“จะจ้องอีกนานไหมคะคุณตำรวจ ถ้าจะจับเข้าคุกก็ใส่กุญแจมือเลย อย่ามาใช้สายตาแทะโลมกันแบบนี้ มันเสียเวลาคนสวย”
รินรดาเอ่ยพลางยักคิ้วกวนประสาท เธอนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆ ในห้องสอบสวนที่ถูกทิ้งร้าง แสงไฟนีออนกะพริบถี่ๆ ส่งเสียงครางหึ่งเหมือนจะดับลงทุกเมื่อ กระทบลงบนใบหน้าคมสวยของร้อยตำรวจเอกเพชรพริ้งที่ยืนกอดอกนิ่งราวกับรูปปั้นน้ำแข็ง
เพชรพริ้งไม่ตอบโต้ด้วยวาจา แต่ก้าวเท้าหนักๆ เข้ามาหาจนระยะห่างเหลือเพียงแค่ไม่กี่คืบ ความกดดันจากกลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นฝุ่นควันและไอของความตึงเครียดทำเอาบรรยากาศในห้องแคบๆ ดูอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
“ปากดีจังนะรินรดา” เพชรพริ้งกระซิบ เสียงเรียบเย็นแต่แฝงไปด้วยแรงสั่นสะเทือนบางอย่าง “หลักฐานที่ฉันถืออยู่ในมือตอนนี้ มากพอจะส่งเธอไปอยู่ในกรงขังลืม จนกว่าจะแก่ตายได้เลยนะ”
“งั้นก็ทำเลยสิคะ” รินรดาเอนตัวไปข้างหลัง จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่พยายามซ่อนความหวั่นไหวไว้อย่างมิดชิด “หรือว่ามือสั่น? หรือว่าลึกๆ แล้วคุณก็แค่กำลังหาข้ออ้างที่จะได้อยู่ลำพังกับฉันนานๆ กันแน่?”
เพชรพริ้งชะงัก เธอเม้มริมฝีปากแน่น นิ้วเรียวยาวที่คีบแฟ้มข้อมูลสีน้ำเงินไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอเกลียดนิสัยรู้ทันของยัยแฮกเกอร์ตัวแสบคนนี้ที่สุด แต่สิ่งที่เกลียดยิ่งกว่าคือจังหวะหัวใจของตัวเองที่มันดันเต้นผิดจังหวะเพียงเพราะได้สบตากับคนตรงหน้า
“ฉันทำตามหน้าที่” เพชรพริ้งเอ่ยเสียงแข็ง พยายามบังคับให้ตัวเองนิ่งที่สุด “หน้าที่ที่ต้องกำจัดเศษสวะอย่างเธอออกไปจากสังคม”
“เศษสวะที่ช่วยไขคดีฆาตกรรมที่ตำรวจทั้งกรมทำไม่ได้น่ะเหรอคะ?” รินรดาหัวเราะหึในลำคอ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอฉวยโอกาสขยับเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน เพชรพริ้งผงะถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติจนแผ่นหลังพิงเข้ากับกำแพงปูนเย็นเยียบ
รินรดาใช้มือข้างหนึ่งยันผนังดักทางไว้ แววตาซุกซนเมื่อครู่หายไป เหลือเพียงความจริงจังที่สั่นคลอนความมั่นคงในใจของเพชรพริ้ง
“คุณโกหกเก่งขึ้นนะพริ้ง แต่สายตาคุณไม่เคยโกหกเลย” รินรดาไล่สายตามองใบหน้าเนียนละเอียดของอีกฝ่าย “โกรธฉันมากใช่ไหมที่ฉันแฮกเข้าไปดูไฟล์ส่วนตัวของคุณ? หรือโกรธที่พบว่า... ในนั้นมีรูปฉันซ่อนอยู่หนึ่งรูป?”
เพชรพริ้งชะงักงัน เหมือนเวลาหยุดหมุนไปชั่วขณะ เลือดในกายพุ่งพล่านขึ้นมาบนใบหน้าจนร้อนผ่าว เธอพยายามจะผลักอีกฝ่ายออกไป แต่รินรดากลับใช้มือคว้าข้อมือเธอไว้แน่น
“ถ้าคุณเกลียดฉันจริง คุณคงใส่กุญแจมือฉันตั้งแต่นาทีแรกที่เจอหน้าแล้ว” รินรดาโน้มตัวลงไปกระซิบชิดใบหู “แต่นี่คุณกลับยอมปล่อยให้ฉันปั่นหัวมาตลอดสามสัปดาห์... สารภาพมาเถอะค่ะว่าคุณหลงรักยัยนักสืบตัวแสบคนนี้เข้าแล้ว”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องสอบสวน มีเพียงเสียงพัดลมระบายอากาศที่พยายามทำงานอย่างหนักหน่วง เพชรพริ้งเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า สายตาที่เคยดุดันและเย็นชาเริ่มสั่นไหวและอ่อนแสงลง เธอเห็นความอ่อนโยนที่แอบซ่อนอยู่ใต้ความกวนประสาทของรินรดา
วินาทีนั้น กำแพงน้ำแข็งที่เพชรพริ้งก่อไว้สูงชันในใจพังทลายลงมาอย่างไม่มีชิ้นดี เธอไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังทำอะไร แต่ริมฝีปากที่เคยเม้มแน่นกลับคลายออก กลายเป็นรอยยิ้มที่บางเบา ทว่าอ่อนโยนและอบอุ่นที่สุดเท่าที่รินรดาเคยเห็นมาในชีวิต
เป็นรอยยิ้มที่ไม่เคยมีใครได้รับ... แม้แต่คนในครอบครัวของเธอเอง
รินรดาถึงกับนิ่งค้างไป ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปชั่วขณะ เธอจ้องมองรอยยิ้มนั้นด้วยความหลงใหล มันเป็นรอยยิ้มที่สวยงามจนน่าใจหาย รอยยิ้มที่บอกเล่าความรู้สึกทั้งหมดที่เพชรพริ้งไม่เคยกล้าพูดออกมาเป็นคำพูด
“รอยยิ้มแบบนี้...” รินรดาพึมพำ น้ำเสียงขาดห้วง “ถ้าคุณยิ้มให้ฉันบ่อยๆ ฉันคงยอมติดคุกตลอดชีวิตจริงๆ นะคะ”
เพชรพริ้งหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะเปลี่ยนท่าทีเป็นเย็นชาเหมือนเดิมเพื่อกลบเกลื่อนความอาย แต่ทว่ามือของเธอกลับเอื้อมไปจัดปอยผมที่ปรกหน้าของรินรดาอย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้รินรดาหัวใจเต้นแทบทะลุออกมานอกอก
ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังจะลึกซึ้งเกินกว่าจะหาทางกลับ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้อง ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูที่ดังกังวานจนรินรดาและเพชรพริ้งต้องรีบผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว
“ผู้กองครับ! ผมได้รับรายงานด่วนจากศูนย์บัญชาการว่าหลักฐานในคดีที่คุณเก็บไว้ถูกแฮกข้อมูลซ้ำซ้อนจากคนนอก! ตอนนี้ท่านผู้กำกับกำลังโกรธมาก และสั่งให้คุมตัวผู้ต้องสงสัยที่อยู่ในห้องไปสอบสวนทันทีครับ!”
เสียงลูกน้องของเพชรพริ้งดังแทรกผ่านประตูเข้ามา ทำให้รินรดาหันกลับมามองเพชรพริ้งด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปทันที แววตาของนักสืบสาวกลับมาดุดันและเป็นมืออาชีพอีกครั้ง เธอหันไปคว้ากุญแจมือที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา
“ดูเหมือนเวลาของเราจะหมดแล้วนะคะ” เพชรพริ้งกล่าวด้วยเสียงที่เย็นชาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าในแววตาคู่นั้นกลับมีความหมายบางอย่างที่ส่งผ่านถึงรินรดาเพียงคนเดียว “เสียใจด้วยนะรินรดา... คราวนี้ฉันคงต้องทำตามหน้าที่จริงๆ แล้วล่ะ”
เธอก้าวเข้ามาหารินรดาอีกครั้งพร้อมกับกุญแจมือในมือ รินรดายิ้มมุมปาก ยอมยื่นข้อมือไปข้างหน้าอย่างว่าง่ายเหมือนรู้งานอยู่แล้ว แต่ในขณะที่โลหะเย็นๆ กำลังจะคล้องลงบนข้อมือของเธอ เพชรพริ้งกลับกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูโดยที่ไม่มีใครได้ยิน
“หนีไปซะ... ก่อนที่พวกนั้นจะเข้ามาเห็นหน้าเธอ”
ประตูห้องถูกกระชากเปิดออกพร้อมกับแสงไฟสว่างจ้าที่สาดเข้ามา ปรากฏร่างของนายตำรวจยศสูงที่ยืนอยู่หน้าประตูพร้อมกับสีหน้าที่โกรธจัดและสายตาที่จับจ้องมาที่รินรดาเป็นเป้าหมายเดียว
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับความสัมพันธ์ที่พังทลายและก่อร่างใหม่ท่ามกลางพายุความลับนี้ หวังว่าทุกคนจะตื่นเต้นกับตอนต่อไปนะคะ!
เซนเซอร์หัวใจยัยนักสืบตัวแสบกับคุณตำรวจมาดนิ่ง•ตอนที่ 20
รอยยิ้มที่ไม่เคยเห็น
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจยัยนักสืบตัวแสบกับคุณตำรวจมาดนิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!