เซนเซอร์หัวใจยัยนักสืบตัวแสบกับคุณตำรวจมาดนิ่ง•ตอนที่ 12

เบื้องหลังหน้ากาก

ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
"ถ้าคุณยังดึงดันจะขุดคุ้ยเรื่องนี้ต่อ ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนใส่กุญแจมือคุณด้วยตัวเอง รินรดา!" น้ำเสียงเย็นชาของร้อยตำรวจเอกเพชรพริ้งบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกราวกับใบมีดที่กรีดลงบนแผลสด รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด จ้องมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและท้าทาย แสงไฟนีออนสลัวจากห้องสอบสวนร้างในแฟลตเก่าๆ สะท้อนเงาความร้าวฉานในดวงตาของพวกเธอได้อย่างชัดเจน รอยร้าวในใจของพวกเธอยังไม่ทันได้ประสาน... แต่ดูเหมือนว่าอันตรายครั้งใหญ่กำลังคืบคลานเข้ามาบดขยี้พวกเธอให้แหลกเป็นจุลเสียแล้ว! "ใส่กุญแจมือฉันเห니까? กล้าพอก็ลองดูสịคะ ผู้กองเพชรพริ้ง!" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวร่างสูงที่ยืนตีหน้าขรึมไม่ยอมขยับเขยื้อน "หรือกลัวว่าความจริงเน่าเฟะที่คุณพยายามซ่อนไว้มันจะหลุดออกมาจากปากฉันกันแน่? ถึงได้ทำตัวเป็นสุนัขเฝ้าบ้านให้พวกมันแบบนี้!" *เพี๊ยะ!*—ไม่ใช่เสียงตบหน้า แต่เป็นเสียงฝ่ามือหนาที่กระแทกลงบนโต๊ะเหล็กสนิมเขรอะอย่างแรงจนรินรดาสะดุ้ง เพชรพริ้งหายใจหอบกระชั้น หน้าอกอิ่มกระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์ ดวงตาคู่คมที่มักจะนิ่งสงบราวกับผืนน้ำยามไร้ลม ตอนนี้กลับลุกโชนด้วยไฟโทสะและ... ความเจ็บปวดที่ซ่อนไว้อย่างมิดชิด "เธอไม่รู้อะไรเลย รินรดา..." เพชรพริ้งเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยโดยที่เจ้าตัวพยายามควบคุมมันอย่างสุดกำลัง "โลกใบนี้มันไม่ได้มีแค่ขาวกับดำ... และคนที่เธอคิดว่าเลวระกำ เขาก็อาจจะมีเหตุผลที่ต้องยอมกลายร่างเป็นปีศาจเหมือนกัน!" "เหตุผลเหรอ? หึ! เหตุผลบ้าบออะไรถึงทำให้พ่อของคุณกลายเป็นไอ้สารเลวที่ขายความยุติธรรมให้กับพวกค้ายาจนทำให้ครอบครัวฉันต้องพินาศล่ะคะ!" คำพูดนั้นพ่นออกไปด้วยความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานนับปี บรรยากาศภายในห้องแคบๆ ดิ่งวูบลงจนแทบหายใจไม่ออก รินรดาจ้องลึกลงไปในดวงตาของอีกฝ่าย มือบางกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความลับที่เธอเพิ่งแฮกข้อมูลชุดสุดท้ายมาจากเซิร์ฟเวอร์มืดของกรมตำรวจเมื่อคืนนี้ชี้ชัดว่า ร้อยตำรวจเอกเพชรพริ้งคือ "เลือดเนื้อเชื้อไข" ของนายตำรวจระดับสูงผู้ล่วงลับที่ถูกตราหน้าว่าเป็นหนอนกระบือตัวพ่อในคดีประวัติศาสตร์ เพชรพริ้งชะงักกึก ร่างทั้งร่างแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ความลับที่เธอใช้ทั้งชีวิตในการปกปิด และใช้ความเยือกเย็นเข้าอำพราง บัดนี้กลับถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานต่อหน้าผู้หญิงปากกล้าคนนี้... คนที่เธอทั้งอยากผลักไสให้พ้นอันตราย และอยากดึงเข้ามาสวมกอดไว้แน่นๆ ในเวลาเดียวกัน ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจร้อนผ่าวของคนทั้งคู่ที่สะท้อนก้อง เพชรพริ้งหลุบตาลงต่ำ เปลือปกปิดความอ่อนแอที่วาบผ่านเข้ามาในแววตาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมาสวมเกราะป้องกันความรู้สึกอีกครั้งด้วยใบหน้าเรียบเฉยตามเคย "ถ้าเธอเกลียดฉันนัก... ถ้าเธอคิดว่าฉันเป็นพวกเดียวกับคนพวกนั้น..." เพชรพริ้งก้าวเข้าไปหาช้าๆ จนแผ่นหลังของรินรดาชนเข้ากับผนังห้องเย็นเยียบ ปลายจมูกของพวกเธอห่างกันเพียงคืบ กลิ่นหอมเย็นๆ ประจำตัวของผู้กองสาวผสมกับกลิ่นอายความเครียดทำให้หัวใจของแฮกเกอร์สาวเต้นรัวอย่างไร้เหตุผล "ทำไมเธอถึงไม่ยิงฉันทิ้งซะตั้งแต่ตอนนี้ล่ะ... หื้ม?" "ฉัน..." รินรดาพูดไม่ออก สมองอัจฉริยะที่เคยประมวลผลข้อมูลนับล้านบรรทัดในเสี้ยววินาทีกลับรวนเรจนสิ้นท่า เมื่อระยะห่างระหว่างพวกเธอลดลงจนเหลือศูนย์ ดวงตากลมโตสั่นไหวเมื่อมองเห็นร่องรอยความเปราะบางที่ซ่อนอยู่หลังมากานต์ความแข็งกระด้างของผู้หญิงตรงหน้า "ปากเก่งนักนะ แม่ตัวแสบ" เพชรพริ้งกระซิบเสียงพร่าชิดริมหู มือเรียวยื่นไปกักตัวรินรดาไว้กับกำแพง ปลายเล็บคมเฉี่ยวแตะไล้เบาๆ ที่กรอบหน้าของคนอวดเก่งอย่างถือดี "รู้ไหมว่าการเล่นกับไฟแบบนี้... มันจะทำให้เธอไหม้จนไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้า" "ปล่อยนะ... อีตาผู้กองบ้า..." รินรดาพยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสที่ทำเอาใจสั่นสะท้าน แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับทรยศด้วยการเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน เคมีแปลกประหลาดที่คอยดึงดูดพวกเธอเข้าหากันเสมอยามที่ปะทะคารมกัน ยิ่งทำให้สถานการณ์ตอนนี้ตลบอบอวลไปด้วยความรู้สึกก้ำกึ่งระหว่างความโกรธแค้นและความปรารถนาอันตราย แต่ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้ขยับเข้าใกล้กันมากกว่านั้น... *เปรี้ยง!* เสียงกระจกหน้าต่างด้านหลังแตกกระจายละเอียดเป็นIเสี่ยงๆ พร้อมกับเศษโลหะทรงกระบอกขนาดเล็กพุ่งแหวกอากาศเข้ามาตกกระแทกพื้นห้องเสียงดังสนั่น! "ควันพิษ! หมอบลง!" เพชรพริ้งตะโกนลั่นด้วยสัญชาตญาณดิบของตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ร่างสูงกระโจนเข้าชาร์จตัวรินรดาก่อนจะกอดรัดกลิ้งหลบวิถีกระสุนที่เจาะทะลุกำแพงปูนตามเข้ามาติดๆ เสียงปืนเก็บเสียงรัวเป็นชุดดังสนั่นหวั่นไหว เศษปูนและฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ แก๊สน้ำตาพวยพุ่งสีขาวโพลนจนมองไม่เห็นทาง "แค่กๆ! เกิดอะไรขึ้นเนี่ย!" รินรดาไอโขลก พยายามยันกายลุกขึ้นท่ามกลางความมืดและควันหนาทึบ มืออุ่นของเพชรพริ้งคว้าข้อมือเธอไว้แน่น ลากตัวให้วิ่งฝ่าความโกลาหลไปทางประตูหนีไฟด้านหลัง แรงบีบที่แน่นหนาและไออุ่นจากตัวของร้อยตำรวจเอกสาวคือสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าพวกเธอยังมีชีวิตอยู่ท่ามกลางสมรภูมิย่อมๆ นี้ แต่ทว่า... เมื่อผลักบานประตูหนีไฟออกไปสู่บันไดหนีไฟมืดทึบ เพชรพริ้งกลับต้องชะงักกึก ฝีเท้าที่กำลังวิ่งหนีหยุดลงทันทีจนรินรดาเกือบพุ่งชนแผ่นหลังของเธอ ร่างของชายชุดดำสามคนยืนดักรออยู่เบื้องล่าง ปลายกระบอกปืนติดลำกล้องยาวเล็งตรงมาที่พวกเธออย่างแม่นยำ และตรงกลางกลุ่มนั้น... ร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวออกมาจากเงาสลัว พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้เลือดในกายของเพชรพริ้งเย็นเฉียบลงถึงขั้วหัวใจ "สวัสดีครับ... คุณผู้กองคนเก่ง ไม่คิดเลยนะครับว่าเราจะมา 'ต้อนรับ' แขกคนสำคัญเร็วกว่าที่คิด" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเอמהทักทาย รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อจำใบหน้าของชายผู้นั้นได้แม่นยำ... คนที่ควรจะตายไปในคดีเมื่อห้าปีก่อน! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโลดแล่นในดงกระสุนและหัวใจซึนๆ ดวงนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจยัยนักสืบตัวแสบกับคุณตำรวจมาดนิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%