"ถ้านายยังหมุนแท่งเวทมนตร์ด้วยมุมองศาเดิมแบบนั้น ต่อให้ใช้เวลาอีกสามปี คราบสนิมอเวจีบนกำแพงศิลาโบราณก็ไม่มีวันหลุดร่วงหรอกค่ะ ลีโอ"
เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความจริงจังดังขึ้น ท่ามกลางละอองแสงสีทองจางๆ ที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ในห้องสมุดใต้ดิน กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณผสมผสานกับกลิ่นอโรมาของสมุนไพรป่าจางๆ เป็นเอกลักษณ์ที่คุ้นเคยดี ศาสตราจารย์เอเลนากำลังกอดอกพิงชั้นหนังสือสูงตระหง่าน ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นทรงรีจับจ้องเด็กหนุ่มทั้งสองด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา
คริสถอนหายใจเบาๆ พร้อมกับปาดเหงื่อที่ซึมอยู่ตามไรผม นิ้วเรียวยาวของเขายังคงเรืองแสงสีขาวนวลอันเป็นเอกลักษณ์ของเวทธาตุแสง—ธาตุที่เหล่าสภาเวทมนตร์มักตราหน้าว่ามีประโยชน์แค่การกัดกร่อนสิ่งสกปรกหรือส่องทางในยามค่ำคืน แต่ในมือของคริส แสงสว่างนี้ถูกบีอัดจนกลายเป็นใบมีดพลังงานความหนาแน่นสูงที่สามารถสลายโครงสร้างทางเวทมนตร์ของคราบสนิมโบราณได้อย่างแม่นยำ
"อาจารย์ครับ... เอ๊ย! หมายถึง อาจารย์คะ ฉันพยายามปรับตามตำราที่อาจารย์ให้มาแล้วนะ ทำไมมันถึงยังติดขัดตรงวงแหวนเวทบทที่เจ็ดล่ะคะ?" ลีโอโอดครวญพลางทิ้งตัวลงนั่งพับเพียบกับพื้นหินอ่อน ธาตุลมรอบตัวเขาปั่นป่วนเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิดจนกระดาษบนโต๊ะปลิวว่อน
คริสย่อตัวลงต่ำ ใช้ปลายนิ้วแตะเบาๆ ที่พื้นผิวศิลาซึ่งมีรอยสลักอักษรรูนโบราณ ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อวิเคราะห์กระแสมานา "ลีโอ นายไม่ได้คำนวณอัตราการไหลเวียนของมานาจากแกนกลางตึก ปัญหาไม่ได้อยู่ที่มุมองศา แต่โครงสร้างเวทของหอคอยนี้เชื่อมต่อกับโครงข่ายใต้ดิน ลองลดความเร็วลงครึ่งหนึ่ง แล้วปล่อยให้ธาตุลมซึมซับแรงสั่นสะเทือนแทนที่จะปะทะตรงๆ สิคะ"
ลีโอกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะหัวเราะแห้งๆ "ให้ตายเถอะ คริส บางทีฉันก็สงสัยนะว่านายเกิดมาเป็นนักเวทสายสนับสนุนจริงหรือเปล่า สมองของนายมันคำนวณเร็วยิ่งกว่าลูกแก้วพยากรณ์ของหอคอยกลางซะอีก"
ศาสตราจารย์เอเลนาขยับแว่นเล็กน้อย มุมปากของเธอหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยากยิ่ง "พูดได้ไม่เลวเลยนี่คริส การเข้าใจหลักพลศาสตร์ของมานาในระดับโครงสร้างเช่นนี้ คือสิ่งที่เด็กปีหนึ่งทั่วไปมองข้าม... แต่ดูเหมือนว่าความสงสัยของพวกเธอจะต้องพักไว้ก่อนนะคะ เพราะดูท่าทางแล้ว หอคอยทิศเหนือที่ถูกปิดตายกำลังจะต้อนรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญเสียแล้ว"
บรรยากาศในห้องสมุดใต้ดินเปลี่ยนไปทันที ราวกับอุณหภูมิรอบตัวดิ่งวูบลงหลายองศา
เสียงแหลมสูงเสียดแก้วหูคล้ายกับโลหะขูดขีดกันดังขึ้นมาจากเพดานเหนือศีรษะ มันไม่ใช่เสียงที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่เป็นคลื่นความถี่ต่ำที่สั่นสะเทือนไปถึงกระดูกสันหลัง คริสขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่ถูกฝึกฝนมาจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้านับครั้งไม่ถ้วนร้องเตือนภัยทันที
*แกร๊ก... โครม!*
เสียงนั้นดังมาจากทิศทางของ "หอคอยทิศเหนือ" สถานที่ต้องห้ามที่ถูกผนึกด้วยโซ่เวทมนตร์สีดำสนิทมานานนับร้อยปี ไม่มีนักเรียนหรือแม้แต่อาจารย์คนใดได้รับอนุญาตให้ย่างกรายเข้าไปนับตั้งแต่เหตุการณ์โศกนาฏกรรมในอดีต แต่ในยามวิกาลเช่นนี้ กลับมีเสียงฝีเท้าหนักหน่วงลากยาวไปตามระเบียงหิน ดังก้องกังวานผ่านกำแพงหนาเตอะราวกับกำลังเดินตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่
"นั่นมัน... เสียงอะไรกันน่ะ?" ลีโอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือขวาคว้าด้ามจับธนูเวทมนตร์ที่พกติดตัวไว้แน่น เปลวลมสีเขียวมรกตเริ่มก่อตัวหมุนวนรอบฝ่ามือเพื่อเตรียมพร้อมรับมือ
"ไม่ใช่สัตว์เวททั่วไปแน่ๆ ค่ะ" คริสลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แสงสว่างในมือถูกปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นวงแหวนเวทป้องกันชั้นบางๆ ล้อมรอบตัวเขากับเพื่อนสนิท "แรงกดดันทางมานานี้... มันมีความหนาแน่นสูงเกินกว่าระดับที่มนุษย์ทั่วไปจะปลดปล่อยออกมาได้"
ศาสตราจารย์เอเลนาไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ทว่าดวงตาคู่สวยกลับหรี่ลงด้วยความระแวดระวัง เธอยกมือขึ้นห้ามไม่ให้ทั้งสองคนก้าวออกไปสุ่มสี่สุ่มห้า กลิ่นอายเวทมนตร์โบราณที่ทรงพลังแผ่ซายออกมาจากตัวเธอจนเส้นผมสีรัตติกาลปลิวไสว
"ถอยไปข้างหลังค่ะ... ดูเหมือนว่าผนึกที่ท่านอาจารย์ใหญ่ลงไว้เมื่อศตวรรษก่อน จะไม่ได้เสื่อมสลายไปตามกาลเวลาอย่างที่พวกเราคาดคิด" เอเลนาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาด "แต่มันกำลังถูก 'บางสิ่ง' จากภายใน... กัดกินจนทะลุออกมาต่างหากล่ะคะ"
สิ้นคำพูดของอาจารย์สาว ประตูไม้บานใหญ่ที่เชื่อมต่อกับทางเดินไปยังหอคอยทิศเหนือก็เกิดรอยร้าวสีดำแผ่ขยายออกเป็นรูปใยแมงมุม ละอองความมืดพวยพุ่งทะลักออกมาตามรอยแยก กลิ่นอายความตายและเศษเสี้ยวความทรงจำที่ถูกลืมเลือนกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ
ในวินาทีที่แสงสว่างจากมือของคริสสะท้อนเข้ากับเงาดำที่ทาบทับอยู่หลังบานประตูที่กำลังจะพังทลาย เสียงกระซิบแหบพร่าและเยือกเย็นก็ลอยลอดช่องว่างเข้ามา ประโยคเดียวที่ถูกเอ่ยออกมาทำเอาลมหายใจของทุกคนต้องสะดุดกะทันหัน
*"...ในที่สุด... ก็มีคนมาปลดปล่อยข้าเสียที เจ้าหนูผู้ใช้แสงสว่างเอ๋ย..."*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและเดินทางไปพร้อมกับคริสในตอนนี้นะคะ!
บอกแล้วไงว่าเวทมนตร์ธาตุแสงไม่ได้มีไว้แค่ปัดกวาดห้อง•ตอนที่ 10
เสียงกระซิบจากหอคอยร้าง
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บอกแล้วไงว่าเวทมนตร์ธาตุแสงไม่ได้มีไว้แค่ปัดกวาดห้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!