"คุณมันบ้าไปแล้วหรือไง ผู้กองเพชรพริ้ง!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นจนแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานตัวกระจิดริดสั่นสะเทือน รินรดาแทบจะพ่นไฟใส่หน้าคนตรงข้ามอยู่รอมร่อ แฮกเกอร์สาวอัจฉริยะส่งสายตาดุดันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเล็กน้อย ยามที่เธอจ้องมองร้อยตำรวจเอกสาวมาดนิ่งผู้ยืนกอดอกนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อน
เพชรพริ้งไม่แม้แต่จะกะพริบตา เธอยังคงรักษาใบหน้าเรียบเฉย เย็นชา และไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ตามสไตล์ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ผู้เคร่งครัดในกฎระเบียบ ทว่าสันกรามที่ขบเข้าหากันจนแน่นและปลายนิ้วมือที่จิกเข้าที่ต้นแขนตัวเองอย่างไม่รู้ตัวนั้น... ทรยศความนิ่งสงบของเจ้าตัวจนหมดสิ้น
"ฉันทำตามหน้าที่ และในฐานะหัวหน้าทีมสืบสวน ฉันมีสิทธิ์ขาดว่าจะใช้วิธีการไหน" น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวน้ำแข็งขั้วโลกหลุดออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบของร้อยตำรวจเอกสาว "ส่วนวิธีแฮกเข้าระบบความปลอดภัยของบริษัทเป้าหมายแบบพละการ โจ่งแจ้ง และไร้ร่องรอยแบบเถื่อนๆ ของคุณ... มันผิดกฎหมาย และฉันไม่สนับสนุน"
"โอ้โห! พูดออกมาได้เต็มปากเต็มคำนะคะ!" รินรดาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและเจ็บปวดลึกๆ เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวร่างสูงโปร่งของอีกฝ่ายอย่างไร้ความเกรงกลัว ระยะห่างระหว่างพวกเธอเหลือน้อยเต็มทีจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน "ถ้าไม่มีวิธี 'เถื่อนๆ' ของฉัน ป่านนี้หลักฐานชิ้นสำคัญที่เชื่อมโยงไปถึงฆาตกรคงโดนพวกมันกดปุ่มลบเกลี้ยงเซิร์ฟเวอร์ไปตั้งแต่ชาติเศษแล้วค่ะคุณผู้กอง! มัวแต่รอหมายศาล รอขั้นตอนราชการเต่าคลานแบบคุณน่ะเหรอ? ศพต่อไปคงถูกส่งมาให้คุณยืนไว้อาลัยหน้าโรงพักพอดี!"
"รินรดา!" เพชรพริ้งตวาดเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบตวัดมองคนตัวเล็กกว่าอย่างดุดัน ความอดทนที่สั่งสมมานานเริ่มปริร้าว "คุณไม่เข้าใจการทำงานของตำรวจ! เราต้องทำทุกอย่างตามกรอบ เพื่อไม่ให้คud โดนปัดตกในชั้นศาล!"
"กรอบงี่เง่าของคุณนั่นแหละที่มันฆ่าคน!" รินรดาโต้กลับทันควัน น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความอัดอั้นตันใจ ความทรงจำอันเลวร้ายในอดีตเกี่ยวกับความยุติธรรมที่บิดเบี้ยวและล่าช้าพรั่งพรูเข้ามาในหัวจนเธอแทบหายใจไม่ออก ดวงตาคู่สวยเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ แต่หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นหยดน้ำตาแห่งความอ่อนแอไม่ให้ไหลออกมาต่อหน้าคนใจร้ายคนนี้ "คุณรักความถูกต้องนักใช่ไหม? งั้นก็เชิญนั่งรอคอยความยุติธรรมในอุดมคติของคุณไปคนเดียวเถอะค่ะ... ส่วนฉัน จะไม่ยอมเสียเวลาทิ้งชีวิตใครให้อยู่ในมือคนเลวพวกนั้นเด็ดขาด!"
พูดจบ รินรดาก็กระชากกระเป๋าเป้คู่ใจสะพายไหล่ หันหลังขวับเตรียมเดินหนีออกจากห้องทำงานส่วนตัวของอีกฝ่ายทันที บรรยากาศรอบตัวอึมครึมและหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก ความขัดแย้งทางความคิดและวิธีการทำงานเดินทางมาถึงจุดแตกหักที่ไม่มีใครยอมใคร
หมับ!
ทว่า... ก่อนที่มือเรียวจะได้ผลักบานประตูออก แรงกระชากเบาๆ แต่หนักแน่นที่ข้อแขนก็ดึงรั้งเธอไว้ ร่างของรินรดาถูกดึงให้หมุนกลับไปประทะเข้ากับแผงอกอุ่นของใครบางคนอย่างแรง กลิ่นกายคุ้นเคยที่ผสมผสานระหว่างความสะอาดและกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูก
เพชรพริ้งรั้งตัวเธอไว้ ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจ
"ปล่อยนะ..." รินรดาพยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่แรงบีบกลับกระชับแน่นยิ่งขึ้น น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้รื้นขึ้นมาคลอหน่วยดวงตาคู่สวย "บอกให้ปล่อยไงคะ! อยากให้ฉันทำตามกฎนักไม่ใช่เหรอ งั้นก็ปล่อยให้ฉันไปให้พ้นหน้าคุณสิ!"
"ฉันไม่ได้สั่งให้คุณไปไหน..." น้ำเสียงของเพชรพริ้งอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ความแข็งกร้าวเมื่อครู่หายไปหลงเหลือเพียงความสั่นเครือเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดื้อรั้น ปลายจมูกโด่งรั้นอยู่ห่างจากแก้มเนียนของรินรดาเพียงไม่กี่เซนติเมตร "แล้วก็เลิกทำตัวเป็นฮีโร่ผู้โดดเดี่ยวสักที... คุณคิดว่าฉันไม่กลัวเหรอ รินรดา?"
รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยยามที่ได้เห็นแววตาไหววูบและความเจ็บปวดที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่คมของร้อยตำรวจเอกสาว
"คุณ... หมายความว่ายังไง"
"ทุกครั้งที่คุณเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงในโลกมืดพวกนั้น... ทุกครั้งที่คุณแฮกเข้าระบบของพวกอันตรายโดยไม่มีใครคอยคุ้มกัน... คุณรู้ไหมว่าฉันต้องหายใจไม่ทั่วท้องแค่ไหน" เพชรพริ้งกระซิบเสียงแผ่วเบา ปล่อยมือจากข้อแขนเปลี่ยนมาเป็นประคองใบหน้าเนียนนุ่มของแฮกเกอร์สาวด้วยความทะนุถนอมอย่างที่แทบไม่เคยทำมาก่อน นิ้วโป้งเรียวยาวเกลี่ยไล่หยดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงมาบนแก้มอย่างแผ่วเบา "ฉันรักความถูกต้อง... แต่ถ้าความถูกต้องนั้นมันต้องแลกกับการที่ฉันต้องสูญเสียคุณไป... ฉันยอมเป็นคนทำลายกฎซะเองยังจะดีกว่า"
หัวใจของรินรดากระตุกวาบ คำสารภาพที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของคนปากแข็งและซึนเดเระตัวแม่อย่างเพชรพริ้ง ทำเอาสมองของอัจฉริยะสาวประมวลผลแทบไม่ทัน ความโกรธ ความอึดอัด และความพายเรือทวนน้ำที่สะสมมาตลอดทั้งวันมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดังโครมครามจนกลบเสียงรอบข้าง
ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากัน รินรดากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำพูดบางอย่างเพื่อทำลายความเงียบอันตระหนกนี้
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ทำลายบรรยากาศเปราะบางและสั่นไหวระหว่างพวกเธอลงอย่างไม่รู้กาลเทศะ
"ผู้กองครับ! แย่แล้วครับ!" เสียงร้อนรนของหมวดวิกรมลูกน้องคนสนิทดังทะลุบานประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูที่กำลังจะถูกเปิดออก "ทางกองบังคับการส่งคำสั่งด่วนมา... มีคนพบศพสายลับของเราถูกฆาตกรรมอำพรางในเซฟเฮาส์ และ... และระบบฐานข้อมูลทั้งหมดถูกฟอร์แมตเกลี้ยงโดยฝีมือของแฮกเกอร์ปริศนาครับ!"
เพชรพริ้งและรินรดาผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟช็อต ดวงตาของทั้งคู่เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อสบตากันอีกครั้งในเสี้ยววินาทีนั้น
รอยร้าวในใจของพวกเธอยังไม่ทันได้ประสาน... แต่ดูเหมือนว่าอันตรายครั้งใหญ่กำลังคืบคลานเข้ามาบดขยี้พวกเธอให้แหลکเป็นจุลเสียแล้ว!
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับพวกเธอนะคะ โรสแมรี่พิษสัญญาว่าจะพาไปขยี้ปมให้สะใจในตอนหน้าแน่นอนค่ะ!)*
เซนเซอร์หัวใจยัยนักสืบตัวแสบกับคุณตำรวจมาดนิ่ง•ตอนที่ 11
รอยร้าวในใจ
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจยัยนักสืบตัวแสบกับคุณตำรวจมาดนิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!