กลิ่นอายของสนิมเหล็กและดินชื้นหลังฝนตกอบอวลอยู่รอบตัว ทว่าที่นี่คือสนามฝึกซ้อมเวทมนตร์กลางแจ้งของวิทยาลัยอัลเทรีย ซึ่งถูกอาคมรักษาความสะอาดและป้องกันแรงกระแทกหนาแน่นถึงสามชั้น — ไม่มีทางที่กลิ่นอับชื้นเช่นนี้ควรจะหลงเหลืออยู่ หากไม่ใช่เพราะความผิดปกติบางอย่างในโครงสร้างมานากำลังคายพิษออกมาเงียบๆ
"นายแน่ใจนะว่าสัญญาณเตือนจากวงแหวนเวทเมื่อครู่ไม่ได้มาจากระบบระบายอากาศรวน?"
เสียงกระซิบของลีโอดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของยามวิกาล ร่างโปร่งในชุดลำลองของเพื่อนสนิทขยับเข้าใกล้ เสื้อคลุมสีเข้มไหวตามแรงลมยามดึก แววตาของเด็กหนุ่มธาตุลมไม่ได้มีความขี้เล่นเหมือนยามกลางวัน มีเพียงความตื่นตัวระดับสูงสุด มือขวาแตะอยู่เหนือฝักดาบสั้นที่คาดไว้ข้างเอว พร้อมปลดปล่อยกระแสลมบางเบาเพื่อตรวจสอบแรงสั่นสะเทือนในรัศมีสิบเมตร
คริสไม่ตอบทันที นิ้วเรียวยาวของเขาจรดลงบนพื้นหินปูนสีเทาที่มีรอยร้าวเล็กๆ แผ่ขยายออกราวกับใยแมงมุม
เวทธาตุแสงไม่ได้มีไว้แค่ปัดกวาดห้องหรือสร้างความสว่างไสวในมุมมืดอย่างที่ใครหลายคนในชั้นเรียนเข้าใจผิดมาตลอด... สำหรับคริสแล้ว มานาบริสุทธิ์สีขาวนวลที่ไหลเวียนอยู่ในปลายนิ้วเปรียบเสมือนกระจกเงา สะท้อนความถี่และร่องรอยพลังงานแปลกปลอมที่หลงเหลืออยู่ในที่แห่งนี้ได้อย่างชัดเจนยิ่งกว่าเวทแกะรอยบทไหนๆ
"ไม่ใช่ระบบระบายอากาศหรอกลีโอ..." คริสเอ่ยเสียงแผ่วเบา ดวงตาคู่คมจ้องมองละอองแสงสีขาวที่ตนเองโปรยลงไป ละอองแสงเหล่านั้นไม่ได้สะท้อนกลับมาด้วยความนวลตาเหมือนปกติ แต่กลับถูกดูดกลืนหายไปในรอยร้าวสีดำสนิทราวกับมันกำลังกินแสงสว่างเป็นอาหาร "นี่คือ 'มานามืด' ความเข้มข้นต่ำ แต่วิธีการจัดเรียงโครงสร้าง... มันซับซ้อนเกินกว่าระดับที่นักเรียนปีหนึ่งจะทำได้แน่ๆ"
บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงอย่างกะทันหัน ความเงียบงันยามดึกสงัดทำให้เสียงหัวใจเต้นของพวกเขาราวกับดังสะท้อนก้องกังวานในสนามฝึกซ้อมที่กว้างใหญ่
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงหัวค่ำ ศาสตราจารย์เอเลนาเคยเตือนพวกเขาไว้ระหว่างการตรวจทานบันทึกโบราณในห้องสมุดลับว่า *'ความมืดไม่ได้มาในรูปแบบของกองทัพปีศาจเสมอไป แต่มันมักจะแทรกซึมเข้ามาผ่านรอยต่อของความประมาทในยามที่แสงสว่างอ่อนแรงที่สุด'* — ตอนนั้นคริสคิดว่ามันเป็นเพียงทฤษฎีในตำราประวัติศาสตร์เวทมนตร์ แต่ตอนนี้... รอยแยกตรงหน้ากำลังพิสูจน์แล้วว่าคำเตือนนั้นเป็นความจริง
"ถ้าอย่างนั้น... ใครกันที่กล้าใช้เวทมนตร์ต้องห้ามในเขตพื้นที่หอพักนักเรียน?" ลีโอขมวดคิ้วแน่น ก้าวถอยหลังมาครึ่งก้าวเพื่อคุมเชิงด้านหลังให้เพื่อนสนิท "หรือว่าข่าวลือเรื่อง 'ผู้ล่าเงา' ที่แอบดูดกลืนมานาของนักเรียนช่วงสอบปลายภาคจะเป็นเรื่องจริง?"
"ยังสรุปไม่ได้..." คริสลุกขึ้นยืนช้าๆ ปัดฝุ่นตามกางเกงเล็กน้อย ดวงตายังคงไม่ละไปจากจุดที่ร่องรอยพลังงานมืดจางหายไป "แต่ดูจากทิศทางของรอยแยกนี้ มันมุ่งตรงไปยังตึกอำนวยการ... และถ้าฉันเดาไม่ผิด เป้าหมายของมันไม่ใช่แค่การทดสอบพลังเล่นๆ แน่"
ในขณะที่ทั้งสองกำลังประเมินสถานการณ์อยู่นั้น เสียงฝีเท้าแผ่วเบาแต่หนักแน่นก็ดังขึ้นจากมุมอับของอัฒจันทร์ฝั่งทิศเหนือ
*กริ๊บ... กรอบ...*
มันเป็นเสียงที่แผ่วเบามาก เกือบจะกลืนไปกับเสียงลมหายใจ แต่ด้วยประสาทสัมผัสที่ถูกยกระดับขึ้นด้วยการควบคุมมานา ทำให้คริสและลีโอหันขวับไปมองพร้อมกันโดยไม่ต้องนัดหมาย
เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิทแนบเนียนไปกับความมืด กำลังก้าวถอยหลังอย่างรวดเร็วเพื่อหลบหนี ทว่าจังหวะที่เงาร่างนั้นหันหลังกลับ แสงจันทร์ที่ลอดผ่านกลุ่มเมฆก็ส่องกระทบเข้ากับวัตถุบางอย่างที่เหน็บอยู่ข้างเอวของบุคคลปริศนา—ตราสัญลักษณ์รูปกางเขนกลับหัวที่สลักด้วยโลหะสีเงินยวง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มนักเวทนอกรีตที่กระทรวงเวทมนตร์กำลังตามล่าตัว!
"หยุดนะ!" ลีโอตะโกนลั่น พร้อมกับสะบัดมือเรียกกระแสลมรุนแรงพัดดักหน้าเงาร่างนั้นไว้ทันที
ทว่า บุคคลปริศนาไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ร่างนั้นเพียงแค่ยกมือขึ้นวาดเป็นวงกลมกลางอากาศ เกิดเป็นม่านพลังสีดำสนิทดูดกลืนสายลมของลีโอหายไปในพริบตา ก่อนจะหันมาส่งยิ้มเยาะเย้ยผ่านฮู้ดที่คลุมใบหน้าครึ่งหนึ่ง
น้ำเสียงแหบพร่าแต่ก้องกังวานดังลอดออกมาจากความมืด
"พวกเธอช่างสอดรู้สอดเห็นเร็วกว่าที่คิดไว้นะ... เด็กน้อยแห่งธาตุแสง"
สิ้นคำพูดนั้น ร่างของเงานอกรีตก็สลายกลายเป็นกลุ่มควันสีดำแล้วพุ่งหายเข้าไปในกำแพงหินของตึกอำนวยการอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความตึงเครียดที่เกาะกินหัวใจของเด็กหนุ่มทั้งสอง
คริสสาวเท้าเข้าไปยังจุดที่เงาร่างนั้นหายตัวไป มือขวากำแน่นจนข้อต่องอขาว นัยน์ตาฉายแววครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง
นี่ไม่ใช่แค่เหตุการณ์บังเอิญ... และตึกอำนวยการที่อีกฝ่ายหลบหนีเข้าไป ก็เก็บรักษาความลับบางอย่างที่สำคัญที่สุดของวิทยาลัยเอาไว้
ขณะที่คริสกำลังจะเอמהปากบอกแผนการขั้นต่อไปให้ลีโอฟัง เสียงเตือนสิทธิ์การเข้าถึงระบบภารกิจพิเศษก็ดังขึ้นในหัวของเขาอย่างกะทันหัน—เสียงแจ้งเตือนที่เงียบหายไปนานนับเดือน
*[ ตรึงกำลังสำเร็จ: ตรวจพบร่องรอย 'มานามืด' ระดับ SSS ในเขตหวงห้าม ]*
*[ เงื่อนไขลับถูกปลดล็อก: เผชิญหน้ากับ 'ผู้ใช้อาคมเงา' นอกอาคารอำนวยการยามวิกาล ]*
*[ คำเตือนจากระบบ: ความลับเบื้องหลังม่านบาตรแห่งอัลเทรียกำลังจะเปิดเผย... และผู้ที่ก้าวเข้ามาขวางทางในห้องใต้ดินยามนี้ ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากศาสตราจารย์เอเลนาที่กำลังยืนถือคัมภีร์ต้องห้ามด้วยมือเปล่า! ]*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและเดินทางไปพร้อมกับคริสในตอนนี้นะคะ!
บอกแล้วไงว่าเวทมนตร์ธาตุแสงไม่ได้มีไว้แค่ปัดกวาดห้อง•ตอนที่ 11
เงาปริศนาในรั้ววิทยาลัย
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บอกแล้วไงว่าเวทมนตร์ธาตุแสงไม่ได้มีไว้แค่ปัดกวาดห้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!