบแปดสายติดต่อกัน... บันทึกการโทรในมือถือคุณ มันฟ้องชัดเจนนะคะ ผู้กองคนสวย"
เพชรพริ้งสะดุ้งเฮือก เผลอผุดลุกขึ้นยืนตามโดยอัตโนมัติ ใบหน้าสวยหวานตอนนี้แดงก่ำลามไปถึงใบหู ความซึนเดเระที่สั่งสมมานานพังทลายลงในพริบตาเมื่อถูกจับได้คาหนังคาเขา เธออ้าปากพะงาบๆ จะเถียงแต่ก็หาคำพูดมาแก้ตัวไม่ได้ ท่าทีที่มักจะสุขุมเยือกเย็นหายวับไปกับตา เหลือเพียงเด็กสาวที่กำลังถูกจับได้ว่าแอบชอบของเล่นชิ้นโปรด
"ฉัน... ฉันแค่วิตกกังวลว่าถ้าคุณตาย คดีจะไม่มีคนไขรหัสต่อต่างหากเล่า!" เพชรพริ้งเสียงดังกลบเกลื่อน พยายามก้าวถอยหลังหนีเมื่อรินรดาเดินเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางเอกสารด้านหลัง
"เหรอคะ?" รินรดายื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดรดอยู่บนพวงแก้มทำให้เพชรพริ้งแทบหยุดหายใจ ดวงตากลมโตแพรวพราวด้วยความสนุกสนานที่ได้แกล้งคนฟอร์มจัด "แต่สายตาของคุณเมื่อคืนตอนยืนมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ฉันส่งสัญญาณสุดท้าย... มันไม่ได้บอกแบบนั้นเลยนะ ผู้กอง"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตที่วิ่งพล่านไปทั่วผิวหนัง รินรดามองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นของคนตรงหน้าอย่างนึกสนุก มือเรียวยื่นไปปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยลงมาเคลียแก้มให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้เพชรพริ้งตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ความซึนที่เคยเป็นเกราะกำบังหนาเตอะค่อยๆ ร้าวรานลงทีละน้อยภายใต้รอยยิ้มที่จริงใจและอ่อนโยนอย่างหาได้ยากยิ่งของแฮกเกอร์สาว
เพชรพริ้งหลบสายตา ปลายขนตางอนสั่นระริก หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน หัวใจที่เคยปิดตายและมีแต่ความยุติธรรม ตอนนี้กลับยอมจำนนให้กับความแพรรพราวและดื้อรั้นของผู้หญิงตรงหน้าอย่างไม่มีเงื่อนไข
"คุณนี่มัน..." เพชรพริ้งพึมพำด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ความแข็งกระด้างเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความเคอะเขินที่ระบายอยู่บนใบหน้า "ชอบทำให้ฉันโมโหอยู่เรื่อย"
"ก็เพราะว่าเวลาที่คุณหลุดฟอร์มมันน่ารักมากยังไงล่ะคะ" รินรดากระซิบเสียงพร่าข้างใบหู ใบหน้าสวยคมโน้มเข้าไปใกล้จนริมฝีปากแทบจะแนบชิดกับกลีบปากนุ่มของอีกฝ่าย "ถ้าความลับเรื่องที่คุณเป็นห่วงฉันหลุดออกไป... คุณคิดว่ากรมตำรวจจะแตกตื่นไหมนะ?"
เพชรพริ้งเงยหน้าขึ้นสบตา ดึงความกล้าเฮือกสุดท้ายมาใช้เพื่อไม่ให้ตัวเองดูพ่ายแพ้ไปมากกว่านี้ เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น พยายามจะพูดประโยคที่ซ่อนอยู่ในใจมานานออกไปเพื่อหยุดความเย้าแหย่นี้เสียที
"รินรดา... ฉัน..."
*แกร๊ก!*
เสียงเปิดประตูห้องสอบสวนดังขึ้นขัดจังหวะพร้อมกับร่างของสารวัตรธนาที่ก้าวเข้ามาพร้อมกองเอกสารกองโตในมือ โดยไม่ทันสังเกตบรรยากาศชวนใจเต้นที่เพิ่งก่อตัวขึ้นเมื่อวินาทีที่แล้ว
"ผู้กองเพชรพริ้งครับ! ผลตรวจดีเอ็นเอจากที่เกิดเหตุออกแล้ว..." สารวัตรธนาชะงักกึกเมื่อเห็นผู้บังคับบัญชาสาวและแฮกเกอร์สาวยืนอยู่ใกล้กันในระยะประชิดจนน่าสงสัย "เอ่อ... ผมขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าครับ?"
เพชรพริ้งรีบผลักอกรินรดาให้ออกห่างทันที ใบหน้าที่แดงก่ำถูกปรับเปลี่ยนกลับมาเป็นมาดนิ่งขรึมอย่างรวดเร็วราวกับเล่นกล เธอกระแอมเบาๆ เพื่อแก้เขินแล้วหันไปทางลูกน้องด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"เปล่า! ไม่มีอะไร! ว่ามา... ผลดีเอ็นเอว่ายังไง!"
รินรดายืนกอดอกอมยิ้มบางๆ อย่างอารมณ์ดี ดวงตาคู่สวยมองเสี้ยวหน้าของร้อยตำรวจเอกสาวที่กำลังพยายามกลบเกลื่อนความเขินอายด้วยความมันเขี้ยว ก่อนที่รอยยิ้มของเธอจะค้างเติ่งเมื่อกวาดสายตาไปเห็นชื่อและรอยสักรูปงูที่ปรากฏอยู่บนเอกสารในมือของสารวัตรธนา—รอยสักที่เป็นสัญลักษณ์ขององค์กรลับที่เธอตามล่ามาทั้งชีวิต และมันกำลังโยกย้ายเข้ามาใกล้ตัวพวกเธอมากกว่าที่คิด!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจเต้นไปกับพวกเธอนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซนเซอร์หัวใจยัยนักสืบตัวแสบกับคุณตำรวจมาดนิ่ง•ตอนที่ 17
ความนัยที่ไม่ได้พูด
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจยัยนักสืบตัวแสบกับคุณตำรวจมาดนิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!