บอกแล้วไงว่าเวทมนตร์ธาตุแสงไม่ได้มีไว้แค่ปัดกวาดห้อง•ตอนที่ 9

การดูดซับแสงจันทร์ยามวิกาล

ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
"ถ้าเธอยังมองแสงจันทร์เป็นแค่ความโรแมนติกแบบที่พวกกวีในหอสมุดเพ้อฝันล่ะก็ คืนนี้คริส... เธอคงได้กลายเป็นปุ๋ยบำรุงรากต้นไม้วิเศษหลังหอพักแน่ๆ ค่ะ" น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเย้าแหย่เล็กน้อยดังขึ้นจากมุมมืดของระเบียงหอพักปีหนึ่ง ศาสตราจารย์เอเลนากำลังยืนพิงเสาหินอ่อน สวมชุดคลุมสีดำสนิทที่กลืนไปกับรัตติกาล ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นใสสะท้อนประกายแสงสีเงินยววงจากฟากฟ้า เธอกำลังจ้องมองเด็กหนุ่มผมสีอ่อนที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นหินเย็นเฉียบเบื้องหน้า คริสถอนหายใจเบาๆ พลางคลายมือออกจากท่าประสานอินทร์เวทที่เกร็งจนนิ้วชา เหงื่อกาฬผุดพรายตามกรอบหน้า แม้ในยามวิกาลที่อากาศรอบตัวจะหนาวเหน็บจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว แต่แผ่นหลังของเขากลับชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจากการพยายามควบคุมละอองมานาที่ปั่นป่วนในร่างกาย "อาจารย์เอเลนาคะ... พูดแบบนี้หมายความว่าฉันกำลังทำผิดขั้นตอนอีกแล้วใช่ไหมล่ะเนี่ย" คริสเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลกกลบเกลื่อนความเหนื่อยล้า เขายกแขนเสื้อขึ้นเช็ดเหงื่อ "ก็ตำราเวทมนตร์พื้นฐานทุกเล่มในห้องสมุดบอกตรงกันนี่คะ ว่าธาตุแสงเป็นขั้วตรงข้ามกับความมืดและดวงจันทร์ แสงจันทร์เป็นแค่เงาสะท้อนของแสงอาทิตย์ที่ไร้แก่นสาร แล้วจู่ๆ จะให้ฉันมาดึงพลังงานจากมันเนี่ยนะ มันฝืนหลักสถิตยศาสตร์เวทชัดๆ เลยนะคะ" เอเลนาเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรโบราณและกระดาษเก่าลอยมาแตะจมูก เธอย่อตัวลงนั่งยองๆ ให้ระดับสายตาอยู่ในระนาบเดียวกับเด็กหนุ่ม นิ้วเรียวยาวชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้าค่ำคืนที่ไร้กลุ่มเมฆ "นั่นแหละคือความผิดพลาดขั้นพื้นฐานของพวกที่ยึดติดกับตำรากระดาษราคาถูกค่ะ, คริส" เอเลนากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น ดวงตาสสีอัมพันของเธอเป็นประกายยามต้องแสงจันทร์ "แสงอาทิตย์คือความร้อนแรง การเปิดเผย และการแผดเผา เหมาะกับการใช้งานโจมตีและการชำระล้างตรงๆ แต่แสงจันทร์... แท้จริงแล้วมันคือ 'แสงอาทิตย์ที่ผ่านการกรองและกลั่นตัว' ผ่านชั้นบรรยากาศและพลังงานดาราศาสตร์ มันมีความหนาแน่นต่ำกว่าก็จริง แต่มันมีความบริสุทธิ์ ละเอียดอ่อน และซึมซับเข้าสู่โครงสร้างเวทมนตร์ได้ง่ายกว่าเป็นร้อยเท่า ถ้าเธอรู้จักวิธี 'เจือจาง' และ 'หักเห' มัน ไม่ใช่การพยายามดูดซับเข้ามาตรงๆ แบบที่เธอกำลังทำอยู่" คำพูดนั้นทำให้คริสชะงักไป ดวงตาคู่สีฟ้าใสเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย สมองอันรวดเร็วของเขาเริ่มประมวลผลระบบโครงสร้างมานาที่อาจารย์สาวเพิ่งอธิบาย การหักเหและการกรอง... ไม่ใช่การปะทะตรงๆ แต่เป็นการยืมความนุ่มนวลเพื่อแทรกซึมเข้าสู่แก่นมานาภายใน ในขณะเดียวกัน ลีโอที่แอบซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้เวทมนตร์ด้านล่างระเบียง ก็ชะโงกศีรษะขึ้นมาด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย มือหนากำด้ามดาบธาตุลมแน่นพร้อมกระซิบเบาๆ ขึ้นมาเผื่อว่าเพื่อนรักจะต้องการความช่วยเหลือ "เฮ้ คริส! ไหวไหมนั่น หน้าซีดเป็นไก่ต้มเลยนะเว้ย ถ้าไม่ไหวก็พักก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันใช้เวทลมพัดไอร้อนมาช่วยเป่าให้เอาไหม?" คริสเหลือบสายลงไปมองเพื่อนสนิทผู้แสนดีแล้วส่งยิ้มบางๆ ส่ายหัวปฏิเสธช้าๆ ก่อนจะหันกลับมาสบตากับเอเลนาที่ยังคงจ้องมองเขาด้วยความคาดหวัง ลีโอเห็นดังนั้นจึงทำได้เพียงกัดฟันกดย่อตัวลงเฝ้าระวังรอบๆ หอพักต่อไป คอยสอดส่องไม่ให้ใครมารบกวนการฝึกซ้อมลับๆ นี้ "เข้าใจแล้วค่ะ..." คริสพึมพำกับตัวเอง ลมหายใจเริ่มปรับเข้าสู่จังหวะสม่ำเสมอ เขาหลับตาลงอีกครั้ง ตัดขาดจากสิ่งเร้าภายนอกทั้งหมด ปล่อยให้ประสาทสัมผัสที่เหลือเปิดรับความเย็นยะเยือกของรัตติกาล คราวนี้... เขาไม่พยายาม 'บังคับ' ให้มานาแสงจันทร์ไหลเข้าสู่ร่างเหมือนท่อน้ำอีกต่อไป แต่เขาจินตนาการถึงตัวตนของตัวเองเสมือน 'ปริซึมแก้วใส' ที่ตั้งรับแสงสีเงินยวงที่อาบไล้ลงมา เม็ดละอองแสงนวลตาที่เคยดูเหมือนจับต้องไม่ได้ ค่อยๆ ถูกดึงดูดเข้ามาสัมผัสกับผิวหนังอย่างแผ่วเบา ราวกับละอองน้ำค้างยามเช้าที่เกาะอยู่บนกลีบดอกไม้ *ติ๊ง!* [ระบบวิเคราะห์เวทมนตร์ส่วนบุคคลทำงาน] [ตรวจพบการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดูดซับพลังงาน: จาก 'การดูดกลืนเชิงรุก' สู่ 'การหักเหเชิงรับ'] [อัตราการซึมซับมานาแสงจันทร์เพิ่มขึ้น 340%] [คำเตือน: โครงสร้างวงแหวนเวทมนตร์ระดับ 1 ของผู้ใช้กำลังปรับตัวเข้าสู่สภาวะ 'จันทราทมิฬ' - โปรดระมัดระวังความเสถียร] เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังก้องอยู่ในหัวทำให้คริสสะดุ้งเล็กน้อย แต่เขาไม่มีสิทธิ์เสียสมาธิ ร่างกายของเขากำลังร้อนวูบวาบสลับกับความเย็นยะเยือก มานาสีทองอร่ามประจำตัวถูกเคลือบด้วยประกายแสงสีเงินยววงจนเกิดเป็นปฏิกิริยาเรืองแสงแปลกประหลาดรอบตัว ผิวหนังของเขากลายเป็นโปร่งแสงจนมองเห็นเส้นสายมานาภายในที่กำลังไหลเวียนอย่างบ้าคลั่งแต่มั่นคง เอเลนาที่นั่งมองอยู่ใกล้ๆ ถึงกับเผลอกลั้นหายใจ นัยน์ตาของอาจารย์สาวฉายแววทึ่งอย่างปิดไม่มิด เด็กหนุ่มคนนี้... ใช้เวลาเรียนรู้เทคนิคขั้นสูงที่แม้แต่นักเวทปีสามยังทำไม่ได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง แถมยังประยุกต์เข้ากับระบบมานาธาตุแสงบริสุทธิ์ของตนเองได้อย่างไร้รอยต่อ "เยี่ยมมากค่ะ คริส..." เอเลนาพึมพำชมเบาๆ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอ "เด็กคนนี้... เกินความคาดหมายไปไกลจริงๆ" ทว่า ในวินาทีที่การดูดซับกำลังดำเนินไปถึงจุดสูงสุดจนเกิดเป็นเกราะคุ้มกันแสงจันทร์รอบตัวคริส บรรยากาศรอบหอพักก็พลันเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ลมราตรีที่เคยพัดไหวกลับหยุดนิ่งสนิท ราวกับเวลาถูกแช่แข็ง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงคู่หนึ่งที่ไร้ซึ่งซุ่มเสียงและตัวตน ค่อยๆ ย่างกรายเข้ามาใกล้ระเบียงที่พวกเขานั่งอยู่ทีละก้าว... ทีละก้าว... เอเลนาหันขวับไปมองยังความมืดเบื้องล่าง สีหน้าที่เคยเยือกเย็นและผ่อนคลายแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดทันที เธอยกมือขึ้นส่งสัญญาณห้ามคริสขยับตัว สีหน้าของเธอซีดเผือดลงเล็กน้อยยามเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่พุ่งตรงมายังพวกเขา "ใครกัน..." เอเลนาเอ่ยลอดไรฟันด้วยน้ำเสียงเฉียบคม พร้อมกับเรียกคฑาโบราณออกมาจากความว่างเปล่า ก่อนที่คริสจะทันได้ลืมตาตื่นจากสมาธิ เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบจนน่าขนลุกก็ดังแทรกความเงียบขึ้นมาจากเงาเสาหินด้านหลัง โดยที่ไม่มีใครทันตั้งตัวแม้แต่น้อย— "ช่างเป็นประกายแสงที่งดงามและน่ารังเกียจเสียจริง... เจ้าหนูธาตุแสงผู้ถือครองตราสัญลักษณ์ต้องห้าม" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและเดินทางไปพร้อมกับคริสในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บอกแล้วไงว่าเวทมนตร์ธาตุแสงไม่ได้มีไว้แค่ปัดกวาดห้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%