บอกแล้วไงว่าเวทมนตร์ธาตุแสงไม่ได้มีไว้แค่ปัดกวาดห้อง•ตอนที่ 8

กลิ่นอายความวุ่นวายในโรงอาหาร

ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
"บอกได้คำเดียวว่า ถ้าแผ่นพุดดิ้งนมฮอกไกโดชิ้นสุดท้ายตรงหน้าหลุดรอดไปถึงมือพวกปีสองฝั่งนั้นล่ะก็ ฉันนี่แหละที่จะยอมใช้เวทลมขั้นกลางพัดพวกมันให้กระเด็นออกนอกโรงอาหารไปเลย!" เสียงโวยวายพร้อมท่าทีฮึิมฮำของลีโอเรียกเสียงหัวเราะเบาๆ จากรอบโต๊ะ เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลยุ่งเหยิงกำลังทำท่าทางประกอบคำพูดเสียจนช้อนเงินในมือเกือบจะจิ้มโดนจานสลัดของคริสเข้าจริงๆ ทว่าในจังหวะที่ลีโอตวัดมือเพื่อเน้นย้ำความตั้งใจอันแรงกล้า พลังเวทธาตุลมที่เจ้าตัวมักจะควบคุมได้ไม่ค่อยดีนักยามตื่นเต้นก็เกิดรั่วไหลออกมาเป็นระลอกคลื่นความกดอากาศหมุนวนขนาดย่อม *ฟู่—!* กระแสลมความเร็วสูงพัดกรรโชกขึ้นกลางโรงอาหารเวทมนตร์ขนาดมหึมา แรงปะทะนั้นไม่ได้รุนแรงถึงขั้นทำลายล้างโครงสร้างหินแกรนิตโบราณ แต่มันมากพอที่จะหอบเอาแฟ้มเอกสารรายงานการทดลองปรุงยาของกลุ่มนักเรียนหญิงโต๊ะข้างๆ ลอยเคว้งคว้างขึ้นไปบนอากาศ ก่อนที่กระดาษนับสิบแผ่นจะปลิวว่อนกระจัดกระจายไปทั่วทิศทาง พร้อมกับเสียงกรีดร้องตกใจและเสียงข้าวของหล่นระเนระนาด "อุ๊บ... แย่แล้ว!" ลีโอเบิกตากว้าง รีบหดมือกลับทันทีเมื่อเห็นความหายนะที่ตนเองเพิ่งก่อขึ้น สถานการณ์ในโรงอาหารชะงักงันลงในเสี้ยววินาที ร่างของนักเรียนหลายสิบคนหันขวับมามองต้นตอของความวุ่นวาย ท่าทางเลิกลั่กของลีโอทำให้คริสถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างจนปัญญา เด็กหนุ่มปีหนึ่งผู้ใช้เวทธาตุแสงไม่ได้เอ่ยปากต่อว่าเพื่อนสนิทแม้แต่คำเดียว มือเรียวขาวภายใต้ถุงมือผ้าสีอ่อนตวัดขึ้นวาดเป็นวงโค้งกลางอากาศอย่างนุ่มนวลและรวดเร็ว ในโลกเวทมนตร์แห่งสถาบันอาคาเดเมีย ใครๆ ต่างก็มองว่าเวทธาตุแสงเป็นเพียงพลังชั้นต่ำที่เหมาะสำหรับการทำความสะอาดคราบสกปรก ขัดพื้นห้องเรียน หรือซักเสื้อผ้าให้สะอาดเอี่ยมอ่องเท่านั้น แต่สำหรับคริสที่ผ่านการขัดเกลาทักษะและทำความเข้าใจแก่นแท้ของอนุภาคโฟตอนมาอย่างลึกซึ้ง แสงไม่ใช่แค่ความสว่าง แต่มันคือพลังงานบริสุทธิ์ที่สามารถหักเห บีบอัด และจัดระเบียบสสารได้อย่างแม่นยำยิ่งกว่าเวทมนตร์แขนงใด *วูบวาบ...* แสงสีทองนวลตาเปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นจากปลายนิ้วของคริส รัศมีวงกลมโปร่งแสงแผ่ขยายออกไปรากับตาข่ายใยแมงมุมอันละเอียดอ่อน อนุภาคแสงความเร็วสูงพุ่งเข้าโอบล้อมแผ่นกระดาษรายงานการทดลองที่กำลังร่วงหล่นทีละแผ่นด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายตาปกติจะจับทัน แทนที่จะปล่อยให้กระดาษเหล่านั้นตกลงเปื้อนคราบน้ำซุปบนพื้น เวทธาตุแสงของคริสกลับทำหน้าที่เหมือนมือที่มองไม่เห็น ค่อยๆ ดึงรั้ง ชะลอความเร็ว และจัดเรียงแผ่นกระดาษทั้งหมดให้กลับเข้าสู่แฟ้มหนีบเอกสารของเจ้าของเดิมอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที ไม่เพียงเท่านั้น รอยเปื้อนรอยพับเล็กๆ บนกระดาษบางแผ่นยังถูกชำระล้างด้วยละอองแสงบริสุทธิ์จนกลับมาเรียบกริบไร้ที่ติ ราวกับไม่เคยมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมาก่อนเลยด้วยซ้ำ ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณชั่วขณะ ก่อนที่เสียงปรบมือเบาๆ จะดังขึ้นจากมุมหนึ่งของห้อง "เป็นการประยุกต์ใช้เวทธาตุแสงในทางปฏิบัติที่น่าประทับใจเสียจริง..." น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าราบเรียบและแฝงความเยือกเย็นคุ้นหูดังขึ้นจากทางเดินระหว่างโต๊ะอาหาร ศาสตราจารย์เอเลนา ในชุดคลุมนักวิชาการสีดำสนิทประดับลวดลายดาราศาสตร์ขยับกายก้าวเข้ามาใกล้ ดวงตาคู่คมใต้กรอบแว่นใสปรายตามองคริสด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา มุมปากของอาจารย์สาวสวยยกขึ้นเพียงเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น "การควบคุมอนุภาคโฟตอนให้มีความหนืดสูงพอที่จะต้านทานแรงโน้มถ่วงและแรงลมในคราวเดียว... ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้ใช้เวลาว่างไปกับการขัดพื้นห้องสมุดอย่างเดียวสินะ คริส" คริสรีบดึงมือกลับแล้วโค้งศีรษะทำความเคารพตามธรรมเนียมปฏิบัติของสถาบันทันที "เรียนท่านศาสตราจารย์... เป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเล็กน้อยเท่านั้นครับ" "แก้ปัญหา?" เอเลนาทวนคำ น้ำเสียงของเธอลึกล้ำขึ้นขณะกวาดสายตามองไปรอบโต๊ะที่ยังคงมีเศษละอองเวทลมหลงเหลืออยู่จางๆ "เวทลมของลีโอมีความแปรปรวนสูงเนื่องจากขาดการปรับสมดุลแก่นพลัง แต่การที่เธอสามารถใช้แสงสมานรอยร้าวและจัดระเบียบความวุ่นวายได้ในพริบตาโดยไม่ทำลายโครงสร้างกระดาษ... นั่นไม่ใช่แค่การแก้ปัญหา แต่มันคือความเข้าใจในโครงสร้างสสารระดับสูงต่างหาก" ลีโอที่นั่งตัวลีบอยู่ข้างๆ รีบยกมือขึ้นเกาหัวแกล้งทำเป็นมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาคมกริบของอาจารย์ประจำวิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์โบราณผู้นี้ "แหะๆ... พอดีผมแค่จะตักพุดดิ้งน่ะครับอาจารย์" "พุดดิ้งคงไม่ได้วิ่งหนีเธอไปไหนหรอกนะ คุณลีโอ" เอเลนาปรายตาไปที่เด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาหาคริส สีหน้าของอาจารย์สาวเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นเล็กน้อยจนบรรยากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลงไปหลายองศา "ตามฉันมาที่ห้องทำงานหลังคาบพักเที่ยงนี้ด้วย มีเรื่องเกี่ยวกับบันทึกโบราณที่ขุดพบใหม่จากซากปรักหักพังเขตใต้ ที่ฉันคิดว่า... น่าจะสอดคล้องกับคุณสมบัติเวทธาตุแสงประหลาดที่เธอครอบครองอยู่พอดี" สิ้นคำพูดนั้น ศาสตราจารย์เอเลนาก็หมุนกายเดินจากไป ทิ้งให้แผ่นหลังภายใต้เสื้อคลุมสีเข้มหายลับไปทางประตูทางออกของโรงอาหาร ทิ้งความฉงนสนเท่ห์และแรงกดดันอันน่าค้นหาไว้เบื้องหลัง คริสขมวดคิ้วเล็กน้อยยามนึกถึงบันทึกโบราณจากเขตใต้ที่อาจารย์เอเลนาเอ่ยถึง ทว่าก่อนที่ความคิดของเขาจะทันได้เชื่อมโยงเบาะแสใดๆ เสียงแจ้งเตือนอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาท เป็นระบบภารกิจลับของสถาบันที่มักจะปรากฏขึ้นเฉพาะยามที่เขาเข้าใกล้เงื่อนไขสำคัญบางประการ [ระบบวิเคราะห์เสถียรภาพเวทมนตร์ตรวจพบความผิดปกติระดับ SSS] [เงื่อนไขภารกิจลับ: ค้นหาต้นกำเนิดของ 'แสงรัตติกาล' ที่ถูกผนึกไว้ใต้ซากปรักหักพังเขตใต้ถูกกระตุ้นแล้ว] [คำเตือน: การตอบรับคำเชิญของศาสตราจารย์เอเลนาในครั้งนี้ จะนำพาผู้ใช้ก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งความจริงที่สถาบันพยายามปกปิดมานานกว่าร้อยปี... คุณยินดีที่จะเปิดประตูบานนั้นหรือไม่?] ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและเดินทางไปพร้อมกับคริสในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บอกแล้วไงว่าเวทมนตร์ธาตุแสงไม่ได้มีไว้แค่ปัดกวาดห้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%